กระดาษไขแผ่นใหญ่ถูกกรีดด้วยใบมีดคัตเตอร์คมกริบ เสียง *แกรก* ที่บาดประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานไร้แสงไฟ มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉาบใบหน้าด้านข้างของรวินท์ให้ดูคล้ายรูปปั้นหินอ่อน สถาปนิกหนุ่มไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน แม้เขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หยุดลงตรงหน้าโต๊ะทำงานมาได้สักพักแล้วก็ตาม
"คุณควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้วครับ รวินท์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูเอ่ยขึ้น ศิลายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีเข้มที่ยับย่นเล็กน้อยบ่งบอกถึงการทำงานข้ามคืนเช่นเดียวกัน บนโต๊ะทำงานของรวินท์เวลานี้ เต็มไปด้วยแปลนโครงสร้างของ *'โปรเจกต์มูนไลท์'* (Moonlight Project) ที่ถูกวงด้วยปากกาแดงเป็นจุดๆ จนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
รวินท์วางคัตเตอร์ในมือลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นไร้กรอบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่เคลือบไว้ด้วยความกรุ่นโกรธ
"พักผ่อนหรือครับ? ในขณะที่โครงสร้างฐานรากโซนตะวันออกที่เราคำนวณไว้อย่างดีกำลังถูกรื้อแก้โดยพาดพิงถึงความปลอดภัยของโครงสร้างหลัก... คุณคิดว่าผมยังมีสิทธิ์นอนหลับอย่างสนิทใจอีกหรือครับ คุณศิลา"
ศิลาถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีตกใจกับข่าวที่ได้ยินแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกกลิ่นหมึกใหม่ลงบนกองแปลนกระดาษ
"มันไม่ใช่แค่เรื่องการรื้อแก้แปลนธรรมดาหรอกครับ... รวินท์" ศิลาพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "มีคนจงใจส่งข้อมูลเท็จเรื่องความหนาของคานรับน้ำหนักไปยังสำนักงานเขต ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว และถ้าเราจัดการกับเรื่องนี้ไม่ทันรุ่งสาง ใบอนุญาตการก่อสร้างเฟสแรกของมูนไลท์จะถูกระงับทันที"
รวินท์นิ่งงันไปชั่วขณะ ความเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความตกใจกลัวต่ออำนาจรัฐ แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า "ศัตรู" ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดกำลังเคลื่อนไหว และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การดิสเครดิตบริษัท แต่เป็นการทำลายจิตวิญญาณของโปรเจกต์นี้ให้ย่อยยับ
"ใคร..." รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว "ใครที่เป็นคนอนุมัติเอกสารชุดนั้นส่งออกไปโดยข้ามขั้นตอนการตรวจสอบผ่านผม"
"ไม่มีชื่อในระบบครับ" ศิลาตอบทันควัน น้ำเสียงของนักบริหารหนุ่มจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ทุกอย่างถูกส่งผ่านช่องทางดิจิทัลที่เข้ารหัสไว้อย่างแน่นหนา และคนที่รู้ระบบรหัสผ่านระดับนี้ มีแค่ผู้ถือหุ้นใหญ่สามคน... และหนึ่งในนั้นคือน้องชายของคุณเอง"
คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามาบีบหัวใจของรวินท์ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัว ความโลภและการทุจริตของคนในครอบครัวที่เคยทำลายความศรัทธาในสถาปัตยกรรมของเขาเมื่อหลายปีก่อน กำลังจะกลับมาฉีกกระชากผลงานชิ้นเอกชิ้นสุดท้ายในชีวิตของเขาอีกครั้งอย่างนั้นหรือ
"คุณกำลังจะบอกผมว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยอย่างนั้นสินะครับ" รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "คนของเราขายเรา... จากข้างใน"
"ผมยังไม่ได้สรุปแบบนั้นครับ รวินท์" ศิลาโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างท่าวลงบนโต๊ะทำงาน ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่ม "ผมรู้จักคุณดีพอที่จะรู้ว่า คุณไม่ยอมแพ้ให้กับเรื่องบ้าๆ แบบนี้แน่ และผมก็ไม่ใช่ประเภทที่จะนั่งรอให้ใครมาล้มโปรเจกต์นี้ต่อหน้าต่อตาเช่นกัน"
ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหันโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
พริมโรสยืนหอบหายักเล็กน้อย ใบหน้าของนักข่าวสาวสายสืบสวนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ในมือของเธอมีแฟลชไดรฟ์พลาสติกสีดำขนาดเล็กชิ้นหนึ่ง เธอกวาดสายตามองรวินท์และศิลาที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ ก่อนจะรีบเดินตรงเข้ามาวางวัตถุชิ้นนั้นลงกลางกองแปลน
"ฉันคิดว่าพวกคุณคงอยากดูนี่ก่อนจะกล่าวโทษใครในบริษัทนี้นะคะ" พริมโรสกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนแต่หนักแน่น
รวินท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ "นี่คืออะไรครับคุณพริมโรส?"
"มันคือไฟล์บันทึกการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หลักของแผนกวิศวกรรมเมื่อคืนนี้ตอนเที่ยงคืนตรง" พริมโรสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ "และ IP Address ที่ใช้ในการอัปโหลดข้อมูลเท็จชุดนั้น... ไม่ได้มาจากคอมพิวเตอร์ของน้องชายคุณครับ รวินท์"
ศิลาหรี่ตาลงทันที "ถ้าอย่างนั้นมาจากไหน?"
พริมโรสเงียบไปอึดใจหนึ่ง สายตาของเธอเหลือบมองไปยังประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ก่อนจะหันมาสบตากับสถาปนิกหนุ่มและนักบริหารหนุ่มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"มาจากห้องทำงานส่วนตัวของ... ท่านประธานกรรมการบริหาร"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันราวกับหลุมดำก็กลืนกินบรรยากาศภายในห้องทำงานจนหมดสิ้น เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยดังฮัมๆ กลับกลายเป็นความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว รวินท์นิ่งค้างไปชั่ววินาที มือที่ถือแฟลชไดรฟ์สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า คนที่พยายามขัดขวางโปรเจกต์มูนไลท์ไม่ได้อยู่ไกลเลย... แต่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อำนาจที่พวกเขากำลังรับใช้ต่างหาก
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยประโยคใดออกมาเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ศิลาก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความบนหน้าจอ เพียงแค่เสี้ยววินาทีนั้น สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นคงมาตลอดของนักบริหารหนุ่มก็ถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"เกิดอะไรขึ้นครับ?" รวินท์ถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มไม่สู้ดี
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองรวินท์และพริมโรสสลับกัน ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทั้งสองคนเย็นเฉียบลงในพริบตา
"สำนักงานเขตส่งหนังสือด่วนที่สุดมาถึงผมเมื่อกี้... พวกเขาบอกว่า *'เกิดเหตุเพลิงไหม้ปริศนา'* ที่อาคารเก็บเอกสารสำופןการก่อสร้างโปรเจกต์มูนไลท์เมื่อห้านาทีก่อน และเอกสารต้นฉบับทั้งหมด... ถูกเผาทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วครับ"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์•ตอนที่ 16
ศัตรูที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!