“ถ้าคุณเชื่อว่าเศษกระดาษพวกนี้มีค่ามากกว่าความเชื่อใจที่มีให้กัน... คีย์คะ เชิญจัดการตามความพอใจของคุณได้เลย”
เสียงของเพียงขวัญสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น แววตาของเธอไม่ได้ฉายความหวาดกลัวต่อพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับผู้คนทั้งห้องโถง คีย์ยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพยัคฆ์กวาดมองเอกสารที่โปรยปรายลงพื้น ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่ร่างบอบบางที่ยืนสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
มาร์คัส เลวิส หัวเราะหึในลำคออย่างผู้มีชัย แต่นั่นเป็นเพียงช่วงเวลาเสี้ยววินาที เพราะวินาทีต่อมา คีย์กลับก้าวเดินผ่านเอกสารเหล่านั้นไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาคว้าข้อมือเล็กของเพียงขวัญดึงเข้ามาในอ้อมกอดแน่นหนา ก่อนจะหันไปสบตามาร์คัสด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงด้วยความตาย
“มาร์คัส... นายคิดว่าคนอย่างคราณฑ์ ธีรภัทรวณิชย์ จะโง่พอที่จะไม่รู้หรือว่าใครเป็นคนเซ็นชื่อนั่น” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนทั้งห้องต้องหยุดหายใจ “เอกสารที่นายถืออยู่ มันเป็นเพียงแค่กับดักที่ฉันให้เพียงขวัญทำขึ้น เพื่อดูว่าใครกันแน่ที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาในธุรกิจของฉัน... และนาย ก็เดินเข้ากับดักนั้นมาเอง”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง เพียงขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจ คีย์ก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและทุ้มต่ำ “ขอโทษที่ทำให้กลัวนะที่รัก... แต่เกมนี้ เราต้องเล่นให้ถึงที่สุด”
***
ห้าปีผ่านไป
คฤหาสน์ธีรภัทรวณิชย์ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดของธุรกิจอย่างที่เคยเป็น แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุขและเสียงหัวเราะของเด็กน้อยคนหนึ่ง
“คุณพ่อขา! หนูวาดรูปให้คุณพ่อค่ะ!”
เสียงเจื้อยแจ้วของ ‘น้องขวัญข้าว’ พยานรักตัวน้อยวัยสี่ขวบดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้องทำงาน คีย์ที่กำลังนั่งตรวจเอกสารวางปากกาลงทันที ใบหน้าที่เคยเย็นชาและดุดันในวันวาน กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยวิ่งมาหา
“ไหนครับ คนเก่งของพ่อขอพ่อดูหน่อยซิ” คีย์อุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งบนตัก พลางรับกระดาษวาดรูปที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสมาพิจารณา
“นี่คุณพ่อ นี่คุณแม่... แล้วนี่ก็มีน้องอยู่ในท้องแม่ด้วยใช่ไหมคะ?” เด็กหญิงเอียงคอถามด้วยดวงตาใสซื่อ
เพียงขวัญที่ยืนพิงกรอบประตูมองภาพนั้นอยู่ น้ำตาแห่งความปิติก็เอ่อคลอขึ้นมา เธอเดินเข้าไปใกล้สามีที่หันมาสบตาเธอด้วยรอยยิ้มที่สื่อความหมายลึกซึ้งแทนคำพูดทั้งหมด คีย์โอบกระชับร่างบางของภรรยาเข้ามาใกล้ ก่อนจะกดจูบลงบนขมับของเธออย่างแผ่วเบา
“ขอบคุณนะเพียงขวัญ... ขอบคุณที่อดทนและอยู่ข้างกันในวันที่โลกทั้งใบเกือบจะพังทลายลง” คีย์กระซิบชิดผิวแก้ม
“ถ้าไม่มีคุณคีย์ที่เชื่อใจเพียงตั้งแต่วันนั้น... เราคงไม่มีวันนี้ค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
มาร์คัส เลวิส และความแค้นในอดีตกลายเป็นเพียงบทเรียนที่จางหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงพันธะสัญญาแห่งความรักที่ถักทอขึ้นอย่างแน่นหนาจนไม่มีอะไรพรากพวกเขาไปจากกันได้ คีย์ไม่ได้เป็นเพียงเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป แต่เขาคือสามีที่แสนดีและคุณพ่อที่เปี่ยมด้วยความรัก ในขณะที่เพียงขวัญก็ยังคงเป็นดอกไม้ที่ผลิบานอยู่เคียงข้างเขา ตราบจนนิรันดร์
ความรักที่ผ่านการทดสอบจากพายุโหมกระหน่ำ ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่สั่นคลอน กลับยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด มือที่กุมกันไว้อย่างแน่นหนาจะไม่มีวันปล่อยจากกัน ไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนผ่านไปอีกกี่สิบปี ความอบอุ่นในหัวใจของคนทั้งคู่ก็จะยังคงเป็นนิรันดร์เสมอ
ขอบคุณทุกการเดินทางและทุกหยดน้ำตาที่รี้ดเดอร์ทุกท่านมอบให้ "มิดไนท์คิส" ในนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ
พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก•ตอนที่ 25
บทส่งท้าย: ตราบจนนิรันดร์
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสเน่หาซ่อนเงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!