พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ•ตอนที่ 9

ความลับใต้โต๊ะทำงาน

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถ้าคุณยังหมุนปากกาในมือด้วยจังหวะเดิมซ้ำๆ แบบนั้นอีกสามรอบ ผมเกรงว่ากลไกสปริงภายในคงได้หักคามือก่อนที่เราจะไขรหัสลับสำเร็จเสียก่อนนะครับ, ธันวา" เสียงเรียบเรื่อยแต่มั่นคงของอลิสา—อาจารย์สาวผู้สวมแว่นกรอบทองและชุดสูทเข้ารูปสีเข้ม—ดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างตึกสำนักงานสูงระฟ้าสะท้อนให้เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่างที่ยังคงหลับไหล ทว่าสำหรับพวกเราทั้งสองคนแล้ว เวลา ณ ที่นี้ไม่ได้เดินไปตามเข็มนาฬิกาปกติ ผมหยุดนิ้วที่กำลังควงปากกาโลหะทันที ลมหายใจถูกผ่อนออกมาอย่างช้าๆ เพื่อระบายความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ ดวงตาของผมเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า—โต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อหนาของ 'คุณกิตติ' หัวหน้าแผนกวิเคราะห์ความเสี่ยง ผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามวันก่อน ทิ้งไว้เพียงปริศนาและร่องรอยพลังงานความตายระดับสามที่ยังคงตกค้างอยู่ "ผมไม่ได้กังวลเรื่องกลไกปากกาหรอกครับอาจารย์อลิสา" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง พลางขยับแว่นตาของตนเองเล็กน้อย "สิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่คือ โครงสร้างการไหลเวียนของพลังงานอาคมที่ถูกฝังไว้ใต้พื้นไม้นี้ต่างหาก มันมีความซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นฝีมือของพนักงานทั่วไป... และที่สำคัญที่สุด กฎเกณฑ์ของตึกนี้ไม่อนุญาตให้มีการใช้อุปกรณ์ไสยเวทย์ระดับสูงภายในเขตสำนักงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแผนกบริหาร" อลิสาพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวนั้น ชายกระโปรงยาวลากผ่านพื้นพรมสีเทาเข้มโดยไร้เสียง ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอสวมถุงมือสีขาวสะอาด แตะลงบนขอบไม้ของลิ้นชักชั้นล่างสุด ซึ่งเป็นจุดที่ตัวเลขดิจิทัลจากเนตรวิญญาณของผมแสดงผลความหนาแน่นของความตายสูงสุด "ถูกต้องครับ... กฎข้อที่สิบสองของคู่มือพนักงานระบุไว้อย่างชัดเจนว่า 'ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองวัตถุอาคมที่มีเจตนาปลิดชีพเพื่อนร่วมงานภายในรัศมีห้าสิบเมตรจากโต๊ะทำงาน' และพลังงานที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ ก็กำลังละเมิดกฎข้อนั้นอย่างโจ่งแจ้ง" อาจารย์สาวกล่าวต่อ พร้อมกับหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเอกสาร หน้ากระดาษเก่าคร่ำคร่าพลิกเปิดออกด้วยตัวมันเองโดยไม่มีลมพัดผ่าน ตัวอักษรโบราณเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ลอยขึ้นมาเหนือบานพับ เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบป้องกันอัตโนมัติของอาคารกำลังเริ่มทำงานเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่อยู่เบื้องหน้า ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วใช้มือขวาออกแรงกดปลดล็อกกลไกซ่อนรูปที่ขอบโต๊ะ ตามหลักการคำนวณโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในที่ผมได้ศึกษามาจากแปลนตึกฉบับลับ *คลิก!* เสียงกลไกเหล็กภายในตัวโต๊ะดีดตัวออกเบาๆ เผยให้เห็นช่องลับขนาดเท่าฝ่ามือที่ถูกเจาะซ่อนไว้บริเวณมุมอับสายตา ด้านในสุดปรากฏวัตถุบางอย่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าดิบสีดำสนิทและผูกด้วยด้ายสายสิญจน์ที่เปรอะเปื้อนคราบของเหลวสีคล้ำ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นไอความตายพวยพุ่งทะลักออกมาทันที จนทำให้ผมต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ระวังตัวด้วยครับธันวา นั่นคือ 'ตะปูตอกโลงศพลงอาคม' ที่ผ่านพิธีกรรมจากสุสานร้างสามแห่ง" อลิสากล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น มือซ้ายของเธอเตรียมพร้อมที่จะสะบัดยันต์กระดาษสีขาวเพื่อกางเขตอาคมป้องกันการแพร่กระจายของพลังงานลบ ผมหรี่ตามองวัตถุชิ้นนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว ตะปูสามดอกถูกวางเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปิดผนึกวิญญาณและตัดขาดเส้นทางอนาคตของผู้ที่นั่งทำงานตรงนี้ "ไม่ใช่แค่เรื่องการกลั่นแกล้งกันธรรมดาแน่ๆ ครับอาจารย์" ผมพึมพำขณะสวมถุงมือกันอาคม แล้วค่อยๆ ใช้คีมโลหะขนาดเล็กหยิบตะปูตัวแรกขึ้นมาตรวจสอบอย่างระมัดระวัง "นี่คือเครื่องมือในการ 'รีเซ็ต' เวลาชีวิตของเหยื่อ... ใครบางคนกำลังใช้กฤตยคมนี้เพื่อดึงเอาอายุขัยที่เหลืออยู่ของคุณกิตติไปเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อนลิฟต์แก้วชั้นลบ" ทันทีที่ผมดึงตะปูดอกสุดท้ายขึ้นจากร่องลับ หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานที่เคยดับสนิทไปแล้ว ก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้า ตัวอักษรสีแดงฉานนับร้อยบรรทัดวิ่งพล่านขึ้นบนหน้าจออย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะรวมตัวกันเป็นข้อความขนาดใหญ่เพียงประโยคเดียวที่จ้องมองกลับมายังพวกเรา *【 ตรวจพบผู้บุกรุกสิทธิ์การเข้าถึงชั้นลบ: กำลังดำเนินการลบข้อมูลเป้าหมายออกจากระบบ 】* เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระรัวขึ้นทั่วทั้งชั้นสำนักงาน ไฟฉุกเฉินสีแดงเริ่มหมุนวนสาดส่องไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ อลิสาหันขวับมามองผมด้วยแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟเตือนภัย เธอยื่นมือมาคว้าแขนเสื้อของผมไว้แน่นเพื่อดึงตัวให้ถอยห่างจากโต๊ะ "เราติดกับดักแล้วครับธันวา! นี่ไม่ใช่แค่การซ่อนอุปกรณ์อาคมธรรมดา แต่มันคือกับดักล่อเหยื่อที่เชื่อมต่อกับระบบส่วนกลางของตึก!" อาจารย์สาวตะโกนแข่งกับเสียงไซเรนที่แผดเสียงกึกก้อง ผมขบกรามแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ปรากฏภาพเงาดำร่างหนึ่งกำลังก้าวเดินออกจากกระจกเงาด้านหลังห้องทำงาน เงาร่างนั้นสวมชุดสูทคุ้นตาและมีไอความตายพวยพุ่งออกมาจากร่างอย่างหนาแน่น—มันคือคุณกิตติ หัวหน้าแผนกผู้ล่วงลับที่น่าจะสูญหายไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับยืนขวางทางหนีเดียวของเราไว้ด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวและดวงตาที่ว่างเปล่า ความเย็นเยียบแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อร่างในเงากระจกยกมือขึ้นช้าๆ แล้วชี้ปลายนิ้วตรงมายังผม พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นในหัวโดยไม่ได้ยินผ่านโสตประสาท *‘...ตาต่อไป... คือนายสินะ พนักงานวิเคราะห์หน้าใหม่’* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรานะครับ --- ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิเคราะห์ความตายกับอาจารย์สาวผู้ไขรหัสศพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%