“นี่มันเรื่องตลกอะไรกันคะรวินท์? อย่าบอกนะว่าคุณไปเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้พวกมาเฟียล้างเงินพวกนั้นเข้าแล้วจริงๆ!”
ลลินคว้าแขนฉันไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านนิ้วเรียวเล็กนั้นสั่นระริก เธอจ้องมองกระแสตัวเลขที่วิ่งผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนของฉันด้วยแววตาตื่นตระหนก แทนที่จะเป็นความดีใจ รวินท์... ในตอนนี้ ฉันไม่ใช่รวินท์คนเดิมที่ยอมก้มหัวให้ใครอีกแล้ว
ตัวเลขในแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทที่เพิ่งถูกดาวน์โหลดลงมาโดยอัตโนมัติเมื่อห้านาทีก่อนกำลังเต้นระบำ ตัวเลขหลักสิบล้านโอนเข้าบัญชีส่วนตัวโดยไม่มีที่มาที่ไป พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาราวกับคำสั่งจากพระเจ้า: *‘ภารกิจแรก: ใช้เงินให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง หากเหลือแม้แต่บาทเดียว... ระบบจะยึดคืนทุกอย่างที่คุณเคยมี’*
ฉันแค่นยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แม้แต่ลลินยังต้องชะงัก
“ลลินคะ... มองดูนี่ให้ดีๆ” ฉันพลิกหน้าจอให้เธอเห็น “นี่คือเงินที่พวกมัน—พวกที่เคยเหยียบย่ำผลงานของฉันในห้องประชุมเมื่อเช้า—ไม่มีวันหามาได้ชั่วชีวิต แต่สำหรับฉัน? มันเป็นแค่ ‘ค่าขนม’ ที่ระบบนี้ประทานมาให้เล่นสนุก”
“ระบบ?” เธอทวนคำ เสียงสั่นพร่า
ฉันไม่ตอบ แต่ก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปที่ประตูทางออกของดาดฟ้า เสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ดังกระหึ่มอยู่เบื้องบนยังคงกดดันอากาศจนหูอื้อ นี่ไม่ใช่ความฝัน กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นเงินจางๆ ที่ลอยมากับลมแรงคือของจริง ลมพัดผ่านเส้นผมของฉันจนยุ่งเหยิง แต่นั่นกลับทำให้ฉันรู้สึก ‘ตื่น’ ขึ้นมาอย่างประหลาด
“ไปช้อปปิ้งกันค่ะ” ฉันหันกลับมาหาลลินที่ยืนนิ่งค้าง “ใส่ชุดที่แพงที่สุดที่คุณมี แล้วตามฉันมา... วันนี้เราจะไปเปลี่ยนนิยามของคำว่า ‘คนรวย’ ให้พวกกาฝากในวงการแฟชั่นได้สำลักความอิจฉาตายกันไปข้างหนึ่ง”
เรามุ่งหน้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมืองที่สุดเขตหรูหรา ที่นี่คือรังของพวกชนชั้นสูงและเหล่าดีไซเนอร์จอมปลอมที่เคยฉีกผลงานการออกแบบของฉันทิ้งต่อหน้าสื่อมวลชน เพียงเพราะฉันไม่มีนามสกุลที่การันตีความดัง
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ร้านแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลก พนักงานขายที่เคยกวาดสายตามองฉันด้วยหางตาเมื่อเดือนก่อนกลับเชิดหน้าขึ้น พวกเขาจำฉันได้... แน่นอนว่าจำได้ ดีไซเนอร์ตกอับที่เพิ่งเป็นข่าวฉาวเพราะถูกไล่ออกจากการถูกใส่ร้าย
“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ร้านเราไม่ต้อนรับคนที่ไม่มีประวัติการซื้อระดับ VVIP ค่ะ รบกวนช่วยออกไป...”
“ไม่ต้อนรับงั้นเหรอ?” ฉันแทรกขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน ฉันหยิบบัตรสีดำขลับที่ไร้ตัวเลขและชื่อหน้าบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันวางนิ่งอยู่บนฝ่ามือ ราวกับหลักฐานแห่งอำนาจที่เหนือกว่าทุกข้อกำหนดของร้าน “เช็กดูให้ดีนะคะ ว่าบัตรใบนี้... ซื้อร้านของคุณได้ทั้งร้านหรือเปล่า”
พนักงานคนนั้นหน้าถอดสี มือที่รับบัตรไปสั่นเทาจนแทบทำร่วง เสียงเครื่องรูดบัตรดัง *‘ติ๊ด’* ยาวๆ ที่เปลี่ยนบรรยากาศร้านให้ตกอยู่ในความเงียบงันระดับที่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ความสะใจแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด ฉันไม่ได้แค่จ่ายเงินเพื่อซื้อของ แต่ฉันกำลังซื้อ ‘ความเงียบ’ ของพวกมันทุกคน!
“รับทุกอย่างที่อยู่ในร้านนี้... บรรจุหีบห่อแล้วส่งไปที่บ้านของลลินภายในหนึ่งชั่วโมงนะคะ” ฉันหันไปสั่งพนักงานที่ตอนนี้คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันไปหาลลินที่ยืนอ้าปากค้าง
“รวินท์... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ลลินกระซิบ “คนพวกนั้น... พวกเขาดูเหมือนกำลังจะร้องไห้”
“ปล่อยให้พวกเขาเสียน้ำตาไปเถอะค่ะ” ฉันเดินไปข้างหน้า สายตาจับจ้องไปยังชายร่างท้วมที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงานหลังร้าน นั่นคือผู้จัดการสาขา—ชายที่เคยร่วมมือกับคนรักเก่าของฉันในการกดดันให้ฉันเซ็นชื่อยกผลงานให้คนอื่น
เขาชะงักเมื่อเห็นฉัน สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความมั่นใจกลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นบัตรในมือพนักงาน
เขากำลังจะวิ่งหนี แต่ทว่า... ชายชุดดำสองคนที่ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับฉันก็เดินเข้ามาปิดทางออกทันที พร้อมกับชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่เดินตรงเข้ามาหาฉัน เขาโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“คุณรวินท์ครับ... ทางบอร์ดบริหารของแบรนด์นี้ได้รับแจ้งแล้วว่าคุณกำลังประสงค์จะซื้อกิจการของพวกเขาในทันที เอกสารทั้งหมดอยู่ในรถแล้วครับ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้าง ลลินเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ส่วนฉันเพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มแบบที่ผู้ล่ามอบให้กับเหยื่อที่ดิ้นรนอยู่ในกำมือ
“ดีค่ะ” ฉันก้าวเข้าไปหาผู้จัดการร้านที่ตัวสั่นงันงก “ในเมื่อตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของร้านนี้แล้ว... ช่วยกรุณาไล่พนักงานทุกคนที่ไม่มีจรรยาบรรณออกไปให้หมด รวมถึงคุณด้วย... เชิญไสหัวไปได้แล้วค่ะ”
ทว่า ในขณะที่ฉันกำลังจะหมุนตัวเดินจากไป เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูที่ได้รับมาพร้อมกับระบบก็สั่นขึ้นอย่างแรง ปลายสายไม่ใช่เสียงของผู้ช่วย แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย... เสียงของคนที่พยายามทำลายชีวิตฉันให้ย่อยยับที่สุด
“รวินท์... เธอคิดว่าเงินสกปรกนั่นจะช่วยเธอได้จริงๆ เหรอ?” เสียงของ ‘วิกเตอร์’ ดังผ่านลำโพง “ลองหันไปมองข้างหลังดูสิ... เห็นของขวัญที่ฉันเตรียมไว้ให้ไหม?”
ฉันค่อยๆ หันไปตามสัญชาตญาณ... เบื้องหลังของร้านนั้นไม่ใช่เพียงความวุ่นวาย แต่มันคือเหล่าตำรวจและหน่วยตรวจสอบการเงินที่กำลังกรูกันเข้ามา พร้อมกับคำสั่งจับกุมในข้อหา ‘ฟอกเงิน’ ที่ถูกเซตฉากไว้อย่างแยบยลโดยฝีมือของวิกเตอร์!
ระบบช้อปแหลกกำลังทำงาน... แต่ดูเหมือนมันจะพาฉันไปลงสนามรบที่อันตรายกว่าที่คิดไว้หลายเท่า
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะสนุกไปกับเกมการแก้แค้นที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อว่ารวินท์จะเอาตัวรอดจากกับดักนี้ได้อย่างไรในตอนหน้าค่ะ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับการแก้แค้นสุดเร้าใจนี้นะคะ แสงดาวพร่างพราวคนนี้จะเขียนตอนต่อไปให้เดือดกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
ดีไซเนอร์ตกอับกับระบบช้อปแหลกฉีกหน้าคนรวย•ตอนที่ 2
ระบบช้อปแหลกเริ่มทำงาน
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ตกอับกับระบบช้อปแหลกฉีกหน้าคนรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
