เสียงเหล็กข้ออ้อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสิบสองมิลลิเมตรที่ร่วงหล่นกระแทกพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นสิบสี่ของ “โปรเจกต์มูนไลท์” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงโลหะกระทบกัน แต่มันคือเสียงคำรามของความโลภที่ดังกลบสามัญสำนึกของความเป็นมนุษย์
รวินท์ยืนนิ่งอยู่หลังเสาเข็มต้นใหญ่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบราวกับเลนส์กล้องที่กำลังบันทึกภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ เศษฝุ่นปูนขาวโพลนฟุ้งกระจายเคลือบบนไหล่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่ยับย่นจากการทำงานล่วงเวลามาตลอดทั้งคืน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาไม่ใช่โครงสร้างที่บิดเบี้ยว หากเป็นร่างของลุงสม คนงานวัยห้า عشرปีที่นอนกุมขาขวาซึ่งถูกทับอยู่ใต้คานเหล็กชั่วคราว เลือดสีแดงเข้มซึมทะลุกางเกงยีนส์เนื้อหนาไหลนองปะปนกับน้ำฝนที่รั่วซึมผ่านอาคารโล่งแจ้ง
“ผมบอกพวกคุณแล้วว่านั่งร้านเซ็ตนี้ยังไม่ได้ระดับความปลอดภัยมาตรฐาน!” เสียงของรวินท์ดังแทรกความอลหม่านขึ้นทันที ความเยือกเย็นที่เขายึดถือมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อเห็นผู้รับเหมาช่วงอย่าง ‘ชัย อนันต์’ กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทางลุกลน มากกว่าจะตกใจกับชีวิตคน
“สถาปนิกอย่างคุณรู้อะไรเรื่องหน้างานจริง ๆ เล่าคุณรวินท์!” ชายอนันต์แผดเสียงกลบเกลื่อนความผิด เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก “มันเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย คนงานประมาทเองไม่ยอมใส่รองเท้าเซฟตี้ให้เรียบร้อย อย่ามาหาเรื่องโยนความผิดให้บริษัทผมเลยน่า”
“ประมาท?” รวินท์ทวนคำ น้ำเสียงต่ำทุ้มแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสะดุ้ง เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชัยทีละก้าวอย่างคุกคาม “เหล็กค้ำยันไร้สลักเกลียวล็อก นั่งร้านใช้ไม้สนมือสองที่ขึ้นรา และกำหนดการเทปูนที่ถูกเร่งรัดให้เสร็จก่อนกำหนดสามวันเพื่อให้คุณเบิกงวดงานรอบใหม่... แบบนี้เขาเรียกความประมาทของคนงาน หรือความประมาทเลินเล่อทางอาญาของคุณกันแน่ครับ คุณชัย”
บรรยากาศบนไซต์ก่อสร้างเงียบกริบลงทันที เสียงครางด้วยความเจ็บปวดของลุงสมเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ย้ำเตือนว่านี่ไม่ใช่เกมการเมืองในห้องประชุม แต่เป็นเรื่องความเป็นความตายของมนุษย์คนหนึ่ง
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟ ศิลาในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มปรากฏกายขึ้นท่ามกลางกลุ่มฝุ่นควัน สีหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความตกใจ ราวกับคาดการณ์สถานการณ์แบบนี้ไว้อยู่แล้วตั้งแต่แรก สายตาคมปลาบกวาดมองร่างที่บาดเจ็บของคนงานแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเคร่งเครียดของรวินท์
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมเสียงดังไปถึงชั้นล่าง” ศิลาเอ่ยถาม น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขามโดยธรรมชาติ
“ท่านประธานครับ! สถาปนิกคนนี้กำลังใส่ร้ายผม เรื่องมัน—” ชายอนันต์รีบวิ่งเข้าไปฟ้องทันทีหวังชิงความได้เปรียบ
“หุบปากซะ” ศียายกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ชายอนันต์ก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วถอยร่นไปทันที ศิลาไม่ได้สนใจผู้รับเหมาช่วงคนนั้นอีก เขาก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเผชิญหน้ากับรวินท์ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้เสียจนรวินท์ได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ เจือจางบนปกเสื้อของอีกฝ่าย
“คุณปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ศิลา” รวินท์เปิดฉากประจันหน้า ดวงตาสีเข้มจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของนักบริหารหนุ่ม “นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของงานดีไซน์ แต่มันคือผลลัพธ์จากการที่คุณยอมหลับตาข้างหนึ่งให้พวกผู้รับเหมาลดต้นทุนเพื่อรักษาผลกำไรบริษัทของคุณ”
ศิลาไม่หลบสายตา รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน—ไม่ใช่เย้ยหยันรวินท์ แต่เย้ยหยันโชคชะตาของตัวเอง
“คุณมองโลกในแง่ดีเกินไป รวินท์ หรือไม่ก็โง่เขลาจนมองไม่เห็นความจริงของโลกธุรกิจ” ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความฝันบนกระดาษไขแผ่นสวยของคุณ แต่มันขับเคลื่อนด้วยตัวเลขที่ต้องจบลงในงบดุล ถ้าโปรเจกต์นี้สะดุด ล้มละลาย... พนักงานอีกสามร้อยชีวิตจะเอาอะไรกิน? คนงานที่คุณกำลังสงสารเขานักหนานี้แหละที่จะตกงานเป็นกลุ่มแรก”
“แล้วชีวิตคนงานคนนี้ล่ะ? มูลค่าของเขามันถูกปัดตกไปเป็นแค่เศษเลขศูนย์ในงบดุลของคุณด้วยงั้นเหรอ!” รวินท์ยกระดับเสียงขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว อารมณ์ที่ถูกกดทับมานานระเบิดออกมาผ่านหมัดที่กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
“ผมไม่ได้บอกว่ามันถูกต้อง” ศิลาตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าแววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที “แต่ในเกมนี้ ไม่มีใครมือสะอาดหรอกรวินท์... แม้แต่คุณเอง”
ประโยคนั้นทำให้รวินท์ชะงักไปครู่หนึ่ง ศิลาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนเกือบชิด โน้มตัวกระซิบข้างใบหูของสถาปนิกหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนหัวลุก
“ถ้าคุณอยากช่วยลุงสมจริง ๆ และอยากเล่นงานชัยอนันต์ให้จมดิน... ทำไมคุณไม่ลองก้มลงมองที่พื้นใต้เท้าของคุณดูล่ะ”
รวินท์ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่สัญชาตญาณทำให้เขาเบนสายตาลงไปยังกองวัสดุที่กระจัดกระจายอยู่ข้างตัวลุงสม ท่ามกลางคราบเลือดและเศษปูน มีเอกสารแผ่นหนึ่งที่เปียกชื้นโคลนโผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊กที่หลุดร่วงของชัยอนันต์
มันคือสำเนาใบสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง... ที่มีลายมือชื่ออนุมัติของบุคคลที่รวินท์คาดไม่ถึงที่สุด
ดวงตาสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านตัวเลขและชื่อย่อบนเอกสารแผ่นนั้น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่สันหลัง
ศิลายืดตัวตรงขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกดังเดิม ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายไว้ก่อนหันหลังเดินจากไป
“บางที... ความจริงที่คุณตามหา อาจไม่ได้ซ่อนอยู่บนฟ้าหลังฝนอย่างที่คุณคิดหรอกนะครับคุณรวินท์”
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์•ตอนที่ 17
การสูญเสียครั้งแรก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!