เซียนสุราท้ากระบี่ กับ นางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 1

สุราหนึ่งไหกับประกายกระบี่แรก

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ถ้าพวกเจ้ายังคิดว่าชีวิตน้อยๆ ของตัวเองมีค่าพอที่จะเอาไปผลาญเล่นในโรงเตี๊ยมแห่งนี้... ข้าแนะนำว่าควรวางกระบี่ลง แล้วยกสุราไห Nี้ให้ข้าดื่มเสียจะดีกว่า" เสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดของ "โรงเตี๊ยมชายแดนบูรพา" สถานที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเขตไร้กฎหมาย ลมพายุทะเลทรายด้านนอกพัดกระหน่ำจนบานประตูไม้เก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ แต่ภายในกลับไร้ซึ่งเสียงสนทนา มีเพียงรัศมีสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากกลุ่มโจรป่า "พยัคฆ์ทมิฬ" กว่าสิบชีวิตที่ล้อมรอบโต๊ะมุมอับสายตาเอาไว้ บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ มีเพียงไหสุราสีดำสนิทใบหนึ่งกับจอกดินเผียบิ่นๆ บุรุษผู้เป็นเจ้าของเรือนร่างผอมเพรียวสวมชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า เส้นผมยาวสีดำสนิทถูกมรดกความซอมซ่อรวบไว้ด้วยปิ่นไม้ไผ่เรียบง่าย ทว่าดวงตากลับพินิจพิเคราะห์จอกสุราในมือราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า "ไอ้ขอทานนี่... เจ้าเบื่อโลกนักหรือไง!" หัวหน้าโจรป่า ร่างกายกำยำดั่งหมีควาย รอยแผลเป็นลากผ่านดวงตาข้างซ้ายจนน่ากลัว มันตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เศษไม้กระจายตัวตามแรงปราณที่ระเบิดออก ขอบเขตลมปราณแท้จริงขั้นที่ห้ากดดันจนผู้คนรอบข้างต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว แต่บุรุษผู้นั้น—ลู่จือเซียว—กลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ลู่จือเซียวค่อยๆ ยกจอกสุระขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ กลิ่นอายสุราหมักจากธัญพืชชั้นดีลอยคละคลุ้งกลบกลิ่นคาวเลือดในโรงเตี๊ยมได้อย่างชะงัก "สุรา... หากดื่มคนเดียว ย่อมไร้รสชาติ หากดื่มกับสหาย ย่อมรื่นรมย์ แต่หากดื่มท่ามกลางฝูงสุนัขบ้า..." ลู่จือเซียวเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งใบกระบี่ชำเลืองมองหัวหน้าโจรป่า "รังแต่จะทำให้เสียรสชาติสุราดีๆ ไปเสียเปล่าๆ นะครับ" "ฆ่ามัน!" คำสั่งคำรามก้อง โจรป่าสามคนที่อยู่ใกล้ที่สุดพุ่งทะยานเข้าหาพร้อมกันประกายคมดาบสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงวับวาม อานุภาพของวิชา "ดาบพยัคฆ์คลั่ง" แผ่ซ่านจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว พวกมันตั้งใจจะผ่าร่างของจอมยุทธ์สำนักปริศนาผู้นี้ออกเป็นสองท่อนในกระบวนท่าเดียว ทว่า... ไม่มีใครทันได้เห็นว่าลู่จือเซียวขยับตัวอย่างไร *ฉับ!* เสียงคล้ายสายลมพัดผ่านกิ่งไม้ดังขึ้นแผ่วเบา ร่างของโจรป่าทั้งสามชะงักค้างกลางอากาศ คมดาบในมือยังไม่ทันสัมผัสโดนชายเสื้อของเป้าหมายด้วยซ้ำ ร่างกายท่อนบนกับท่อนล่างของพวกมันก็แยกออกจากกัน โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผนังไม้สีหม่นจนกลายเป็นสีชาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลในพริบตา ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ หัวหน้าโจรป่าหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า มันเคยผ่านศึกนองเลือดมาโชกโชน ย่อมดูออกว่าเมื่อครู่ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็น "เจตจำนงกระบี่" ที่เหนือล้ำจนน่าสะพรึงกลัว กระบี่ของอีกฝ่ายยังคงอยู่ในฝักไม้เก่าๆ ที่คาดไว้ข้างเอว... เขาใช้เพียงจิตกระบี่สังหารคนโดยที่ยังไม่ได้ชักอาวุธออกมาด้วยซ้ำ! "เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่!" หัวหน้าโจรป่าถอยหลังไปหนึ่งก้าว เสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ลู่จือเซียวถอนหายใจเบาๆ สีหน้ายังคงกวนประสาทและเปี่ยมด้วยความเกียจคร้านเช่นเดิม เขายกมือขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ราวกับกำลังฟังเสียงดนตรีอันเพลิดเพลิน "นามของข้าหรือ... คนในยุทธภพมักเรียกข้าว่าเซียนสุราเมามาย" ลู่จือเซียวแย้มยิ้มบางๆ ดวงตาคู่คมประกายวาวโรจน์ "แต่ถ้าจะให้พูดตามจริง ข้าเป็นเพียงคนเดินทางผู้หนึ่งที่เกลียดที่สุดคือ... การถูกขัดจังหวะเวลารื่นรมย์กับสุราดีๆ นะครับ" สิ้นเสียงคำพูด ร่างของลู่จือเซียวก็หายวับไปจากตำแหน่งเดิม ราวกับภาพลวงตาที่เกิดจากสายลม หัวหน้าโจรป่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันตวัดดาบในมือเข้าหาความว่างเปล่าด้านหลังตามสัญชาตญาณแห่งความเป็นความตาย ปราณแท้จริงระเบิดออกจนข้าวของในโรงเตี๊ยมปลิวว่อน ทว่าสิ่งที่มันฟันโดนมีเพียงความว่างเปล่า *แปะ...* ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวแตะลงที่กลางหน้าผากของหัวหน้าโจรป่าอย่างแผ่วเบา ราวกับสหายผู้สนิทกำลังทักทายกันในยามเช้า "วิชาดาบของเจ้ารวดเร็วใช้ได้ แต่ช้าเกินไปสามลมหายใจ และที่สำคัญ..." ลู่จือเซียวโน้มตัวกระซิบข้างหูของมันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว "...พวกเจ้าเลือกเวลาปล้นผิดไปหน่อยนะ" พลังปราณไร้รูปสายหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรทั่วร่างของหัวหน้าโจรป่าในเสี้ยววินาที ดวงตาของมันเบิกค้าง คอหอยตีบตัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน ก่อนที่รอยร้าวสีแดงจะปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่าง และสลายกลายเป็นละอองฝุ่นโลหิตปลิวหายไปกับสายลมที่พัดผ่านรอยแตกของหน้าต่างโรงเตี๊ยม โจรป่าที่เหลืออยู่ต่างโยนอาวุธทิ้งคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่ไหว พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ลู่จือเซียวไม่ได้สนใจเศษสวะเหล่านั้นอีก เขากลับมานั่งลงที่เดิม ยกไหสุราขึ้นรินใส่จอกอย่างใจเย็น ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะยกจอกขึ้นดื่ม สายตาคมกริบก็พลันเหลือบไปมองที่ประตูโรงเตี๊ยมซึ่งบานพับเริ่มขึ้นสนิม บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปในพริบตา... อุณหภูมิภายในโรงเตี๊ยมลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ไอเย็นจัดลอยตัวปกคลุมพื้นไม้จนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน กลิ่นอายความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ได้ทั้งเป็นกำลังคืบคลานเข้ามาทีละน้อย เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นดั่งก้าวอยู่บนแผ่นน้ำแข็งดังขึ้นที่หน้าประตู *แออด...* บานประตูไม้ถูกผลักออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเกล็ดหิมะ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟ ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับรูปสลักจากหยกสวรรค์ ทว่าแววตากลับเย็นชาดั่งหุบเขาน้ำหมื่นปีที่ไม่มีวันละลาย นางก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกับกระบี่เล่มยาวในฝักสีฟ้าครามที่แผ่ไอเย็นเยือกราวมัจจุราช ลู่จือเซียวชะงักจอกสุระที่ค้างอยู่ริมฝีปาก รอยยิ้มกวนประสาทค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม "ไม่นึกเลยว่า..." ลู่จือเซียวเอ่ยขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่าน "สตรีผู้สูงส่งแห่งหุบเขาน้ำแข็งกระบี่สวรรค์อย่างแม่นางมู่หรง จะลดตัวมาเยือนโรงเตี๊ยมโสมมเช่นนี้... หรือว่าสุราในไหของข้า จะหอมหวานจนดึงดูดแม้กระทั่งเซียนผู้เย็นชาเช่นท่านกันล่ะครับ?" มู่หรงเสวี่ยหยุดฝีเท้าลง ห่างจากโต๊ะของเขาเพียงสามก้าว ดวงตาน้ำแข็งคู่นั้นกวาดมองคราบเลือดรอบกาย ก่อนจะตวัดกลับมาจ้องมองบุรุษผู้ถือไหสุราด้วยจิตสังหารที่ไม่อาจปิดบัง "ลู่จือเซียว..." น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว แต่กลับคมกริบดั่งคมกระบี่ "ข้าตามหาเจ้าพบแล้ว... ส่งคัมภีร์สะท้านฟ้ามา มิฉะนั้น กระบี่ในมือข้า จะไม่ถามเหตุผลผู้ใดอีก" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราท้ากระบี่ กับ นางเซียนน้ำแข็งผู้ฝืนลิขิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%