สูตรลับเวทมนตร์ฉบับคนขี้เกียจที่เผลอขึ้นแท่นอัจฉริยะ•ตอนที่ 1

ชีวิตเรียบง่ายที่เริ่มพังตั้งแต่วันแรก

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"ถ้าขยับตัวมากกว่านี้อีกนิ้วเดียว คะแนนประเมินของนายจะกลายเป็นศูนย์ในทันที เซย์ริว" เสียงราบเรียบเย็นเยียบของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบประธานนักเรียนสีขาวบริสุทธิ์ดังขึ้นข้างหู เอลิน่าไม่ได้หันมามอง ผมของเธอสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกสีของหอประชุมใหญ่ จนดูราวกับรัศมีของเทพธิดาที่ไม่อาจเอื้อมถึง ทว่าในมือของเธอกลับถือไม้เรียวเวทมนตร์ที่พร้อมจะฟาดฟันลงมาหากผมเผลอหายใจผิดจังหวะ ผมนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้แข็งๆ อย่างหมดอาลัยตายอยาก ในขณะที่นักเรียนหัวกะทิจากทั่วอาณาจักรนับร้อยชีวิตกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนวงจรเวทมนตร์ลงบนแผ่นศิลาด้วยความเคร่งเครียด บางคนเหงื่อท่วม บางคนท่องบทสวดพึมพำ แต่ผม... ผมเพียงแค่รอให้เวลาผ่านไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณประธานครับ ถ้าผมไม่ได้คะแนนเลย ชีวิตในรั้วโรงเรียนของผมก็น่าจะสุขสงบดีนะครับ ไม่ต้องแบกรับความคาดหวัง ไม่ต้องไปรบกับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน แค่ได้นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ไปวันๆ... มันคือสวรรค์เลยไม่ใช่หรือไงครับ" เอลิน่าชะงัก เธอหมุนตัวกลับมา สายตาสีเงินคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม มันไม่ใช่สายตาที่มองคนขี้แพ้ แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังมอง 'หมาก' ที่ทรงพลังที่สุดบนกระดาน แต่ดันไม่ยอมเดิน "ความขี้เกียจที่ปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อปกปิดความสามารถที่แท้จริง มันน่าสมเพชกว่าการยอมรับว่าตัวเองไร้ความสามารถนะ" เธอขยับเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเธอ "แสดงให้เห็นซะ เซย์ริว... อย่าให้ฉันต้องเปิดเผย 'ของขวัญ' ที่นายซ่อนไว้ด้วยวิธีการที่รุนแรงกว่านี้" ผมถอนหายใจยาว ความจริงที่เธอไม่มีทางรู้คือ ผมไม่ได้ซ่อนอะไรทั้งนั้น ผมแค่ขี้เกียจ! โลกเวทมนตร์นี้มันซับซ้อนเกินไป การจะร่ายเวทหนึ่งบทต้องใช้การคำนวณโครงสร้างอะตอมและพลังงานไหลเวียน ถ้าผมทำตัวเด่น ผมก็ต้องทำงานหนักขึ้นเท่านั้น นี่คือกฎเหล็กของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของผม ทันใดนั้นเอง ความเงียบงันรอบกายก็ดูเหมือนจะถูกตัดขาดด้วยเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอกซ้าย ไม่ใช่ความตื่นเต้น แต่มันคือเสียง 'คลิก' เหมือนกลไกเฟืองที่ขัดข้อง *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณแจ้งเตือนที่ไม่มีใครได้ยินดังขึ้นในหัวผม ตามด้วยหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนที่เด้งขึ้นมาบังทัศนวิสัยตรงหน้า [ระบบ 'สุ่มสกิลอัจฉริยะ' ทำงานสำเร็จ] [ตรวจพบสถานการณ์บีบคั้นระดับ: สอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนเวทมนตร์] [คำสั่งซื้อพลังงาน: เริ่มต้นการสุ่มทักษะเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด] ผมขมวดคิ้ว มือสั่นเบาๆ จนต้องรีบคว้าปากกาขนนกขึ้นมาทำเป็นเขียนวงจรเวทมั่วๆ ลงบนศิลา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ระบบ? ในโลกเวทมนตร์ที่มีแต่นักวิชาการที่ถือดีเนี่ยนะ? [กรุณาเลือกรูปแบบทักษะที่จะได้รับ: 1. พลังทำลายล้างสูง 2. การควบคุมธาตุสมบูรณ์แบบ 3. กลโกงเวทมนตร์ขั้นสูงสุด (แนะนำสำหรับผู้มีนิสัยรักความสบาย)] นิ้วของผมสั่นระริก สายตาของเอลิน่ายังคงจับจ้องไม่วางตา เธอคงคิดว่าผมกำลังใช้สมาธิรวบรวมมานา ทั้งที่ความจริงผมกำลังยืนอยู่หน้าสี่แยกของโชคชะตาที่ผมไม่ได้ต้องการแม้แต่นิดเดียว "เลือกข้อสาม" ผมพึมพำเบาๆ ในลำคอ [ยินดีด้วย คุณได้รับทักษะติดตัว: 'นักจารกรรมพลังเวท' - สามารถคัดลอกและบิดเบือนทักษะของผู้ที่อยู่รอบข้างได้โดยไม่ต้องใช้มานา] [เงื่อนไข: หากถูกจับได้ ความขี้เกียจของคุณจะถูกเปิดโปงต่อสาธารณะ] นี่มันคำสาปชัดๆ! ผมแทบอยากจะทุบแผ่นศิลาตรงหน้าทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ แต่ในจังหวะนั้นเอง อาจารย์คุมสอบผู้ชราภาพก็เดินตรงมาที่โต๊ะของผม แววตาของเขาดูแคลนอย่างเปิดเผย เพราะแผ่นศิลาของผมยังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ลายเส้นพลังเวท "เซย์ริว... เจ้าไม่มีความสามารถหรือไร? การสอบเข้าโรงเรียนเวทมนตร์หลวงไม่ใช่งานรื่นเริงสำหรับคนไร้ค่า ถ้าเจ้าเขียนอะไรลงไปไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ!" เสียงซุบซิบของนักเรียนคนอื่นๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ เอลิน่าขยับไม้เรียวในมือ เธอเตรียมจะก้าวเข้ามา แต่แววตาของเธอกลับมีความคาดหวังแฝงอยู่ลึกๆ นั่นยิ่งทำให้ผมปวดหัวหนักเข้าไปใหญ่ ผมหลับตาลง สูดลมหายใจลึก เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกของผมก็เปลี่ยนไป เส้นสายมานาที่หมุนวนอยู่ในอากาศรอบตัวอาจารย์และเพื่อนร่วมรุ่นปรากฏขึ้นเป็นแผนผังเรืองแสง ผมมองเห็น 'รอยรั่ว' ของเวทมนตร์ที่พวกเขากำลังร่ายอยู่ได้อย่างชัดเจนเหมือนกับการแกะโจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐาน "อาจารย์ครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ พลางวางปากกาลง "เวทลมที่อาจารย์ร่ายป้องกันห้องสอบอยู่... ตรงมุมซ้ายล่างนั่นมันรั่วนะครับ ถ้ามันระเบิดขึ้นมาตอนนี้ ผมว่าทุกคนคงไม่รอด" อาจารย์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากดูแคลนกลายเป็นซีดเผือด [ตรวจพบการบิดเบือนพลังงานระดับสูง: เริ่มต้นการคัดลอกเวท 'มหาพายุกัมปนาท' ของอาจารย์คุมสอบ] ทันทีที่ผมคิดในใจ สายลมรอบตัวก็เริ่มหมุนวนด้วยความเร็วที่น่ากลัว แผ่นศิลาตรงหน้าผมเริ่มส่องแสงสว่างจ้าจนทุกคนในห้องต้องยกมือขึ้นบังตา พลังมหาศาลที่ผมไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้น กำลังไหลทะลักผ่านปลายนิ้วเข้าสู่แผ่นศิลาอย่างบ้าคลั่ง เอลิน่าเบิกตากว้าง เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวเข้ามาหาผมด้วยรอยยิ้มที่ดูประหลาดใจและหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน "นี่น่ะหรือ... พลังของคนที่บอกว่าอยากใช้ชีวิตเรียบง่าย?" เธอถามเสียงสั่น "นายไม่ใช่แค่คนขี้เกียจธรรมดาแล้วล่ะ เซย์ริว นายคือหายนะที่เพิ่งตื่นขึ้นมาต่างหาก" ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบโต้ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของโรงเรียนก็ดังลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินที่ทำให้ผนังหอประชุมร้าวเป็นทางยาว "เกิดอะไรขึ้น!" อาจารย์ตะโกนลั่น ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก หน้าต่างระบบสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าผมอีกครั้ง พร้อมกับข้อความที่ทำให้หัวใจผมร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม [ภารกิจระดับ SSS: กู้คืนความสงบสุขที่ถูกทำลาย] [เป้าหมาย: ดับการตื่นขึ้นของ 'ผู้พิทักษ์ทมิฬ' ที่ถูกปลุกให้ตื่นจากแรงมานาที่รั่วไหลของคุณภายใน 10 นาที] [บทลงโทษหากล้มเหลว: ชีวิตที่แสนขี้เกียจของคุณจะจบสิ้นลงอย่างถาวรในฐานะ 'ผู้ถูกเนรเทศ'] ผมมองไปที่ใจกลางห้องประชุมที่พื้นดินค่อยๆ แยกออก ร่างสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่แฝงไอสังหารกำลังก้าวขึ้นมาจากรอยแยกนั่น และสายตาของมัน... กำลังจ้องเขม็งมาที่ผมเพียงคนเดียว "ดูเหมือนว่า... ชีวิตเรียบง่ายของผม จะจบสิ้นลงตั้งแต่วินาทีนี้เลยสินะครับ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายครั้งนี้ครับ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ! - วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับเวทมนตร์ฉบับคนขี้เกียจที่เผลอขึ้นแท่นอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%