เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังแท้ลงบนโต๊ะประชุมไม้มะค่าโมงราคาแพง ไม่ได้ดังจนน่าเกลียด แต่มันหนักแน่นพอที่จะสะبัดความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบให้แตกกระจาย
"คุณศิลา... บริษัทไม่ได้จ่ายเงินมหาศาลเพื่อให้คุณมาใช้เป็นพื้นที่ทดลองทางอุดมการณ์"
เสียงของท่านประธานกรรมการบริหารดังขึ้น เจือความระอุของอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ด้วยมาرยาททางธุรกิจ ศิลานั่งนิ่งอยู่หลังเก้าอี้พนักพิงสูง สายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังบอร์ดบริหารอีกสี่ชีวิตที่นั่งเรียงราย บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับพายุดีเปรสชัน แต่แผ่นหลังที่ตั้งตรงและรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก กลับแสดงถึงความเยือกเย็นที่น่ากลัว
"อุดมการณ์ไม่เคยสร้างตึกให้เสร็จครับ ท่านประธาน... แต่ 'ตัวเลข' ต่างหากที่สร้าง" ศิลาเอ่ยตอบ น้ำนุ่มนวลแต่เฉียบคมดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง "และโปรเจกต์มูนไลท์ในแบบที่รวินท์ออกแบบ คือตัวเลขเดียวที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากวิกฤตสภาพคล่องไตรมาสหน้า"
"แต่แบบร่างโครงสร้างของรวินท์มันล้ำเส้นงบประมาณไปสามสิบเปอร์เซ็นต์!" กรรมการอาวุโสฝ่ายการเงินโพล่งขึ้น สีหน้าเคร่งเครียด "เหล็กเสริมพิเศษ น้ำหนักโครงสร้างที่เกินมาตรฐานความจำเป็น... เขากำลังสร้างอนุสาวรีย์สนองนีดตัวเองบนความฉิบหายของบริษัท!"
ศิลาไม่ได้โต้เถียงทันที ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า เขารู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขากำลังพูดคือ 'ความจริง' ในเชิงพาณิชย์ แต่ในฐานะคนที่กุมชะตากรรมทั้งหมดของบริษัทไว้ ศิลากลับมองเห็นลึกกว่านั้น—รวินท์ไม่ได้กำลังสร้างอนุสาวรีย์ให้ตัวเอง แต่กำลังสร้าง 'ความบริสุทธิ์' ชดเชยความเน่าเฟะที่ครอบครัวของสถาปนิกหนุ่มเคยกระทำไว้ในอดีต
และนั่นคือจุดอ่อน... จุดอ่อนที่ศิลาจงใจใช้มันเป็นเครื่องมือ
"ถ้าเราตัดทอนงานของรวินท์ลง เราจะเหลือแค่ตึกคอนกรีตกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดาที่ผุดขึ้นเกลื่อนเมือง" ศิลาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองทุกคนในห้อง "แล้วท่านคิดว่า นักลงทุนกระเป๋าหนักกลุ่มเป้าหมายของเรา จะยอมจ่ายตารางเมตรละสามแสนห้า เพื่อซื้อกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดาอย่างนั้นหรือครับ? ...มูนไลท์ไม่ได้ขายแค่พื้นที่ใช้สอย แต่มูนไลท์กำลังขาย 'ความฝัน' ที่คนมีเงินยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ได้ครอบครอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าปฏิเสธตรรกะนี้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าศิลามักมองขาดในเรื่องการตลาดเสมอ
"งั้นก็พิสูจน์ให้พวกเราเห็นสิครับ คุณศิลา" ท่านประธานเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แววตาทอประกายท้าทาย "กดดันรวินท์ให้ปรับลดสเปกโครงสร้างลงมาอยู่ในงบ หรือไม่... คุณก็ต้องหาเงินทุนสำรองอีกห้าร้อยล้านภายในสัปดาห์นี้ ถ้าทำไม่ได้ เราจะปลดเขาออกจากการเป็นหัวหน้าสถาปนิก และเอา 'ทีมเอ' ของบริษัทเข้ามาแก้แบบแทน... ให้เวลาคุณถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้"
การประกาศิตนั้นเฉียบขาดไร้ซึ่งความปรานี บอร์ดบริหารทยอยลุกขึ้นและเดินออกจากห้องทีละคน ทิ้งให้ศิลานั่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าและกองเอกสารรายงานทางการเงินที่ส่งกลิ่นอายความล่มสลาย
เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วแตะคางครุ่นคิด การยอมให้ถอดรวินท์ออกจากโปรเจกต์คือหายนะ เพราะสถาปนิกคนอื่นไม่มีทางรักษาจิตวิญญาณของมูนไลท์ไว้ได้ และตึกนั้นจะกลายเป็นเพียงซากปูนไร้ชีวิต แต่การจะบีบให้รวินท์ยอมประนีประนอมกับทุนนิยมที่เจ้าตัวเกลียดชัง ก็ยากยิ่งกว่าง้างปากเสือ
ศิลาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรหารวินท์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
เสียงสัญญาณดังอยู่สามครั้งก่อนปลายสายจะกดรับ
"ว่ามาครับ คุณศิลา ดึกดื่นแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดินฟ้าอากาศแน่" เสียงทุ้มต่ำและติดจะเย้ยหยันเล็กๆ ของรวินท์ดังลอดเข้ามา
"พรุ่งนี้เช้า ผมต้องการให้คุณไปพบผมที่ไซต์งานมูนไลท์" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ
"ผมบอกแล้วว่าสัปดาห์นี้ผมยุ่งกับแบบโครงสร้างส่วนฐานราก..."
"บอร์ดบริหารยื่นคำขาดแล้วครับ รวินท์" ศิลาตัดบท น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนอีกฝ่ายชะงักไป "พวกเขากดดันให้คุณลดงบลงสามสิบเปอร์เซ็นต์ หรือไม่... ก็เตรียมตัวเก็บของออกจากโปรเจกต์นี้ได้เลย"
ปลายสายเงียบไปนานจนได้ยินเพียงลมหายใจแผ่วเบา รวินท์คงกำลังขบกรามแน่นด้วยความโกรธขึงและความอึดอัดใจ อุดมการณ์ที่สถาปนิกหนุ่มพยายามปกป้องกำลังถูกบดขยี้ด้วยฟันเฟืองแห่งผลกำไร
"คุณจะให้ผมทรยศงานออกแบบของตัวเองหรือไงครับ คุณศิลา" เสียงของรวินท์ลอดไรฟันด้วยความขมขื่น "คุณก็รู้ว่าทำไมผมถึงยอมรับงานนี้..."
"ผมรู้ดีครับรวินท์" ศิลาหลับตาลงช้าๆ พลSถอนหายใจออกมาเบาๆ "เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เช้า... คุณต้องไปที่ไซต์งาน และผมจะมี 'ทางออก' ที่ทำให้คุณรักษาจิตวิญญาณของตึกนั้นไว้ได้... พร้อมกับที่ผมรักษาเก้าอี้ของคุณไว้เช่นกัน"
"ทางออกอะไรของคุณ?"
"พรุ่งนี้เจอกันแล้วคุณจะรู้ครับ"
ศิลากดวางสาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงยามค่ำคืน เบื้องล่างคือความวุ่นวายที่เขาต้องควบคุม แต่เบื้องหลังของเขากำลังมีบางสิ่งที่อยู่นอกเหนือการคำนวณ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่ประตูกระจกห้องทำงานจะเปิดออก ปรากฏร่างของเลขานุการส่วนตัวที่มีสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนสังเกตเห็นได้ชัด
"คุณศิลาคะ... เกิดเรื่องแล้วค่ะ" เธอกล่าวละล่ำละลัก พลางยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลข่าวออนไลน์ให้เขาดู "มีคนส่งเอกสารลับชุดนี้ให้กับสำนักข่าวสืบสวน... และตอนนี้ 'พริมโรส' กำลังปล่อยข่าวด่วนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของโปรเจกต์มูนไลท์แล้วค่ะ!"
ศิลาขมวดคิ้วแน่น ก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ต ภาพถ่ายแปลนโครงสร้างลับที่ระบุรอยร้าวและการลักลอบลดสเปกวัสดุก่อสร้างปรากฏหราอยู่บนหน้าสื่อ พร้อมพาดหัวข่าวใหญ่โตที่พร้อมจะทำลายชื่อเสียงของบริษัทให้พินาศภายในชั่วข้ามคืน—และเอกสารชุดนั้น เป็นความลับที่มีเพียงเขากับบอร์ดบริหารระดับสูงเท่านั้นที่ล่วงรู้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะครับ
สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์•ตอนที่ 19
การเมืองในห้องประชุม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคียงเงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!