เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 12

ขยายอาณาจักรฟาร์ม

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของ "กัวฉาง SHI" ฉายชัดภายใต้แสงเงาสลัวของค่ำคืนอันหนาวเหน็บ ร่างของแม่สามีที่เคยส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราด บัดนี้กลับสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ นางหมอบกราบลงกับพื้นดินเปียกชื้น ปัสสาวะราดรดกางเกงจนส่งกลิ่นคละคลุ้ง น่าสมเพชเวทนาจนหลินมู่เฟยแทบไม่อยากจะกวาดสายตาไปมอง "ไม่นึกเลยว่า... แม่ทัพหญิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งหุบเขาโอสถในภพก่อน จะต้องมาตกต่ำเป็นแค่เมียชาวนาซอมซ่อในดินแดนกันดารเช่นนี้" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้น กัวฉางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีคุกคาม แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองฝังรากลึกจากอดีตชาติที่มู่เฟยเคยเด็ดหัวลูกน้องคนสนิทของมันอย่างไร้ความปรานี มู่เฟยหัวใจหล่นวูบ แต่นางหาได้แสดงความหวาดกลัวออกมาไม่ ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองชายชุดดำทั้งสิบชีวิตที่พกพาอาวุธครบมือ กลิ่นอายสังหารลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินโคลน นางรู้ดีว่าในยุค 70-80 เช่นนี้ การที่กลุ่มอันธพาลติดอาวุธกลุ่มนี้เข้ามาถึงหน้าบ้านได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ทว่า ก่อนที่กัวฉางจะทันได้ชักมีดสั้นออกมาจากฝัก เงาร่างสูงใหญ่ของถังจื่อหานก็ก้าวผ่านหน้าภรรยาไปราวกับภูผาเหล็กกล้า แผ่นหลังกว้างของสามีแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันจนชายชุดดำหลายคนถึงกับชะงักฝีเท้า "ไสหัวไปซะ... ก่อนที่พวกแกจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินกลบหน้า" น้ำเสียงของถังจื่อหานราบเรียบเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แต่มันกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน บาดแผลทางใจจากสงครามที่เคยสั่นคลอนจิตใจ บัดนี้กลับถูกหลอมรวมเป็นความเด็ดเดี่ยวเพื่อปกป้องสตรีด้านหลัง "โอ๊ะๆ นายทหารผู้รุ่งโรจน์... เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวจะปกป้องอีตัวภรรยาและแม่แก่ๆ นี่ได้หรือ?" กัวฉางแค่นหัวเราะเสียงต่ำ ส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว กลุ่มชายชุดดำก็พุ่งเข้าประชิดทันที มู่เฟยหรี่ตาลง นางไม่อาจปล่อยให้สามีต้องรับมือกับพวกมันทั้งหมดด้วยกำลังกายเพียงอย่างเดียว ในเมื่อพวกมันรนหาที่เอง นางก็ไม่จำเป็นต้องใจดีอีกต่อไป ฉับพลันนั้น จิตวิญญาณแห่งเซียนปรุงยาในมิติลับก็ตื่นตัวขึ้น! มู่เฟยแอบซ่อนมือไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ตหนา นิ้วเรียวยาวหยิบ "ผงหอมอัคคีทมิฬ" ที่กลั่นกรองจากสมุนไพรโบราณในมิติออกมาอย่างรวดเร็ว สมุนไพรชนิดนี้เมื่อสัมผัสกับอากาศจะเปลี่ยนเป็นควันพิษไร้สี ที่ไม่ถึงตาย แต่มันจะทำให้ประสาทสัมผัสและการทรงตัวของผู้สูดดมไร้สิ้นสภาพไปชั่วขณะ *ฟึบ!* มู่เฟยสะบัดข้อมือเบาๆ ละอองสีเงินจางๆ ลอยล่องไปตามสายลมยามค่ำคืน ตรงเข้าสู่ใบหน้าของกลุ่มชายชุดดำแถวหน้าทันที "อึก... นี่มันกลิ่นอะไร..." ชายชุดดำคนหนึ่งยกมือขึ้นกุมลำคอ ร่างกายเริ่มเซถลา ดวงตาพร่ามัวจนยืนแทบไม่อยู่ ก่อนที่พวกมันจะล้มพับลงไปกองกับพื้นทีละคนอย่างง่ายดาย กัวฉางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มันหันขวับมามองสตรีที่มันคิดว่าเป็นเพียงชาวนาอ่อนแอ แต่นางกลับยืนมองมันด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้ขนหัวลุก "แก... นังปีศาจ!" กัวฉางคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พุ่งตัวเข้าหาหวังจะปลิดชีพมู่เฟยในดาบเดียว ทว่า ถังจื่อหานเร็วกว่าก้าวหนึ่ง ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวกัวฉางราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ มือเหล็กคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ก่อนจะหักบิดด้วยความรุนแรง เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบท่ามกลางความเงียบสงัด ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดที่ดังลั่นไปทั่วบริเวณหมู่บ้าน "ภรรยาของฉัน... ใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะ" ถังจื่อหานเอ่ยกระซิบข้างหูกัวฉางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น ก่อนจะเตะตัดขาจนหัวหน้าโจรชุดดำคุกเข่าลงแทบเท้า เหตุการณ์ความวุ่นวายสงบลงในเวลาไม่ถึงสิบนาที แม่สามีที่นอนตัวสั่นอยู่บนพื้นได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับลูกสะใภ้ที่นางเคยรังเกียจเดียดฉันท์อีกเลย *** รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือน พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของดินร่วนซุยและหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า ความวุ่นวายเมื่อคืนถูกจัดการอย่างเงียบเชียบโดยสหายทหารของถังจื่อหานที่เข้ามาช่วยเคลียร์พื้นที่ กัวฉางและสมุนถูกส่งตัวไปยังหน่วยงานความมั่นคงอย่างไร้ร่องรอย มู่เฟยจึงสามารถกลับมาโฟกัสกับเป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ "การขยายอาณาจักรฟาร์ม" ของนาง ณ แปลงดินหลังบ้านที่เคยแห้งแล้ง บัดนี้ถูกปรับปรุงใหม่จนกลายเป็นแปลงเกษตรขนาดใหญ่ มู่เฟยยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามสาย มือเรียวถือขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุ "สารบำรุงวิญญาณพฤกษา" น้ำยาเข้มข้นสีทองประกายมุกที่นางสกัดขึ้นมาจากน้ำพุวิเศษในมิติ "ถ้าหากสูตรนี้สำเร็จ... พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของฉันจะสามารถเติบโตได้เร็วกว่าปกติถึงสิบเท่า และรสชาติย่อมเหนือกว่าพืชทั่วไปในตลาดมืดหลายเท่าตัวอย่างแน่นอน" มู่เฟยพึมพำกับตัวเองด้วยความมั่นใจ ถังจื่อหานเดินเข้ามาเงียบๆ สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนที่เต็มไปด้วยพลัง เขายื่นแก้วน้ำอุ่นให้ภรรยาด้วยแววตาที่ฉายแววคลั่งรักและห่วงใยไม่เสื่อมคลาย "พักก่อนเถอะค่ะที่รัก งานหนักปล่อยให้ผมจัดการเอง" มู่เฟยรับแก้วน้ำมาจิบเบาๆ นางส่งยิ้มหวานให้สามี ก่อนจะหยิบเมล็ดพันธุ์ "โสมหิมะแดง" และ "พริกหมากลั่นทิพย์" ที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้ลงไปหยอดในหลุมดินที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงหยดสารบำรุงสีทองลงไปเพียงหยดเดียว *ปาฏิหาริย์บังเกิดทันที!* เพียงแค่หยดน้ำสัมผัสกับพื้นดิน พื้นดินบริเวณนั้นก็สั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่ยอดอ่อนสีเขียวมรกตจะพุ่งทะลุดินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมหวานปนเผ็ดร้อนของเครื่องเทศชั้น LOR ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านจนหอมตลบอบอวลไปทั้งหมู่บ้าน สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา "นั่น... กลิ่นอะไรน่ะ หอมเย้ายวนใจยิ่งกว่าเหล้าหมักสิบปีเสียอีก!" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความฉงน มู่เฟยแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ นางรู้ว่าสินค้าล็อตแรกนี้จะสร้างความสะเทือนเลือนลั่นให้กับตลาดมืดในเมืองหลวงอย่างแน่นอน ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะหันไปบอกสามีให้เตรียมตัวเก็บเกี่ยวผลผลิต สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยร่างหนึ่งกำลังยืนแอบมองอยู่หลังรั้วบ้าน นั่นคือ "หลี่อวี้" หญิงสาวคู่ปรับเก่าจากในเมืองที่ควรจะถูกเนรเทศไปใช้แรงงานต่างจังหวัด แต่นางกลับยืนถือจดหมายปริศนาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น พร้อมกับเอ่ยปากพูดเบาๆ แต่ชัดเจนว่า... "หลินมู่เฟย... ความลับเรื่องที่เจ้าไม่ใช่คนของยุคนี้ กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกสามวันข้างหน้า!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายร่วมรบในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%