"ลงมือให้หนัก! อย่าให้มันได้โงหัวขึ้นมาขวางหูขวางตาคนในตระกูลหลินอีกเป็นอันขาด!"
เสียงตวาดกร้าวของฮูหยินผู้เฒ่าดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉาบด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วลานเรือนหลัง ไม้เรียวที่ฟาดลงบนแผ่นหลังของร่างที่สวมชุดผ้าไหมขาดวิ่นนั้นไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือลงทัณฑ์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการประกาศศักดาของผู้ที่ถืออำนาจเหนือชีวิตของผู้อื่น
หลินจื่อเวยรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกกระชากกลับคืนสู่ร่างด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล ความเจ็บปวดที่ประหนึ่งถูกของมีคมกรีดผ่านแผ่นหลังแล่นปราดขึ้นสู่สมองจนต้องกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความทรงจำของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาดั่งกระแสน้ำป่า ทั้งความคับแค้น การถูกทรยศ และความตายที่คืบคลานเข้ามา... นี่คือ ‘หลินจื่อเวย’ บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาผู้ล่วงลับ ซึ่งกำลังถูกแม่เลี้ยงและเหล่าอนุภรรยาจ้องกำจัดทิ้งเพียงเพราะดวงชะตาที่ถูกทำนายว่าจะเป็นสตรีผู้กุมชะตาแผ่นดิน
*‘หึ... ในมิติที่ฉันจากมา ฉันคือศัลยแพทย์มือหนึ่งที่ไม่มีใครกล้าดูแคลน แต่ในที่แห่งนี้ กลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะความขลาดเขลาของร่างนี้อย่างนั้นหรือ? ไม่มีทาง’*
จื่อเวยขบกรามแน่น สัมผัสได้ถึงหยดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านไรผม เธอไม่ได้ร้องขอความเมตตา ไม่ได้อ้อนวอน แม้ในยามที่ไม้เรียวครั้งที่สิบสองหวดลงมาจนความเย็นเยียบแห่งความตายเริ่มแตะปลายเท้า เธอใช้สมาธิรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้าย พลิกตัวกลับมาด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด
"หยุด!"
สุ้มเสียงนั้นไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเปี่ยมไปด้วยอำนาจและจังหวะจะโคนที่คาดไม่ถึง จนบ่าวรับใช้ที่กำลังถือไม้เรียวถึงกับชะงักมือค้างไปครู่หนึ่ง
"เจ้า... เจ้ายังมีหน้ามาออกคำสั่งกับข้าหรือ นังเด็กเหลือขอ!" ฮูหยินใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องประดับทองคำดูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากความตาย แต่ทว่า จื่อเวยกลับคว้าข้อมือนั้นไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบที่จุดชีพจรทำให้นางร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"ท่านแม่... การโบยผู้อื่นจนตายโดยไม่มีความผิดชัดเจน ในเรือนที่เต็มไปด้วยสายตาบ่าวไพร่เช่นนี้ ท่านคิดว่าท่านจะปิดบังความจริงต่อหน้าเบื้องสูงได้นานเพียงใด?" จื่อเวยกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับใบมีด ดวงตาที่เคยอ่อนแอของร่างเดิมบัดนี้กลับเป็นประกายลึกล้ำราวกับหุบเหวที่หยั่งไม่ถึง
"แก... แกกล้าดียังไง..."
"ข้ากล้าเพราะข้าคือหลินจื่อเวย และหากวันนี้ข้าตายไป เรื่องราวที่ท่านแอบขนสมบัติของตระกูลไปจุนเจือญาติพี่น้องของท่านจะถูกส่งถึงมือกองตุลาการภายในยามหนึ่ง!"
บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิทลงในพริบตา เหล่าอนุภรรยาต่างพากันหน้าถอดสี ฮูหยินใหญ่ชะงักค้าง ราวกับถูกกระชากหน้ากากที่ปกปิดความเน่าเฟะมานานหลายปีให้หลุดลอยไป นางไม่เคยคิดเลยว่าบุตรสาวที่เงียบเชียบและขี้ขลาดคนนี้จะล่วงรู้ความลับที่นางพยายามปิดบังไว้มิดชิดที่สุด
จื่อเวยพยุงร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เธอไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธออยู่ในช่วงเวลาที่ความวุ่นวายของยุคสมัยกำลังเปลี่ยนผ่าน ทรัพยากรในมิติลับของเธอมีเพียงเครื่องมือแพทย์และตำรายาโบราณ แต่ในแผ่นดินที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจเช่นนี้ สิ่งเหล่านี้คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด
"วันนี้ข้าจะปล่อยท่านไป แต่จำไว้เถิด... โลกนี้ไม่มีที่ว่างให้ผู้แพ้ และข้าไม่ใช่คนที่ท่านจะมาเหยียบย่ำได้อีกต่อไป"
ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังขึ้นจากหน้าประตูใหญ่ ความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากผู้มาเยือนนั้นมหาศาลจนบ่าวรับใช้ทุกคนต้องคุกเข่าลงแทบพื้นโดยไม่ต้องมีใครสั่ง
บุรุษในชุดเกราะสีดำทมิฬใบหน้าหล่อเหลาดุจรูปสลัก ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกก้าวเข้ามา เขาคือ 'เฟยหลงอ๋อง' แม่ทัพผู้กุมอำนาจกองทัพหลวงผู้ที่ไม่เคยปรากฏตัวในเรือนหลังมาก่อนในรอบทศวรรษ
เขากวาดสายตามองผ่านร่างของเหล่าอนุภรรยาที่ตัวสั่นงันงก ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่จื่อเวย ร่างที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและบาดแผลที่กำลังจ้องตอบเขาด้วยดวงตาที่ปราศจากความเกรงกลัว
"เจ้าคือบุตรสาวตระกูลหลิน?" เสียงของเขาต่ำและทรงอำนาจ
จื่อเวยยืนหยัดขึ้น แม้ความเจ็บปวดจะเสียดแทงไปทั่วร่าง เธอเชิดหน้าขึ้นรับสายตาบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจที่สุดในแผ่นดินโดยไม่หลบเลี่ยง
"หม่อมฉันคือหลินจื่อเวย... แล้วท่านอ๋องล่ะเพคะ มีกิจธุระอันใดกับสตรีที่กำลังจะถูกลงทัณฑ์จนตายผู้นี้?"
เฟยหลงอ๋องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไม่มีใครเคยเห็น ก่อนจะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ จนเธอสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสงครามและเลือดที่ติดตัวเขามา
"ข้ามาเพื่อรับ 'ของเดิมพัน' ที่เจ้าเพิ่งจะชนะมาเมื่อครู่... ในเมื่อเจ้าสามารถสยบความวุ่นวายในเรือนหลังได้ด้วยวาจาเพียงประโยคเดียว ข้าก็ใคร่รู้นักว่า เจ้าจะช่วยชีวิต 'คนรัก' ของข้าที่กำลังถูกพิษร้ายกาจที่ไม่มีหมอคนใดในแผ่นดินรักษาได้... หรือไม่?"
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งที่ปักลวดลายประหลาดออกมา มันชุ่มไปด้วยเลือดสีดำสนิท ซึ่งเป็นสัญญาณของพิษที่จวนเจียนจะถึงแก่ความตาย
จื่อเวยมองผ้าเช็ดหน้านั้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย นี่ไม่ใช่แค่คำขอร้อง แต่มันคือกับดักที่เขาวางไว้เพื่อพิสูจน์ฝีมือของเธอ หากเธอรักษาไม่ได้ นั่นหมายถึงจุดจบ แต่ถ้าเธอรักษาได้... ชีวิตของเธอจะถูกผูกติดอยู่กับอำนาจมืดของบุรุษผู้นี้ตลอดไป
ส้มหวานมิติลับหวังว่าบทเปิดตัวนี้จะทำให้รี้ดทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามชีวิตของจื่อเวยไปพร้อมๆ กันนะคะ!
มรสุมเหมันต์รังสรรค์รัก: ยอดกุนซือหญิงในเงาอำนาจ•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายในร่างไร้ค่า
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมเหมันต์รังสรรค์รัก: ยอดกุนซือหญิงในเงาอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
