กลิ่นอับชื้นของเลือดและสนิมเหล็กยังคงติดอยู่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับวิญญาณของอัครินทร์เพิ่งจะหลุดลอยขึ้นมาจากขุมนรกอันหนาวเหน็บ
ทว่า สิ่งที่สัมผัสแผ่นหลังของเขากลับไม่ใช่พื้นศิลาอันเย็นเยียบของคุกใต้ดินแห่งวังหลวง หากแต่เป็นความนุ่มละมุนของเบาะรองนอนปักลายหงส์คู่ดิ้นทอง—ลวดลายที่ถูกสั่งห้ามใช้ในราชสำนักมานานนับสามปีเต็ม นับตั้งแต่ที่แม่ทัพอคินสถาปนาตนขึ้นกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
ดวงตาทรงรีที่ผ่านการมองความตายมาแล้วครั้งหนึ่งค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ
ความมืดมิดของห้วงนิทราถูกแทนที่ด้วยแสงเทียนสีส้มวอร์มที่ทอดเงายาวไหววับบนผนังไม้สักทอง แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงตามแบบฉบับตำหนักบูรพา อัครินทร์กวาดสายตาคมกริบสำรวจรอบกายด้วยสัญชาตญาณของอดีตราชองครักษ์ผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแต่มั่นคง
นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นสัมผัสลำคอของตนเอง... รอยแผลเป็นจากการถูกคมดาบเฉือนจนหลอดลมขาดสะบั้นเมื่อวานซืน... ไม่สิ... *ณ ตอนนี้ มันไม่มีรอยแผลนั้น* ผิวเนื้อเนียนนุ่มราวนักบวชหนุ่ม ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความเจ็บปวดใด ๆ
เขายังไม่ตาย... หรือพูดให้ถูกคือ *เขาย้อนเวลากลับมา*
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้ไหวราวีดังขึ้นที่หน้าประตูบานเลื่อน อัครินทร์ไม่ขยับกาย เขาเพียงแต่ตวัดสายตาคมปลาบไปยังทิศทางนั้น ความเงียบงันภายในห้องถูกคั่นด้วยเสียงเคาะสามครั้งตามด้วยเสียงหวานใสคุ้นหูที่เอ่ยลอดผ่านเข้ามา
"ท่านอัครินทร์เจ้าคะ... ใกล้เวลาที่องค์ชายสี่จะเสด็จออกว่าราชการลับกับขุนนางฝ่ายใต้แล้ว ท่านตื่นหรือยังคะ?"
น้ำเสียงนั้น... เสียงของรวิภา สตรีผู้ซ่อนคมมีดไว้ใต้รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ผู้ซึ่งในชาติก่อนเคยยื่นยาพิษให้เขาดื่มเพื่อตัดตอนความลับทั้งหมด แต่วันนี้... เธอยังเป็นเพียงสายลับสองหน้าผู้ดิ้นรนอยู่ในวังวนแห่งเกมการเมือง
อัครินทร์ไม่ได้ตอบรับทันที เขาลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เยือกเย็น จนผู้ที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับชะงักไป
"เข้ามาสิ... ประตูก็ไม่ได้ลงกลอนนี่นา"
บานประตูไม้แกะสลักเปิดออกช้า ๆ รวิภาก้าวเข้ามาในชุดนางกำนัลชั้นสูงสีฟ้าครามปักลายดอกโบตั๋น ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มเครื่องประทินโฉมบางเบา ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและสงสัยอย่างปิดไม่มิด นางถือถาดเครื่องกระเบื้องเคลือบสีขาวลายคราม บนนั้นมีถ้วยชาหอมกรุ่นที่ไอร้อนยังคงลอยอวลขึ้นมา
"ท่านดูแปลกไปนะคะ..." รวิภาเอ่ยขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองอัครินทร์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังพยายามอ่านใจบุรุษตรงหน้า "แววตาของท่าน... เหมือนคนที่เพิ่งผ่านสงครามมาเป็นร้อยปี ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนเราเพิ่งปรึกษาเรื่องแผนผังคลังอาวุธหลวงกันแท้ ๆ"
อัครินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่เคยโรยราและเต็มไปด้วยบาดแผล บัดนี้กลับมาทรงพลังและเต็มไปด้วยพละกำลังของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ เขาเดินเข้าไปหารวิภาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันเสียจนสตรีตรงหน้าต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกอิงฮวาจากตัวนางผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดี แต่วันนี้ อัครินทร์กลับได้กลิ่นอีกกลิ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลิ่นหอมเหล่านั้น... กลิ่นของความตายและผลประโยชน์
"สงครามเหรอ?" อัครินทร์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาสนเท่ห์มองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "เจ้าพูดถูก... ข้าเพิ่งผ่านสงครามมา สงครามที่ยาวนานและเจ็บปวดที่สุด... สงครามที่ทำให้ข้าได้รู้ว่า ใครบ้างที่สมควรตาย และใครบ้างที่สมควรได้รับการชดใช้"
รวิภาชะงัก ถาดในมือสั่นไหวเล็กน้อย น้ำชาในถ้วยกระเพื่อมเป็นวงคลื่น นางฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยจริตจะก้านที่ฝึกฝนมาอย่างดี "ท่านพูดจาแปลกประหลาดอีกแล้วนะคะ หรือว่าเมื่อคืนท่านฝันร้าย?"
"ฝันร้ายงั้นหรือ?" อัครินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและไร้ซึ่งความขบขัน "หากเจ้าได้เห็นวันที่แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟ วันที่โลหิตของราช Stคระนغตระกูลนองท่วมท้องพระโรง และวันที่เจ้า... นำยาพิษมาให้ข้าดื่มด้วยมือของตนเอง... เจ้าจะรู้ว่าความฝันกับความจริงมันน่าสะพรึงกลัวต่างกันอย่างไร"
สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของรวิภาเปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างขึ้น นางถอยกรูดจนหลังชนกับชั้นวางตำราโบราณ เสียงกระเบื้องกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง แต่นางไม่มีสิทธิ์สนใจมันอีกต่อไปแล้ว
*เขารู้ได้อย่างไร? เรื่องนั้น... มันเป็นแผนการลับขั้นสุดยอดที่แม้แต่แม่ทัพอคินก็ยังไม่รู้ในตอนนี้!*
"ท่าน... ท่านพูดเรื่องอะไรกัน ข้าไม่เห็นเข้าใจ..." รวิภาเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มของสตรีผู้สูงศักดิ์เอาไว้ แต่เหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นตามไรผม
อัครินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง มือหนาเอื้อมไปแตะขอบถาดกระเบื้องเคลือบ ก่อนจะปัดมันลงเบื้องล่างอย่างไม่ใยดี ถ้วยชาตกกระทบพื้นศิลาแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันนองเต็มพื้น ส่งกลิ่นฉุนแปลกประหลาดที่หากใครสูดดมเข้าไปย่อมรู้ได้ทันทีว่ามันคือพิษสลายเส้นเอ็น
"ชาถ้วยนี้... เจ้าตั้งใจจะนำมาให้ข้าดื่มเพื่อทดสอบความภักดี หรือเพื่อส่งข้าไปให้แม่ทัพอคินเป็นของกำนัลในวันเปิดศึกกันแน่ แม่นางรวิภา?"
อัครินทร์โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงกระซิบจากยมทูต "จำไว้... อีกเจ็ดวันข้างหน้า จะเกิดรัฐประหารขึ้นที่ท้องพระโรงหลวง แม่ทัพอคินจะนำกองกำลังทหารม้าเข้าปิดล้อมวังบูรพา และพวกเราทุกคนกำลังจะกลายเป็นหมากบนกระดานที่ถูกเขี่ยทิ้ง"
รวิภากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวราศจะหลุดออกมานอกอก ความกลัวและความหวาดระแวงตีรวนขึ้นมาในอก แต่มิติแห่งความทะเยอทะยานในแววตานางกลับไม่จางหาย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มที่ฝืนทำถูกแทนที่ด้วยความจริงจัง
"ในเมื่อท่านรู้ทุกอย่าง... ท่านจะทำอย่างไรต่อ? ลำพังตัวท่านคนเดียว ต่อให้เก่งกาจมาจากไหน ก็ไม่อาจต้านทานกองกำลังนับหมื่นของแม่ทัพอคินได้หรอกนะคะ"
อัครินทร์ถอยหลังกลับมายืนตั้งตรง แววตาฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและอำมหิตที่ซ่อนเร้นมานาน เขายกมือขึ้นประสานไว้ด้านหลัง มองออกไปนอกหน้าต่างที่กลุ่มเมฆฝนเริ่มตั้งเค้าทะมึน
"ใครบอกเจ้าว่าข้าจะสู้คนเดียว?" อัครินทร์เอ่ยเสียงเรียบ "ในกระดานนี้... ข้าไม่ใช่เบี้ยที่รอความตายอีกต่อไปแล้ว แต่ข้าคือผู้ที่จะพลิกกระดาน และเชือดคอผู้เล่นทุกคนที่บังอาจหยิบหมากตานี้ขึ้นมา"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมเสียงเกือกม้าดังสนั่นหวั่นไหวมาจากหน้าตำหนัก ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องของขันทีหน้าหอที่ประกาศด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้ปลดราชองครักษ์อัครินทร์ออกจากตำแหน่งทันที ข้อหากบฏและสมคบคิดกับกบฏฝ่ายใต้!"
รวิภาสะดุ้งสุดตัว นางหันขวับกลับมามองอัครินทร์ด้วยความตกตะลึง เพราะประกาศฉบับนี้... ตามประวัติศาสตร์เดิมแล้ว มันควรจะมาถึงในอีกสามวันข้างหน้า ไม่ใช่ตอนนี้!
อัครินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว
...ดูเหมือนว่า ฝ่ายนั้นจะรีบเร่งเดินหมากตานี้เร็วกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้เสียแล้วสิ
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนกาลเวลามา ณ ที่นี้นะคะ
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ•ตอนที่ 1
รสชาติของความตายและหยาดฝนย้อนกาล
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับคนตายที่คืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!