เสียงโลหะขัดสีกันด้วยแรงเสียดทานมหาศาลดัง *เอี๊ยด... โครก!* สะท้อนก้องกังวานอยู่ในความมืดมิดของเพลาลิฟต์ จนแรงเหวี่ยงกระชากร่างของธันวาและอลิสาให้เซถลาไปชนกับผนังกระจกใสของลิฟต์แก้วอย่างจัง เอกสารการวิเคราะห์ความตายในมือของธันวาปลิวว่อนกลายเป็นฝูงกระดาษสีขาวที่ร่วงหล่นสู่ความเวิ้งว้างเบื้องล่าง ก่อนที่ทุกอย่างจะนิ่งสนิทลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่
"ตั้งสติไว้ครับคุณอลิสา... จับราวจับให้แน่น"
ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นเครือ เขารีบก้าวเท้าเข้าไปประคองแขนเรียวของอาจารย์สาวผู้มักจะสงบนิ่งเสมอ แต่อุ้งมือของเธอกลับเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรง The 19th-Century ของอลิสากวาดมองไปยังแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ด้านหน้า ซึ่งปัจจุบันปรากฏตัวเลขสีแดงฉานกะพริบถี่รัวในตำแหน่งที่ไม่มีทางมีอยู่จริงบนตึกระฟ้าแห่งนี้
*Error: Sub-level -13*
"เราไม่ได้ติดอยู่ระหว่างชั้นสองกับชั้นสามครับธันวา" อลิสากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความตึงเครียดที่ธันวาไม่เคยได้ยินมาก่อน ปลายนิ้วเรียวของเธอแตะลงบนกระจกใสที่บัดนี้เริ่มมีละอองไอเย็นสีดำเกาะกลุ่มเป็นผลึกรูปเรขาคณิต "บันทึกกฎเกณฑ์ของโลกวิญญาณระบุไว้ชัดเจน... เมื่อตัวเลขของลิฟต์แก้วลดลงต่ำกว่าชั้นศูนย์ โครงสร้างสถาปัตยกรรมเชิงฟิสิกส์จะถูกแทนที่ด้วย 'เขาวงกตแห่งจิตใต้สำนึก' ที่องค์กรซ่อนไว้"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายกข้อมือซ้ายขึ้นดูนาฬิกาข้อมือระบบกลไก เข็มวินาทีไม่ได้เดินไปข้างหน้า แต่มันกำลังหมุนทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วสูง พร้อมกันนั้น ดวงตาข้างขวาของเขาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง—อาการคุ้นเคยที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเขาอยู่ใกล้เขตแดนแห่งความตาย
เบื้องล่างผ่านรอยต่อของกระจกใส ไม่ใช่โถงตึกสำนักงานหรือที่จอดรถใต้ดินอันคุ้นเคย แต่เป็นมหานครแห่งกาลเวลาที่หยุดนิ่ง ตึกรามบ้านช่องมีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างยุคโบราณและเทคโนโลยีล้ำอนาคต ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกย้อมด้วยแสงสีเทาหม่น และที่น่ากลัวที่สุดคือ "เงาดำนับพัน" ที่กำลังแหงนมองขึ้นมายังลิฟต์แก้วค้างเติ่งกลางอากาศ ราวกับกำลังรอคอยให้เหยื่อตกลงไปในอาณาเขตของพวกมัน
"ระบบคำนวณความน่าจะเป็นของผมบอกว่า... โอกาสที่เราจะซ่อมแซมแผงควบคุมแล้วขึ้นไปข้างบนมีค่าเท่ากับศูนย์ครับ" ธันวาพูดพร้อมกับดึงเนกไทให้คลายออกเล็กน้อยเพื่อให้อากาศเข้าปอดได้สะดวกขึ้น สมองอันรอบคอบของเขาเริ่มประมวลผลกฎข้อที่สามจากบันทึกที่อลิสาเคยเคี่ยวเข็ญให้ท่องจำ *'เมื่อลิฟต์ปฏิเสธที่จะส่งคุณกลับสู่เบื้องบน จงมองหาจุดเชื่อมต่อมิติผ่านรหัสศพที่ซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสาร'*
อลิสาหันมามองลูกศิษย์หนุ่ม แววตาของเธออ่อนลงเล็กน้อยท่ามกลางบรรยากาศอันกดดัน "คุณฉลาดมากที่จำกฎข้อนั้นได้... แต่การจะหารหัสศพในพื้นที่ปิดตายอย่างลิฟต์แก้วนี้ เราจำเป็นต้องใช้ 'พลังวิเคราะห์' ของคุณให้ถึงขีดจำกัด ธันวา คุณต้องมองทะลุกรอบเวลาของลิฟต์คันนี้"
"มองทะลุกรอบเวลา..." ธันวาทวนคำ เขาสูดหายใจเข้าลึก and ปิดเปลือกตาลง ตั้งสติให้มั่นคงท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ของกลไกที่เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบเปลี่ยนเป็นสีขาวดำ เส้นแสงสีทองและสีแดงนับร้อยเส้นปรากฏขึ้นภายในห้องโดยสาร ลิฟต์แก้วคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เหล็กและกระจก แต่มันคือ "สุสานเคลื่อนที่" โครงสร้างทุกตารางนิ้วถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำและวาระสุดท้ายของพนักงานที่เคยสูญหายในตึกแห่งนี้ และตรงกลางพื้นกระจกใส... มีรอยร้าวรูปทรงประหลาดที่หากมองผิวเผินมันคือรอยแตกจากแรงกระแทก แต่เมื่อใช้สายตาของพนักงานวิเคราะห์ความตาย มันคือ "รหัสผ่าน" ที่เรียงร้อยจากเวลาการเสียชีวิตของเหยื่อเจ็ดคน!
"ผมเจอแล้วครับ..." ธันวาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่รอยร้าวนั้น "เวลาตายของเหยื่อกลุ่มสุดท้ายเรียงตัวกันเป็นพิกัด... 03:14, 07:42, 11:55..."
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของธันวากดลงบนตัวเลขสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ไม่ได้ดังขึ้นจากระบบนำทางปกติ หากแต่เป็นเสียงกRingsต่ำๆ ที่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังชาดิ่ง ระบบภารกิจลึกลับที่ไม่อยู่ในคู่มือใดๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขากลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
[ระบบตรวจพบผู้บุกรุกระดับเขตหวงแหน: ชั้น -13]
[เงื่อนไขการปลดล็อกประตูลิฟต์: สละ "ความทรงจำที่มีค่าที่สุด" ของพนักงานวิเคราะห์ เพื่อแลกกับเส้นทางออก]
[คำเตือน: หากเวลาในนาฬิกาของคุณหยุดเดิน คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเงาดำเบื้องล่างไปตลอดกาล]
อลิสาเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความนั้น เธอยื่นมือคว้าแขนของธันวาไว้ทันที "อย่ากดรับภารกิจนั้นเด็ดขาด ธันวา! นั่นมันข้อตกลงกับยมทูต!"
ธันวาหันไปมองอาจารย์สาว เขายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะ แม้ในยามที่ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อมมือ "บางครั้งครับอาจารย์... สมการที่ซับซ้อนที่สุด ก็ต้องการตัวแปรที่กล้าหาญที่สุดในการแก้ปัญหา"
เขากดลงบนปุ่มยืนยันโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ครืนนนนน!
พื้นกระจกใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่แตกละเอียดลงพร้อมกัน ร่างของธันวาและอลิสาร่วงหล่นดิ่งลงสู่ความมืดมิดของชั้นใต้ดิน ท่ามกลางเสียงหัวเราะปริศนาที่ดังสะท้อนมาจากมุมมืดของเพลาลิฟต์ และก่อนที่สติของธันวาจะดับวูบลง เงาสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทที่ไม่มีใบหน้า ก็ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเอמהสсиเสียงกระซิบที่ข้างหูของเขาว่า... *"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ลิฟต์แก้วชั้นลบไปพร้อมกันนะครับ
ลิฟต์แก้วชั้นลบ
พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ•ตอนที่ 8
ลิฟต์ที่ไปไม่ถึงชั้นหนึ่ง
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!