แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้พิชิตกระดานแค้น•ตอนที่ 1

กลิ่นอายฤดูเหมันต์ในค่ายทัพ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
“หากท่านแม่ทัพยังคงรบด้วยอารมณ์ชั่ววูบเช่นนี้ ต่อให้กองทัพเหล็กกล้ามีกำลังพลมหาศาลเพียงใด ชัยชนะก็คงเป็นเพียงภาพลวงตาที่รอวันพังทลายลงอยู่ดี” สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องทั่วกระโจมบัญชาการขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอแดดเผาและคราบเลือดแห้งกรัง ผู้ที่เอ่ยคำนั้นมิใช่ขุนศึกผู้ใด แต่เป็นบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้หนึ่ง เขานั่งอยู่เบื้องหน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ที่แผ่หลาอยู่บนโต๊ะไม้หนา ข้อมือเรียวสวยจรดพู่กันเขียนหมากรุกแห่งสงครามลงบนผืนผ้า ราวกับกำลังละเล่นสนุกในยามว่าง หลี่จวินหมิงหยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามา ท่านอ๋องหนุ่มผู้มีฉายาว่า 'เทพสงครามเยือกแข็ง' หรี่ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายมองร่างโปร่งบางนั้น เขาไม่ได้อยู่ในชุดเกราะสงคราม แต่สวมเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำสนิทที่ขับเน้นให้ใบหน้าคมสันดูดุดันและเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบกายเขาราวกับฤดูเหมันต์ที่พัดพาความหนาวเหน็บมาถึงกลางค่ายทัพ “เจ้าเป็นใคร” น้ำเสียงของหลี่จวินหมิงต่ำลึกและทรงอำนาจ กดทับจนคนฟังแทบหยุดหายใจ “กล้าดียังไงถึงได้มานั่งจิบชาและวิพากษ์วิจารณ์หมากวางของข้าในกระโจมบัญชาการ” กุนซือลึกลับผู้นั้นมิได้เงยหน้าขึ้น แต่รอยยิ้มบางเบาประดับบนมุมปาก “นามของข้านั้นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ท่านกำลังจะสูญเสียในอีกสามวันข้างหน้าหรอกครับท่านแม่ทัพ กองทัพของจักรพรรดิห่าวเทียนไม่ได้แค่กำลังเคลื่อนพล แต่พวกเขากำลังปิดล้อมเส้นทางเสบียงที่ท่านคิดว่าปลอดภัยที่สุดอยู่ต่างหาก” หลี่จวินหมิงขยับกายเพียงนิด กลิ่นอายสังหารก็แผ่ซ่านออกมาจนตะเกียงน้ำมันในกระโจมไหววูบ เขาเดินเข้าไปใกล้ชายผู้นั้น ก่อนจะใช้ฝ่ามือที่ผ่านการจับดาบมานับครั้งไม่ถ้วนกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าขึ้นมา สายตาสองคู่สบประสานกัน—คู่หนึ่งดุดันดั่งพายุหิมะ อีกคู่สงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึกที่ซ่อนความลับไว้มหาศาล “เจ้าเป็นสายลับของจักรพรรดิห่าวเทียนใช่หรือไม่” หลี่จวินหมิงเค้นเสียงถาม มืออีกข้างเลื่อนไปแตะด้ามดาบข้างกาย “บอกมา ก่อนที่หัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่า” กุนซือหนุ่มนิ่งเงียบ แววตาไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เขากลับแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ “หากข้าเป็นสายลับ ข้าคงวางยาพิษในถ้วยชาของท่านตั้งแต่ก้าวเข้ามาแล้ว ท่านอ๋อง... ท่านเกลียดชังจักรพรรดิห่าวเทียนยิ่งกว่าใคร เหตุใดจึงยังระแวงคนที่ยื่นมือมาช่วยท่านไว้เล่า?” ความเงียบงันเข้าครอบงำกระโจม หลี่จวินหมิงจ้องมองคนในกำมือ บาดแผลทางใจจากการที่ครอบครัวถูกกวาดล้างด้วยเล่ห์เพทุบายของจักรพรรดิทำให้เขากลายเป็นคนไม่ไว้ใจใคร ทว่าสิ่งที่กุนซือผู้นี้พูดกลับสะกิดใจเขายิ่งนัก โดยเฉพาะข้อมูลเรื่องเส้นทางเสบียงที่เป็นความลับสุดยอด “เจ้ามีนามว่าอะไร” หลี่จวินหมิงยอมปล่อยมือลงช้าๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไม่วางตา “เรียกข้าว่า... สือหยวน” ชายหนุ่มจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบจดหมายปิดผนึกด้วยตราประทับสีชาดที่ถูกซ่อนไว้ในแขนเสื้อขึ้นมาวางบนโต๊ะ “นี่คือหลักฐานว่าข้ามิใช่ศัตรู แต่เป็นผู้ที่มีแค้นต้องชำระกับคนบนบัลลังก์เช่นเดียวกับท่าน” หลี่จวินหมิงหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน ความเย็นชาในแววตาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ลายมือนี้... คือลายมือของเสนาบดีซูผู้ล่วงลับ บิดาของสตรีที่เขาเคยสัญญาว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แต่กลับทำไม่สำเร็จ “เจ้าเป็นญาติผู้น้องของนางหรือ” หลี่จวินหมิงถาม น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที สือหยวน หรือซูเหวินหรานในคราบกุนซือชาย เงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นางเฝ้าเฝ้ามองจากระยะไกลมาตลอดหลายปี ความแค้นที่สั่งสมอยู่ในอกแทบระเบิดออกมา แต่นางต้องเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากแห่งเหตุผล “ข้าเป็นเพียงผู้ที่ได้รับคำสั่งเสียสุดท้ายของท่านเสนาบดี... เพื่อมาเปลี่ยนความเยือกเย็นของท่านให้กลายเป็นคมดาบที่พร้อมจะทิ่มแทงหัวใจของจักรพรรดิห่าวเทียน” หลี่จวินหมิงกวาดสายตามองไปรอบกระโจม ก่อนจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด เขาหันไปสั่งการองครักษ์หน้ากระโจม “จัดเตรียมที่พักให้แขกผู้นี้ ห้ามใครรบกวน และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาคือกุนซือพิเศษที่ขึ้นตรงต่อข้าเพียงผู้เดียว” ซูเหวินหรานก้มศีรษะลงทำความเคารพ ทว่าในจังหวะที่นางหันหลังเดินตามองครักษ์ไปนั้น รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางรู้ดีว่าการเข้าใกล้หลี่จวินหมิงคือการเดินบนคมมีด แต่เพื่อแผนการล้างแค้นตระกูลซูที่วางไว้ นางยอมแลกแม้กระทั่งวิญญาณ ทว่าในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เมื่อหลี่จวินหมิงเดินกลับเข้ามาในกระโจมเพื่อตรวจสอบแผนการรบอีกครั้ง เขากลับพบถ้วยชาที่กุนซือหนุ่มทิ้งไว้บนโต๊ะตั้งวางอยู่ พร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนด้วยหมึกแดงฉานจนดูคล้ายรอยเลือด *‘อย่าเชื่อใจสิ่งที่ตาเห็น แม้แต่ในเงาของท่านเองก็อาจมีศัตรูซ่อนอยู่... คืนนี้ จงระวังคนใกล้ตัวที่ท่านไว้ใจที่สุด เพราะพระราชโองการลับที่ท่านรอคอย มิใช่ถูกส่งมาจากเมืองหลวง แต่ถูกเขียนขึ้นในกระโจมข้างๆ ท่านนี่เอง’* สิ้นข้อความนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์คนสนิทผู้ที่ติดตามเขามานานนับสิบปีก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการชักดาบออกมาจากฝักด้วยเสียงดังกังวานก้องไปทั่วกระโจมที่เยือกเย็น ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอดีตไปกับพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้พิชิตกระดานแค้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%