เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักของสถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลบสนิทด้วยเสียงกRึ๊บของน้ำแข็งที่กระทบกับแก้วพลาสติกทรงสูง พร้อมกับเสียงหัวคิกคักของหญิงสาวที่กำลังเอี้ยวตัวหันไปมองมุมกล้องโทรศัพท์มือถือในมือของเธอ
“และนี่นะคะทุกคน วันนี้พรีมพามานั่งชิลที่คาเฟ่เปิดใหม่แถวอารีย์ บอกเลยว่ามุมถ่ายรูปปังมากกก ใครสายมินิมอลต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!”
เสียงใสแจ๋วที่ลากเสียงยาวด้วยความตื่นเต้น ทำเอาคิ้วเข้มของกวินกระตุกขึ้นเล็กน้อย เขาปรายตามองผ่านเลนส์แว่นสายตาบางเฉียบไปยังโต๊ะถัดไป ซึ่งเจ้าของเสียงกำลังโพสท่าทำปากจู๋ใส่กล้องหน้าโดยไม่สนใจสายตาของมนุษย์รอบข้างเลยแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดเดรสสั้นสีสันสดใสขยับตัวไปมาจนข้อต่อเก้าอี้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด สร้างความรำคาญใจให้แก่คนพยายามใช้สมาธิร่างแบบแปลนอาคารบนแท็บเล็ตเป็นอย่างยิ่ง
กวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ เขากดปิดหน้าจอไอแพดอย่างหัวเสีย ปิดฉากการทำงานช่วงบ่ายที่พังไม่เป็นท่าเพราะเสียงรบกวนระดับเดซิเบลสูงลิ่วนี้ มือหนายกแก้วลาเต้เย็นราคาแพงระยับขึ้นจิบเพื่อดับกระหาย ทว่าในจังหวะนั้นเอง…
พรวด!
“อุ๊ย!”
อุบัติเหตุเกิดขึ้นเร็วยิ่งกว่าการเรนเดอร์ภาพ 3D พรีมที่กำลังจะหันมาหยิบกระเป๋าผ้าใบโปรด สะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ของตัวเองจนร่างระหงเซถลาเข้าหากวินแบบไม่ได้ตั้งใจ มือเรียวที่ถือแก้วลาเต้เย็นปั่นพูนวิปครีมสั่นสะท้าน แก้วพลาสติกหลุดจากอุ้งมือและเทคว่ำลงกลางอกของชายหนุ่มเต็มแรง!
ความเย็นยะเยือกของนมผสมกาแฟและวิปครีมหวานมันไหลทะลักลงตามแนวเสื้อเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์แบรนด์เนมราคาหลักหมื่น ทิ้งคราบสีน้ำตาลเข้มเป็นวงกว้างตรงหน้าอกพอดีเป๊ะ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมโต๊ะทั้งสองตัวทันที
กวินแข็งทื่อไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความตกใจ แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ สติของสถาปนิกผู้รักความสะอาดและระเบียบวินัยขาดผึ่งลงตรงนั้น
“คุณ!”
กวินผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า เขาก้มมองสภาพตัวเองที่มีคราบลาเต้เยิ้มหยดย้อยลงสู่ขอบกางเกงสแลคเนื้อดี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองคู่กรณีด้วยสายตาดุจคมมีดที่พร้อมจะเฉือนอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ด้านพรีมเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าปาก สมองที่มักจะคิดมุกตลกมาไลฟ์สดได้ทันท่วงทีตอนนี้กลับว่างเปล่า เธอมองหน้าอกเสื้อของเขา สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงจนน่ากลัว
“เอ่อ… คือ… พรีมไม่ได้ตั้งใจค่ะ… เอ้ย! ตั้งใจนะคะ… ไม่ใช่! หมายถึงอุบัติเหตุค่ะ!” พรีมละล่ำละลักแก้ตัว มือไม้พันกันจนน่าเวทนา เธอรีบหยิบทิชชu์เปียกในกระเป๋าออกมาเป็นพวงแล้วยื่นมือสั่น ๆ จะเข้าไปเช็ดคราบบนเสื้อให้เขา
“หยุด!” กวินตวาดเสียงต่ำแต่ทรงพลังจนพรีมชะงักมือค้างกลางอากาศ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “อย่าแม้แต่จะเอาปลายนิ้วสกปรกของคุณมาแตะต้องเสื้อตัวนี้”
คำว่า ‘สกปรก’ ทำเอาอินฟลูเอนเซอร์สาวปากเก่งถึงกับสะดุ้งวาบ ความผิดที่ทำลงไปเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหงาในศักดิ์ศรีทันที พรีมชักมือกลับแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายกลับไปทันทีเช่นกัน
“พูดจาแรงไปหน่อยไหมคะคุณพี่! พรีมก็บอกแล้วว่ามันอุบัติเหตุ ใครใช้ให้คุณมานั่งขวางทางเดินคนสวยพอดิบพอดีแบบนี้ล่ะคะ อีกอย่าง… เสื้อเลอะแค่นี้ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนโลกจะแตกด้วย แค่ซักก็หายไหมวะ… เอ้ย! หายเกลี้ยงแล้วค่ะ!”
กวินแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเหยเกด้วยความเหลืออด เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้หลังมือปาดวิปครีมที่เปื้อนแถวปกเสื้อออกอย่างลวก ๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว
“ซักเหรอ? เสื้อตัวนี้สั่งตัดพิเศษจากมิลาน ราคาเท่ากับเงินเดือนคุณทั้งเดือนรวมกัน ซักร้อยรอบก็ไม่มีทางกลับมาขาวสะอาดเหมือนเดิมได้หรอกครับ และที่สำคัญ… เวลาเดิน ตาของคุณเอาไว้ดูทาง หรือเอาไว้ใช้เขี่ยไลฟ์สอดส่องยอดวิวกันแน่ ถึงได้เดินชนคนอื่นเขาได้ทุเรศทุรังขนาดนี้”
“นี่คุณ!” พรีมของขึ้นจนหน้าดำหน้าแดง ปากเรียวสวยเม้มเข้าหากันแน่น กำปั้นทุบลงบนโต๊ะไม้จนแก้วน้ำสั่น “ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชาตินี้หาแฟนได้หรือเปล่าเถอะ! เดินชนแค่นี้ทำเป็นดราม่าใหญ่โต นึกว่าเสียตัวให้ซะอีก!”
“ผมจะเสียตัวหรือเสียอนาคต ก็เพราะความซุ่มซ่ามไร้สมองของคุณนี่แหละ!” กวินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบทว่าเฉียบคมจนคนฟังอยากจะหยิบรองเท้าส้นสูงฟาดหน้าสักทีสองที “ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหาย ก็ช่วยกรุณายืนสงบปากสงบคำ แล้วไสมือออกไปจากรัศมีสายตาผมซะที”
บรรยากาศรอบโต๊ะคุกรุ่นจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ ลูกค้าโต๊ะอื่นต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความระทึก พรีมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อไม่ให้เผลอหยิบแก้วน้ำสาดหน้าพ่อหนุ่มปากปีจอคนนี้กลับบ้าง เธอยกยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเหยียดยิ้มกวนประสาทกลับไปแบบไม่ยอมแพ้
“ค่าเสียหายเหรอคะ? ได้สิ! คิดว่ารวยมาจากไหนกันเชียว สถาปนิกตกอับแถวไหนเนี่ย ปากจัดชะมัด” พรีมควักกระเป๋าเงินราคาแพงออกมาอย่างรวดเร็ว หยิบแบงก์พันปึกใหญ่ออกมาปาลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา “นี่! ค่าเสื้อเน่าๆ ของคุณ เกินพอแล้วมั้ง ถ้ายังไม่พอ เดี๋ยวฉันแถมค่าศัลยกรรมปากใหม่ให้ด้วย จะได้พูดจาภาษาคนกับเขาได้สักที!”
กวินมองเงินปึกนั้นสลับกับใบหน้าเชิดรั้นของหญิงสาว ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความโกรธระลอกใหม่พุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจมืดของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งอย่างเขาแบบนี้
ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวพรีมโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ความสูงที่แตกต่างกันเกือบสองคราบทำให้กวินต้องก้มมองเธอลงมาด้วยแววตาที่กดดันจนพรีมเผลอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว แผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาปูนของร้านอย่างจัง หนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว
กวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยปะทะจมูกจนพรีมใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มจนเธอต้องหลบตา
“เงินของคุณ… เก็บเอาไปซื้อสมองเพิ่มเถอะครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบชิดริมหีบปากเธอ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ชวนขนลุก “ส่วนเรื่องค่าเสียหาย… เราคงต้องเคลียร์กันยาว เพราะเสื้อตัวนี้ คุณต้องเป็นคน ‘รับผิดชอบ’ ซักด้วยมือตัวเองทุกตัวอักษร… จนกว่าผมจะพอใจ”
พรีมเบิกตากว้าง อ้าปากจะเถียงกลับ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับแรงตบไหล่กวินเบาๆ
“อ้าว กวิน! อยู่นี่เองเหรอวะ… เฮ้ย! ทำไมเสื้อแกเลอะกาแฟสภาพนั้นวะเนี่ย หรือว่าไปฟัดกับใครมา?” กรณ์ เพื่อนสนิทและพาร์ทเนอร์ธุรกิจเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของพรีมที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ใกล้กับกวิน “แล้วนี่… น้องพรีม อินฟลูฯ ชื่อดังนี่หว่า มาทำอะไรกันตรงนี้… หรือว่าพวกนายกำลัง… ส파크 (Spark) กันอยู่?”
กวินถอยหลังกลับมาช้าๆ ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาต ก่อนจะหันกลับมามองพรีมที่กำลังกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ
“เปล่าครับ” กวินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มยังคงจดจ้องใบหน้าหวานที่ไม่ยอมหลบสายตา “เราไม่ได้สปาร์คกัน… แต่ผมกำลังจะ ‘จองจำ’ ยัยตัวแสบนี่ ไว้ใช้หนี้ต่างหากล่ะครับ”
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูสู่ความป่วนนะครับ หวังว่าจะจิกหมอนและขำก๊ากไปกับความปากร้ายของอีตากวินกันนะคร้าบ!
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยอินฟลูฯ สายป่วน•ตอนที่ 1
กาแฟแก้วนั้นเปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยอินฟลูฯ สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
