กลิ่นคาวเลือดและควันไฟยังคงอวลติดอยู่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับความตายบนลานประหารเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องจริงที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่ถึงวินาที ลูเซียน่า วาเลนเซีย สะดุ้งเฮือกขึ้นจากพนักโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมู ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวรุนแรงราวกับนกน้อยที่ถูกบีบอัดอยู่ในกำมือ ดวงตาสีไพลินเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งในชั่วพริบตา
"คุณหนูคะ! เป็นอะไรไปคะ สีหน้าไม่สู้ดีเลย ดื่มชาก่อนไหมคะ หรือจะให้ดิฉันตามแพทย์ประจำตระกูลดีคะ?"
เสียงร้อนรนของมาเรีย สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานไม้โอ๊กดังขึ้น พร้อมกับถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมุกที่สั่นเทาเล็กน้อยในมือ ลูเซียน่ากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบกาย—ห้องทำงานส่วนตัวในคฤหาสน์วาเลนเซีย กองเอกสารการลงทุน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไอริส และปฏิทินตั้งโต๊ะที่ปรากฏตัวเลขเด่นชัด
*วันที่ 12 ตุลาคม... อีกสามเดือนก่อนงานเต้นรำฤดูหนาว*
งานเลี้ยงสังสรรค์ที่เป็นจุดจบอันอัปยศของเธอ วันที่ตระกูลวาเลนเซียถูกเหยียบย่ำจนจมดิน ทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด และเธอกลายเป็นแพะรับบาปในข้อหากบฏต่อราชสำนัก โดยฝีมือของคู่หมั้นผู้ไร้หัวใจอย่างดยุกฟรานซิส และเหล่าญาติสนิทที่พร้อมจะแทงข้างหลังเธอได้ทุกเมื่อ
ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่แฝงไว้ภายใต้หน้ากากอันงดงาม
"ฉันไม่เป็นไร มาเรีย... แค่ฝันร้ายที่ยาวนานเกินไปเท่านั้นเอง" ลูเซียน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนมาเรียถึงกับชะงักและก้มหน้าลงด้วยความเกรงกลัวโดยสัญชาตญาณ "อีกอย่าง... ช่วยหยิบโทรศัพท์สายตรงมาให้ฉันที ฉันมีธุระด่วนที่ต้องจัดการกับ 'สุนัขรับใช้' บางตัว"
ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้เธอย้อนเวลากลับมาในจุดที่ยังกุมความได้เปรียบ เธอก็จะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครเคี้ยวเล่นอีกเป็นอันขาด หมากกระดานนี้เปลี่ยนผู้เล่นแล้ว และเธอนี่แหละจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ประตูไม้แกะสลักจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ฟรานซิส เดอ ลูอีส คู่หมั้นหนุ่มรูปงามผู้ซ่อนความโลภไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับคฤหาสน์หลังนี้เป็นของเขา
"ลูซี ที่รัก... ผมได้ยินว่าคุณเสียงดังเมื่อครู่ มีเรื่องอะไรรบกวนจิตใจหรือเปล่า?" ฟรานซิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมจะเดินเข้ามาโอบกอดเธอตามเคย
ลูเซียน่านั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยโง่เขลาหลงรัก เธอไม่ได้ขยับหนี แต่กลับใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
"ไม่ต้องรีบตีสนิทขนาดนั้นหريอกค่ะ ท่านดยุกฟรานซิส" ลูเซียน่ากล่าว น้ำเสียงเยียบเย็นจนรอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ "ว่าแต่... เอกสารสัญญาเงินกู้ยืมระหว่างตระกูลของคุณกับธนาคารแวน เดอร์ กราฟ ที่ฉันช่วยเซ็นค้ำประกันให้เมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้สถานะมันไปถึงไหนแล้วล่ะคะ?"
สีหน้าของฟรานซิสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววระแวงสงสัยระคนประหลาดใจ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าหญิงสาวผู้เคยอ่อนต่อโลกและเชื่อฟังเขาอย่างกับหุ่นเชิด จะเอ่ยถึงเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจขึ้นมาโต้งๆ เช่นนี้
"ทำไมอยู่ๆ คุณถึงสนใจเรื่องนี้ล่ะ ลูซี? มันเป็นเรื่องของผลกำไรและความมั่นคงที่เราจะสร้างร่วมกันในอนาคตไม่ใช่หรือ—"
"อนาคตเหรอคะ?" ลูเซียน่าหัวנסในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ทำให้ฟรานซิสรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "คุณคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าอำนาจในการอนุมัติวงเงินทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ตระกูลวาเลนเซีย... แต่อยู่ที่ผู้ชายคนนั้นต่างหาก"
ก่อนที่ฟรานซิสจะทันได้เอ่ยปากโต้แย้ง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานอยู่เหนือหลังคาคฤหาสน์ แรงลมมหาศาลพัดผ่านกระจกหน้าต่างจนผ้าม่านปลิวไสว สร้างความแตกตื่นให้แก่บอดี้และคนรับใช้ด้านนอก
มาเรียวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องทำงาน "คุณหนูคะ! มี... มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตราสัญลักษณ์เหยี่ยวเพลิงทองมาลงจอดที่ลานกว้างหน้าคฤหาสน์ค่ะ!"
ลูเซียน่ายืนขึ้นอย่างสง่างาม เธอมองหน้าฟรานซิสที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดในวินาทีที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากกำลังก้าวเข้ามาใกล้ห้องทำงานนี้
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ การปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปชั้นดี ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพสลักแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันและทรงอำนาจ ดวงตาสีเทาเข้มกวาดมองผู้คนในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ลูเซียน่า รังสีความเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลแผ่ซ่านจนทุกคนในห้องต้องก้มหัวให้โดยอัตโนมัติ
คาร์ลอส แวน เดอร์ กราฟ มหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนประเทศ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าลูเซียน่า ก่อนที่เขาจะหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงิน วางลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเธออย่างแผ่วเบา ทว่าเสียงกระทบนั้นกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในความเงียบ
"ฉันเคลียร์บัญชีทั้งหมดตามที่คุณต้องการแล้ว... ที่รัก คุณจะให้ฉันกว้านซื้อบริษัทของใครก่อนดี?" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง พลางปรายตามองฟรานซิสด้วยแววตาราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองมดปลวก
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เกมแก้แค้นอันหรูหรานี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ•ตอนที่ 1
ฟื้นจากกองเพลิง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลาย กับนายทุนไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!