หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานสาดแสงสะท้อนลงบนใบหน้าไร้ความรู้สึกของเอเลียส ตัวเลขจำนวนสิบสามหลักบนบัญชีส่วนกลางยังคงสั่นไหวเล็กน้อยจากการทำธุรกรรมมูลค่าหมื่นล้านเครดิตเมื่อครู่ มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า "กิลด์อัศวินโล่เหล็ก" ที่เคยยิ่งใหญ่คับเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่มีเสียงก้องกังวานจากระบบประกาศก้อง มีเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งปกคลุมห้องโถงบัญชาการหลักของกิลด์
ไคเซอร์ อดีตหัวหน้ากิลด์ผู้เคยกำความยิ่งใหญ่ไว้ในอุ้งมือ กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนเส้นเลือดฝอยในตาแตกซ่าน เขามองเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ถูกย้ายชื่อไปยังบุคคลนิรนามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"เป็นไปไม่ได้..." ไคเซอร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสูงใหญ่สั่นสะท้านด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวผสมปนเปกัน "แกเป็นใคร... แกใช้บั๊กอะไรแฮกเข้าระบบฐานข้อมูลหลักของเกม! กิลด์ของฉัน ฉันทุ่มเงินไปนับล้านเพื่อสร้างมันขึ้นมานะ!"
เอเลียสไม่แม้แต่จะชายตามองชายผู้กำลังสติแตก เขาเพียงยกปลายนิ้วขึ้นเคาะเบาๆ บนพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง เสียงนั้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับนาฬิกาดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของความโอหัง
เซเลสเทียที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาอินทรีย์มองไคเซอร์ด้วยความเวทนาและสมเพชในคราวเดียวกัน เธอขยับกายเข้าใกล้เอเลียสอีกนิด เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสูงสุดต่อชายผู้กุมอำนาจแท้จริง
"คุณไคเซอร์ครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเอเลียสดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน "ท่านดูจะหลงลืมไปเสียสนิทว่า ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ อำนาจที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่เสียงเห่าหอนของสุนัขรับใช้ แต่มันวัดกันที่ว่า ใครคือเจ้าของปลอกคอที่แท้จริงต่างหาก"
"แก...!" ไคเซอร์คำรามลั่น ชักดาบเพลิงเวทมนตร์ระดับตำนานออกมาจากช่องเก็บของ แรงกดดันจากไอเวทสีแดงฉานพวยพุ่งแผดเผาบรรยากาศในห้องจนอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว "ถ้าฉันฆ่าแกในเขตปลอดภัยนี้ไม่ได้... แต่อย่างน้อยฉันก็ลากแกไปตายพร้อมกับฉันได้วะ!"
เขาง้างดาบสุดแรงเกิด พุ่งทะยานเข้าหาเอเลียสด้วยความเร็วระดับเสียง จิตสังหารเข้มข้นแผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ไคเซอร์มั่นใจว่าดาบเพลิงเล่มนี้จะสามารถทะลวงเกราะป้องกันทุกรูปแบบบนเซิร์ฟเวอร์นี้ได้อย่างแน่นอน
ทว่า... เอเลียสยังคงนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก
*ฉับพลันนั้นเอง*
เซเลสเทียก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีดาบสีเงินยวงแผ่ขยายออกมาราวกับรัศมีจันทรา เธอเตรียมจะชักดาบออกมารับมือ แต่เอเลียสกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยปลายนิ้วเรียวยาวเพียงข้างเดียว ดวงตาสสีนิลคู่คมกวาดมองร่างที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเบื่อหน่าย
"ช้าไป..."
คำพูดเพียงสองคำหลุดจากริมฝีปากของเอเลียส
ในเสี้ยววินาทีนั้น ข้อมูลโค้ดสีเขียวมรกตจำนวนนับล้านเส้นก็ระเบิดออกรอบตัวเขา มันไม่ใช่สกิลเวทมนตร์ธรรมดา แต่เป็น "การลบล้างตรรกะพื้นฐาน" ของเกมที่เอเลียสเป็นผู้เขียนทับมันขึ้นมาใหม่ พื้นห้องโถงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกมิติสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศ ดึงดูดทุกสรรพสิ่งเข้าหาศูนย์กลาง
ไคเซอร์ที่กำลังพุ่งเข้ามา เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายของเขาแข็งค้างกลางอากาศ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์ของพระเจ้า พลังงานมหาศาลจากเวทมนตร์ระดับบรรพกาลถูกอัดแน่นจนกลายเป็นทรงกลมสีดำขนาดเท่ากำปั้นในฝ่ามือของเอเลียส
"จงรับผลลัพธ์ของความโง่เขลา ที่พวกเจ้าสั่งสมมานานนับปีเสียเถอะครับ"
เอเลียสสะบัดข้อมือเบาๆ ทรงกลมสีดำนั้นถูกดีดออกไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
*ตูมมมมมม—!!!*
เสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์หลัก คลื่นกระแทกสีทองอร่ามแผ่ขยายเป็นวงกว้างกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสิบกิโลเมตร ป้อมปราการหินแกรนิตของกิลด์อัศวินโล่เหล็กสลายกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตาเดียว บอสระดับตำนานที่ถูกกักขังไว้ในชั้นใต้ดินกรีดร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยไม่เหลือแม้แต่เศษซากไอเทِم
แสงสีขาวจากการตายของผู้เล่นนับร้อยชีวิตสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน จนท้องฟ้าจำลองของเกมกลายเป็นสีขาวโพลน ไคเซอร์สูญเสียค่าประสบการณ์ทั้งหมด เลเวลร่วงกวาดลงสู่ศูนย์ในชั่วพริบตา ร่างกายของเขาสลายหายไปกับสายลมแห่งความพ่ายแพ้ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
ควันสีเทาจางลงเผยให้เห็นเอเลียสที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เสื้อคลุมสีดำสนิทของเขาไม่แม้แต่จะมีรอยเปื้อนฝุ่นแม้แต่น้อย เขาลดมือลงช้าๆ หันไปมองเซเลสเทียที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสและศรัทธายิ่งกว่าเดิม
หญิงสาวคุกเข่าข้างหนึ่งลงเบื้องหน้าเขา ก้มศีรษะลงต่ำเพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างแท้จริง น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น
"พลังอันไร้ขีดจำกัดเช่นนี้... สมควรแล้วที่โลกทั้งใบจะต้องสยบแทบเท้าของท่าน นายเหนือหัวของฉัน"
เอเลียสเพียงแค่แย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สายตาของเขาไม่ได้มองซากปรักหักพังเบื้องหน้า แต่ทอดมองไปยังหน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีทองที่เพิ่งเด้งขึ้นมาใหม่กลางอากาศ
[แจ้งเตือนจากระบบกลาง: ตรวจพบการเชื่อมต่อจาก "สมาพันธ์ผู้เล่นระดับท็อป 10 ของโลก" พวกเขากำลังเดินทางมายังพิกัดนี้ด้วยกองกำลังเรือเหาะรบ 50 ลำ เพื่อทวงคืนสิทธิ์การควบคุมเซิร์ฟเวอร์]
เอเลียสแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะแตะลงบนหน้าจอเพื่อกดรับสายสนทนาทางไกลจากผู้นำสมาพันธ์ระดับโลกผู้นั้น
"ต่อสายให้ฉันทีครับ... ฉันมีเรื่องจะคุยกับพวกสุนัขที่เหลืออีกนิดหน่อย"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์•ตอนที่ 2
พลังที่โลกต้องก้มกราบ
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนจอมเวทผู้จุดชนวนสงครามเทวะบนสมรภูมิคลาวด์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!