เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 21

กับดักของคนริษยา

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"ถ้าผงพะโล้สูตรพิเศษของร้านสหายมู่มีสารหนูจริง ป่านนี้ลูกชายฉันคงอาเจียนเป็นเลือดตายคาบ้านไปแล้วสิคะ!" เสียงแหลมสูงของป้าหวังดังทะลุผนังไม้เก่าแก่ของตลาดชุมชนสหกรณ์ ออกมาเรียกร้องความสนใจจากพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่กำลังเดินจับจ่ายใช้สอยยามบ่ายได้อย่างชะงัด หลินมู่เฟยที่เพิ่งก้าวลงจากรถจักรยานของถังจื่อหานชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงพิจารณาสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยความสงบเยือกเย็น ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย บนแผงไม้ไผ่ขัดมันสะอาดสะอ้านของมู่เฟย ห่อกระดาษสีน้ำตาลบรรจุเครื่องเทศสูตรลับและผงพะโล้ตุ๋นยาจีนถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย หญิงวัยกลางคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีเกินหน้าชาวบ้านทั่วไป กำลังยืนเท้าสะเออชี้หน้าเด็กฝึกงานในร้านด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด รอบตัวมีกลุ่มมุงส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ "เกิดอะไรขึ้นคะพี่สาวหวัง เสียงดังโวยวายมาถึงท้ายตลาดแบบนี้ เกรงว่าลูกค้าท่านอื่นจะตกใจเอาได้นะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล หลินมู่เฟยสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ด้วยก้าวย่างมั่นคง รัศมีเยือกเย็นและสง่างามที่หล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ทั้งสองภพทำให้ผู้คนโดยรอบต่างหลีกทางให้อัตโนมัติ ด้านหลังของนางคือถังจื่อหาน นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเรียบร้อย ใบหน้าคมเข้มไร้รอยยิ้มแววตาดุจเหยี่ยว กวาดตามองฝูงชนเพียงครั้งเดียวก็ทำเอาบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันตาเห็น ป้าหวังสะดุ้งโหย่งเมื่อเห็นสามีของมู่เฟย แต่เพราะมีคนหนุนหลังและเงินสินบนก้อนโตซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อ นางจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วปัดมือใส่ห่อเครื่องเทศบนโต๊ะราวกับของแสลง "ฮ่า! เจ้าของร้านตัวจริงมาแล้วหรือนึกว่าจะหลบหน้าหนีความผิดไปเสียอีก! มู่เฟย เจ้าดูนี่สิ ลูกชายฉันซื้อผงพะโล้ตุ๋นหมูสามชั้นของเจ้าไปเมื่อวาน พอกลับไปกินมื้อเย็นปรากฏว่าปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียนจนหมดไส้หมดพุง หมอประจำคอมมูนบอกว่าอาหารเป็นพิษจากเครื่องเทศแปลกปลอมในนี้! เจ้าคิดจะฆ่าคนล้างหน้าร้านตัวเองหรือยังไงกัน!" สิ้นคำกล่าวหา ฝูงชนต่างฮือฮาขึ้นทันที ยุค 70-80 อาหารการกินหายากและมีความอ่อนไหวสูงมาก หากมีข่าวเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคมีพิษภัย ชื่อเสียงของร้านค้าที่เพิ่งตั้งไข่ได้ไม่นานย่อมพังทลายในชั่วข้ามคืน นี่คือหมัดฮุกที่คู่แข่งหวังใช้ล้มมู่เฟยให้จมดิน หลินมู่เฟยไม่โต้เถียง นางก้มลงหยิบห่อกระดาษที่ถูกแกะออกแล้วขึ้นมาพิจารณาอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวหยิบผงเครื่องเทศสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาเล็กน้อย ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อสัมผัสและสูดดมกลิ่นเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยาะหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว กลิ่นนี้... ไม่ใช่ผงพะโล้สูตรของนาง! "ป้าหวังคะ..." มู่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว "ผงพะโล้สูตรลับของร้านข้า บดจากโป๊ยกั้ก ออบเชย ลูกจันทน์เทศ และพริกหอมแท้คั่วด้วยไฟอ่อนในสัดส่วนเฉพาะตัว สีของมันจะออกน้ำตาลนวลและมีกลิ่นหอมหวลของสมุนไพรฤทธิ์อุ่น แต่ผงในมือท่านนี้..." นางยื่นผงในมือให้สาธารณชนเห็นชัดๆ "มีส่วนผสมของ 'หญ้าเมาสามวัน' บดละเอียดปะปนอยู่ สีคล้ำกว่าปกติและมีกลิ่นฉุนของยางไม้ป่า สรรพคุณของมันคือทำให้คลื่นไส้เวียนหัวชั่วคราวแต่ไม่อันตรายถึงชีวิต... ช่างเป็นพิษที่เลือกสรรมาเพื่อสร้างสถานการณ์ได้เหมาะเจาะเสียจริงนะคะ" "เหลวไหล! เจ้ากำลังกล่าวหาว่าฉันกุเรื่องงั้นรึ!" ป้าหวังหน้าถอดสี ละล่ำละลักปฏิเสธเสียงดังกลบเกลื่อนพิรุธ "ข้ายังไม่ได้บอกเลยนะคะว่าท่านกุเรื่อง แต่ท่านร้อนตัวเร็วเสียจริง..." มู่เฟยแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสุกใสเปล่งประกายคมกริบดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง "อีกอย่างหนึ่ง สินค้าของร้านข้าทุกห่อมีการประทับตราประทับลับด้วยหมึกสมุนไพรสีชาดที่ด้านในกระดาษ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง... แต่ห่อนี้ ไม่มีรอยประทับนั้นเลยแม้แต่น้อย" บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจ้องมองไปที่ห่อกระดาษในมือของป้าหวังเป็นตาเดียว ความจริงปรากฏชัดเจนจนไม่ต้องสืบสวนเพิ่มเติม ทว่า ก่อนที่ป้าหวังจะทันได้หาข้อแก้ตัวใดๆ เสียงปรบมือเบาๆ แกล้งทำเป็นชื่นชมก็ดังขึ้นจากตรอกแคบด้านข้าง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีแดงสดและรองเท้าหนังขัดมันอย่างดี—เหมยเซียง ลูกสาวเจ้าของร้านเครื่องเทศคู่แข่งรายใหญ่ประจำอำเภอ เดินนظรอยยิ้มเยาะเย้ยเข้ามาท่ามกลางผู้คน "เก่งมาก สะใภ้ถัง สมเป็นคนมีความรู้... แต่เสียดายนะ ต่อให้เธอแก้ตัวตอนนี้ ลูกค้าเขาก็ไม่กล้าซื้อของร้านเธอไปกินอีกแล้วล่ะ!" เหมยเซียงเชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจ "สินค้ามีปัญหาจนคนท้องเสียแพร่สะพัดไปทั่วตลาด ใครเขาจะอยากเอาชีวิตมาเสี่ยงกับของเถื่อนไร้มาตรฐานอย่างเธอ" หลินมู่เฟยหันไปมองคู่ปรับตัวฉกาจ รอยยิ้มบนใบหน้าของนางไม่ได้ลดความงามลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งดูเย้ายวนและอันตรายขึ้นไปอีกเมื่อยืนเคียงข้างสามีหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาเงียบๆ "ขอบใจนะ๨ะที่อุตส่าห์ลงทุนจ้างคนมาสร้างฉากใหญ่โตขนาดนี้..." มู่เฟยกล่าวเสียงใส เดินเข้าไปใกล้เหมยเซียงทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ก่อนจะห่วงเรื่องชื่อเสียงร้านของข้า เหมยเซียง... เธอกลัวความจริงเรื่อง 'วัตถุดิบเถื่อน' ที่เธอแอบลักลอบนำเข้าจากชายแดนใต้เพื่อลดต้นทุน จะถูกทางการตรวจสอบพบเสียก่อนหรือเปล่าคะ?" ใบหน้าของเหมยเซียงเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในทันที รอยยิ้มหยันแข็งค้างอยู่บนริมฝีปาก ถังจื่อหานก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่บังแสงแดดยามบ่ายจนทอดเงาทาบทับร่างของเหมยเซียงและป้าหวังจนมืดมิด เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มเอ่ยขึ้นลอดไรฟันด้วยความเย็นเยียบ "กรมสารวัตรทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่าย พาณิชย์ กำลังรอตรวจค้นคลังสินค้าของตระกูลเหมยในเวลานี้พอดี... อยากจะกลับไปดูหน้างานพร้อมกับพวกเราเลยไหมล่ะครับ" เหมยเซียงเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้นตลาดทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักว่าพวกนางตกลงมาติดกับดักที่ขุดล่อไว้เสียเองอย่างสมบูรณ์แบบ! *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ซ่านซึ้งอบอุ่นหัวใจด้วยกันมาโดยตลอดนะคะ... พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%