"ถ้าแกยังไม่ออกมาซักกางเกงในให้พี่ใหญ่ของแกภายในสามนาทีนี้ วันนี้สะใภ้รองอย่างแกก็อย่าหวังจะได้แตะข้าวต้มสักเม็ดเดียวในบ้านหลังนี้เลย!"
เสียงแหลมสูงราวกับเหล็กขูดหม้อของแม่เฒ่าสวี่ดังทะลุบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามา กระแทกเข้าแก้วหูของหลินว่านหลิงที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงเตาแข็งกระด้างอย่างจัง
ความเจ็บแปลบที่ท้ายทอยยังคงหลงเหลืออยู่ ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับไว้ แต่สติสัมปชัญญะของเธอกลับแจ่มชัดยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้องทดลองวิจัยชีวภาพยุคศตวรรษที่ 21 เสียอีก หลินว่านหลิงกวาดสายตาคมกริบมองเพดานมุงฟางและคราบเขม่าควันไฟที่เกาะตัวหนา เธอยกมือขึ้นแตะรอยฟกช้ำที่หน้าผาก—ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาในหัวสมองอย่างรวดเร็วดั่งกระแสน้ำป่า
ร่างนี้มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ เป็นเพียงเด็กสาวชาวกรุงที่ถูกส่งมาใช้แรงงานในชนบท และถูกตระกูลสวี่บังคับให้แต่งงานเข้ามาเป็น "สะใภ้รอง" เพื่อรับใช้คนทั้งบ้านราวกับวัวควาย งานหนักที่สุด ตกเป็นรองทุกเรื่อง อาหารได้กินแต่กากธัญพืชก้นหม้อ ซ้ำร้ายสามีอย่างสวี่จวินหาวก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารประจำการที่ชายแดน ปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับแม่สามีใจร้ายและน้องสามีปากจัดที่คอยรังแกเช้าเย็น
"เพล้ง!"
เสียงถ้วยชามกระแทกพื้นด้านนอกดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสวี่กุ้ยฮวา น้องสาวสามีตัวแสบ
"แม่คะ ดูพี่สะใภ้รองสiสิคะ คงคิดว่าตัวเองเป็นคุณ小姐 (คุณหนู) สูงศักดิ์มาจากไหน ถึงให้นายแม่ต้องมารอเรียกใช้สอย ป่านนี้คงนอนเกียจคร้านอยู่บนเตียง รอให้พวกเราปรนนิบัติล่ะมั้งคะ!"
หลินว่านหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยียบเย็นและดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง ยุค 70 แร้นแค้นเช่นนี้หรือ? ตระกูลสวี่คิดจะเหยียบย่ำเธอยังงั้นหรือ? ช่างฝันกลางวันเสียจริง! ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้เธอทะลุมิติมาพร้อมกับ "มิติฟาร์มและห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ" ที่บรรจุสินค้าอุปโภคบริโภคไว้ครบครัน ยุคสมัยที่อดอยากปากแห้งนี้ จะต้องสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธออย่างแน่นอน!
ทว่า ก่อนอื่น... บัญชีหนี้แค้นนอกประตูก็ต้องสะสางเสียก่อน
แอด—!
เสียงบานประตูไม้ผุพังถูกผลักเปิดออกอย่างแรง จนฝุ่นผงร่วงกราว หลินว่านหลิงก้าวเท้าพ้นธรณ์ประตูออกมาด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้างดงามแม้จะซีดเซียวแต่กลับเปล่งประกายความเย่อหยิ่งทระนงจนแม่เฒ่าสวี่ที่กำลังยกมือเท้าสะเอวเตรียมด่าทอถึงกับชะงักง้างอ้าปากค้าง
แม่เฒ่าสวี่กระพริบตาปริบๆ นางไม่เคยเห็นสะใภ้รองผู้นี้กล้าสบตาตรงๆ แบบนี้มาก่อน ปกติแล้วอีกฝ่ายมักจะก้มหน้าตัวสั่นงกราวกับลูกนกตกน้ำ แต่วันนี้... แววตาของนังเด็กนี่กลับคมกริบดั่งใบมีดโกน ทำเอาคนแก่จิตใจหยาบช้าอย่างนางรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"นะ... นังตัวดี! แกกล้าทำหน้าอวดดีใส่ฉันหรอ? กางเกงในของพี่ใหญ่แกซักเสร็จหรือยัง? แล้วน้ำร้อนล้างหน้าล่ะ ทำไมยังไม่ยกไปปรนนิบัติพี่ชายแกอีก!" แม่เฒ่าสวี่แผดเสียงกลบเกลื่อนความประหม่า นิ้วเหี่ยวย่นชี้หน้าหลินว่านหลิงอย่างเกรี้ยวกราด
หลินว่านหลิงไม่พูดพลامทำเพลง เธอเดินตรงเข้าไปหาแม่เฒ่าสวี่ด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนสวี่กุ้ยฮวาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับผอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"แม่คะ..." หลินว่านหลิงเอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนและทรงพลัง "พี่ใหญ่มีมือมีเท้าครบถ้วน ทำไมถึงต้องให้สะใภ้รองอย่างฉันมาซักกางเกงในให้? หรือว่ามือของเขาพิการจนหยิบจับอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะแนะนำให้ไปโรงพยาบาลอำเภอเพื่อตรวจดูสมองและเส้นประสาทด้วยดีไหมคะ?"
"กรี๊ด! นังสารเลว! แกกล้าแช่งลูกชายฉันเรอะ!" แม่เฒ่าสวี่ปรี่เข้ามาหมายจะตบสั่งสอน
ทว่า หลินว่านหลิงไวเสียยิ่งกว่า เธอยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่สะสมมาจากพลังงานในมิติลับ แรงบีบที่ราวกับคีมเหล็กทำเอาแม่เฒ่าสวี่หน้าเขียวคล้ำ ร้องโอดโอยออกมาแทบไม่เป็นภาษา
"จำไว้นะคะแม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กฎระเบียบบ้านสวี่... ฉันจะเป็นคนร่างใหม่เอง!" หลินว่านหลิงโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ใครอยากกินอะไรต้องหาเอง ใครอยากใช้ให้ฉันทำนู่นทำนี่... ฝันไปเถอะค่ะ!"
ปึง!
หลินว่านหลิงสะบัดมือแม่เฒ่าสวี่ออกอย่างไม่ไยดี จนร่างแก่ชราเซถลาไปชนเสาเรือนเกือบล้มคว่ำ ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของคนในครอบครัวที่อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปากก็ยังไม่รู้ตัว
ทว่า ทันใดนั้นเอง... กลิ่นหอมกรุ่นอันเย้ายวนใจอย่างประหลาดก็โชยมาแตะจมูก ทะลุกำแพงดินดิบเข้ามาในลานบ้าน กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวเคี่ยวกับเครื่องเทศนานาชนิดและข้าวสวยร้อนๆ ที่เพิ่งหุงสุกใหม่ๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนคนท้องร้องจ๊อกออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ทั้งบ้านสวี่และชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่หน้าประตูต่างสูดปากน้ำลายสอ
ในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับที่มาของกลิ่นอาหารชั้นเลิศนี้ ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบเขียวเข้มเปอะเปื้อนฝุ่นดินจากการเดินทางไกล ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูบ้าน สายตาคมกราบกวาดมองภรรยาตัวน้อยที่มีร่องรอยการต่อสู้ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่ในมือที่ส่งกลิ่นหอมของ "ไก่ผัดพริกเสฉวน" ทะลุออกมาเตะจมูก
"ภรรยา... พี่กลับมาแล้ว และดูเหมือนพี่จะพลาดความสนุกครั้งใหญ่ไปสินะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ!
บันทึกรักแม่บ้านยุคเหล็กกับแปลงผักสวรรค์•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในกลิ่นอายดินโคลนยุค 70
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักแม่บ้านยุคเหล็กกับแปลงผักสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
