ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ•ตอนที่ 30

บทส่งท้าย: อำนาจของความรัก

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
"ถ้าคุณยังกล้าขยับตัวหนีผมอีกนิดเดียว... ริน... ผมจะทำให้คุณไม่ได้แตะต้องเอกสารบนโต๊ะนี้ไปจนถึงสัปดาห์หน้า" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสเสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งปลอกเหล็กที่ตวัดรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแผงอกกำยำอย่างอารักขาและเอาแต่ใจในเวลาเดียวกัน ปลายจมูกโด่งคมสันสูดดมความหอมกรุ่นจากซอกคอระหงที่ยังคงแดงเรื่อจากบทสนทนาก่อนหน้า รินลดาถอนหายใจยาวด้วยความหมั่นไส้ระคนอ่อนอกอ่อนใจ เธอวางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทอง ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสามี – หรือถ้าจะให้พูดให้ถูกคือ 'เจ้าชีวิต' ที่ไม่เคยลดละความเผด็จการลงเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าสงครามเลือดระหว่างตระกูลมาเฟียจะปิดฉากลงอย่างไร้ร่องรอยไปนานแรมปีแล้วก็ตาม "ธามคะ... นี่มันเวลาทำงานนะคะ ไม่ใช่เวลามานั่งคลอเคลียเป็นเด็กๆ" รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยกลับพราวระยับด้วยประกายท้าทายที่จุดไฟในกายของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นมาได้ทันทีอย่างง่ายดาย "ใครบอกคุณว่าผมเป็นเด็ก... และใครบอกว่าเวลาทำงานกับเวลาปรารถนาของผมมันแยกออกจากกันได้ล่ะ" ธาม ธราดล แย้มรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองเรียวปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความดุดันและหิวกระหาย เขากดน้ำหนักกายเข้าหาจนแผ่นหลังบางแนบติดกับพนักเก้าอี้หนังแท้ รินลดาไม่มีทางหนีพ้นวงแขนนี้ไปได้เลย – และเธอก็รู้ดีว่าเธอไม่เคยต้องการจะหนีมันตั้งแต่แรก คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูง ท่ามกลางผืนป่าสีเขียวขจีและสายหมอกบางเบาที่ลอยคลอเคลียในยามบ่าย เป็นป้อมปราการแห่งความเงียบสงบที่ถูกสร้างขึ้นจากคราบเลือดและหยาดเหงื่อ ไม่มีเสียงปืน ไม่มีแผนการหักหลัง ไม่มีเสียงกรีดร้องของความตาย มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อน เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน และรอยแผลเป็นในอดีตที่ค่อยๆ เลือนหายไปภายใต้สัมผัสแห่งการเยียวยา ทว่า... ความเงียบสงบในนิยามของมาเฟียคุมอิตาลี-เอเชียผู้นี้ ไม่เคยแปลว่าความน่าเบื่อ นิ้วแกร่งที่มีรอยด้านจากการจับอาวุธ ไล่ปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อดีของหญิงสาวออกอย่างเชื่องช้าและจงใจ กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวของรินลดาตีรวนกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ของเขา หลอมรวมเป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมลพิษทางเสน่หาที่อันตรายถึงชีวิต "คุณยังติดค้างคำตอบผมเรื่องข้อเสนอของสภาธุรกิจยุโรปเมื่อเช้า" ธามกระซิบชิดริมฝีปาก ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธอจนรินลดาต้องสะท้านเยือก เผลอเผยอรับสัมผัสอันคุ้นเคยที่แสนเร่าร้อนนั้นโดยสัญชาตญาณ "ฉัน... อื้ม... ตอบคุณไปแล้ว... ว่าในฐานะนักเจรจา ฉันมองว่ามันได้ไม่คุ้มเสีย..." รินลดาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง แม้ว่าสติสัมปชัญญะของเธอจะเริ่มหลุดลอยไปกับฝ่ามือหนาที่สอดลูบไล้เข้ามาใต้ชายเสื้อ เข้าไปสัมผัสผิวเนียนนุ่มราวน้ำนมที่ร้อนผ่าวตามแรงอารมณ์ "ปากเก่งนักนะ..." ธามคำรามต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากเก้าอี้โดยที่ริมฝีปากยังไม่ละออกจากเรียวปากของเธอ รินลดาหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ เรียวขาเนียนเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาแน่นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอเกาะไหล่กว้างไว้มั่น ขณะที่สายตาคมกริบของธามมองตรงมาที่เธอด้วยประกายไฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าลาวา เขาไม่ได้พาเธอกลับไปที่เตียงนอนกว้างในห้องนอนใหญ่ แต่กลับวางเธอนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เอกสารกองโตถูกมือหนากวาดปัดลงพื้นอย่างไร้ความเสียดาย กระดาษนับร้อยแผ่นปลิวว่อนกระจายเกลื่อนพรมขนสัตว์ราคาแพง แต่ไม่มีใครสนใจมันอีกต่อไปแล้ว "ธาม! เอกสารพวกนั้นฉันเพิ่งตรวจเสร็จนะ!" รินลดาเอ็ดเสียงGเขียว ทว่าสองมือกลับโอบรอบลำคอแกร่งแน่นขึ้น ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อรั้นที่ผสมปนเปไปกับความปรารถนาอันลึกซึ้ง "ปล่อยให้พวกมันรกพื้นห้องไปเถอะ... สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้ คือการทำให้คุณจำใส่ใจไว้ว่า ใครคือเจ้าของที่แท้จริงของนักเจรจาคนเก่งคนนี้" สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาอีกครั้ง คราวนี้ดุดัน หนักหน่วง และเว้าวอนราวกับต้องการสูบวิญญาณของเธอเข้าไปในตัวเขา ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินลดาครางฮือในลำคอด้วยความวาบหวาม เรียวลิ้นเล็กตอบสนองความเร่าร้อนนั้นอย่างไม่ยอมแพ้ มือบางขยุ้มกลุ่มผมสีดำสนิทของเขาจนยุ่งเหยิง แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงและรัญจวนใจเสียจนอากาศรอบตัวแทบจะหลอมละลาย สัมผัสจากปลายนิ้วของธามลูบไล้ขึ้นมาตามเรียวขา, ผ่านเนื้อผ้าซาตินลื่นมือ, ก่อนจะหยุดอยู่ที่สะโพกมนและบีบเคล้นอย่างหนักหน่วงจนหญิงสาวต้องสะดุ้งเฮือก ร่างกายของเธอบิดเร้าเข้าหาความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้อย่างลืมอาย ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากผลประโยชน์และการหักเหลี่ยมเฉือนคมในวันนั้น บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นพันธนาการแห่งรักที่ไร้ซึ่งโซ่ตรวน แต่กลับแน่นหนายิ่งกว่าสิ่งใดในโลก อุณหภูมิในห้องทำงานกว้างพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงครางต่ำในลำคอของมาเฟียหนุ่มที่แสดงออกถึงความพึงพอใจและความหลงใหลอย่างไร้ข้อกังขา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เสื้อผ้าที่เคยเนียบกริบถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางแสงแดดช่วงบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ อาบไล้เรือนร่างสมส่วนที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอารมณ์และความรักที่พวกเขามอบให้แก่กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในห้วงเวลาที่ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว รินลดากอดร่างหนาแน่นฝังเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความสุขสมที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงครางหวานหูของเธอดังก้องอยู่ในโสตประสาทของธาม ผลักดันให้เขาเร่งจังหวะรักให้เร่าร้อนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดุจดั่งคลื่นพายุที่โหมซัดเข้าหาฝั่งอย่างไร้ความปราณี ก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยให้ตัวเองร่วงหล่นลงสู่ห้วงแห่งความสุขสมอันยาวนาน ลมหายใจหอบถี่รดรินอยู่บนผิวGายของกันและกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวเป็นพยาน เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้... ธามนอนตะแคงอยู่บนพรมหนานุ่ม ดึงรั้งร่างเปลือยเปล่าของรินลดาเข้ามาซบลงกับแผ่นอกกว้าง มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยที่ชื้นเหงื่ออย่างเบามือและทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าชิ้นเดียวในจักรวาลนี้ที่เขาไม่มีวันยอมสูญเสียมันไปเด็ดขาด "เหนื่อยไหมครับ... ภรรยาของผม" เสียงทุ้มกระซิบถามเบาๆ ที่ข้างกกหู พร้อมกับจูบซับลงบนหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน รินลดาหลับตาพริ้ม ซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่เคยน่ากลัวและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมในอดีต บัดนี้มันกลายเป็นบ้านที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอแล้ว เธอส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความรักและความหวงแหน "ไม่เหนื่อยค่ะ... แต่ถ้าคุณยังกวนฉันไม่เลิกแบบนี้ ฉันคงไม่ได้ทำรายงานสรุปยอดบัญชีของเดือนนี้แน่ๆ" เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พยายามขยับตัวจะลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุม แต่ธามกลับกระชับวงแขนกอดรัดเธอไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตาคมปลาบฉายแววเจ้าเล่ห์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี "ก็ไม่ต้องทำ..." เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่เด็ดขาด "ปล่อยให้ลูกน้องจัดการไปสัปดาห์นี้ หน้าที่เดียวที่คุณต้องทำในตอนนี้... คือการรักผมให้มากๆ ก็พอแล้ว, ริน" รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเถียงกับมาเฟียผู้เอาแต่ใจคนนี้ หญิงสาวจึงยอมทิ้งตัวลงนอนซบกับอกแกร่งตามเดิม ปล่อยให้ความอบอุ่น เสียงหัวใจ และกลิ่นกายของชายหนุ่มโอบล้อมรอบกาย ท่ามกลางความเงียบสงบของป่าเขาและแสงสุดท้ายของวันทิวาที่กำลังจะลับขอบฟ้า อำนาจที่แท้จริงไม่ใช่การกุมชะตาชีวิตของคนนับล้านไว้ในมือ... แต่อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการที่คนผู้หนึ่ง ยอมจำนนต่อหัวใจของอีกฝ่ายอย่างราบคาบและเต็มใจ เช่นเดียวกับที่พวกเขาเป็นอยู่ในเวลานี้ และตลอดไป ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอันตรายและห้วงอารมณ์อันร้อนแรงนี้มาด้วยกันจนถึงหน้าสุดท้ายนะคะ "กุหลาบอาบแสงจันทร์"
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดเฉือนคม: มาเฟียหน้าตายกับนักเจรจาจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%