“คุณคิดว่าคนเราสามารถเขียนความรู้สึกที่แท้จริงลงบนกระดาษ โดยไม่ซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ได้จริงหรือคะ ธาวิน?”
คำถามของลลินลอยละล่องอยู่ในความเงียบงันของห้องสมุดส่วนตัว กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์จางๆ อบอวลอยู่รอบกาย เธอไม่ได้หันไปมองคนข้างหลัง แต่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาผ่านจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ ธาวินไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้โอ๊คอย่างเชื่องช้า เสียง 'กริ๊ก' ของโลหะที่กระทบพื้นผิวไม้ฟังดูหนักแน่นและมั่นคงกว่าคำพูดใดๆ ในยามนี้
“บางครั้ง... การพิมพ์ข้อความบนหน้าจอมันเร็วเกินไป ลลิน” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่านิดๆ “มันเร็วพอที่จะทำให้เราเผลอส่งความต้องการของตัวเองออกไปโดยไม่ทันกลั่นกรอง แต่การเขียน... มันทำให้ผมต้องหยุด เพื่อพิจารณาว่าทุกคำที่ร้อยเรียงลงไปนั้น มันสมควรได้รับเกียรติให้ไปปรากฏอยู่ต่อหน้าคุณหรือไม่”
ลลินหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอปะทะเข้ากับซองจดหมายสีครีมที่วางอยู่บนโต๊ะ มันไม่มีตราประทับราคาแพง ไม่มีสัญลักษณ์หรูหราของธุรกิจที่เขาทำ มีเพียงชื่อของเธอที่ถูกเขียนด้วยลายมือบรรจงงดงามเพียงชื่อเดียว ลายมือที่เธอคุ้นเคยดี ทั้งในชาติภพที่ทุกอย่างพังทลาย และในชะตาชีวิตใหม่ที่เธอกำลังพยายามประคองมันไว้อย่างระแวดระวัง
“คุณเปลี่ยนไปมากนะคะ” เธอเอ่ยพลางยิ้มบางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา “จากคนที่เคยเชื่อว่าเวลาคือเงินทอง และการสื่อสารต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด กลายเป็นคนที่เลือกจะใช้วิธีที่ช้าที่สุดในการบอกเล่าความรู้สึก”
“เพราะเวลาที่เสียไปกับการเขียนจดหมายฉบับนี้... คือเวลาที่ผมใช้เพื่อเตือนตัวเองว่า ในอดีตผมทำพลาดไปอย่างไรบ้าง” ธาวินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้ลลินรู้สึกถึงไออุ่นจากกายเขา “ผมไม่ต้องการเป็นธาวินคนเดิมที่ส่งข้อความสั้นๆ ด้วยถ้อยคำเย็นชาเพียงเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่ผมคือคนคนนี้ ที่อยากให้คุณสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของคำว่า ‘ขอโทษ’ และ ‘รัก’ ผ่านรอยหมึกที่ผมตั้งใจจดจารลงไป”
เขายื่นซองจดหมายให้เธอ มือของเขาสั่นเล็กน้อย ทว่าแววตาที่จ้องมองเธอกลับแน่วแน่ ลลินรับมันมา ความรู้สึกประหม่าแล่นผ่านปลายนิ้ว เธอยังไม่แกะมันอ่านในทันที แต่เลือกที่จะวางแนบไว้กับอก เธอรู้ดีว่าในนั้นอาจไม่ใช่แค่จดหมายรัก แต่มันคือคำสารภาพจากก้นบึ้งของหัวใจที่เขาไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ เพราะเกรงว่าความเจ็บปวดในอดีตจะทำให้เธอผลักไสเขาออกไปอีกครั้ง
“รินรดาเคยบอกฉันว่า...” ลลินเว้นจังหวะ “ความรักที่ไม่รู้จักการรอคอย มักจะจบลงด้วยความเปราะบางเสมอ ฉันไม่เคยเข้าใจมันจนกระทั่งวันนี้ ที่เห็นคุณพยายามทำสิ่งนี้เพื่อฉัน”
“ผมยอมรอ” ธาวินยืนยัน “ไม่ว่าคุณจะต้องใช้เวลากี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี เพื่อจะเชื่อใจคนอย่างผมอีกครั้ง ผมจะยืนอยู่ตรงนี้... ในจดหมายทุกฉบับที่ผมเขียน และในทุกจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผมมีให้คุณ”
ลลินนิ่งไป เธอเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกใสสะท้อนภาพเงาของเธอกับเขาที่ยืนเคียงข้างกันในความเงียบที่งดงาม เธอคิดถึงอดีตที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและการแก่งแย่งชิงดี การย้อนกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือโอกาสที่พระเจ้าหยิบยื่นให้เพื่อแก้ไขสิ่งที่บิดเบี้ยว เธอค่อยๆ แกะซองจดหมายออก ในนั้นมีกระดาษเพียงแผ่นเดียว และลายมือที่เธอกำลังอ่านอยู่ มันทำให้น้ำตาของเธอคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว
*‘ถึงลลิน... หากโลกหมุนย้อนกลับไปได้อีกหมื่นครั้ง ผมก็จะยังเลือกที่จะเดินเข้าไปหาคุณในสวนแห่งนั้นอีกครั้ง แม้ผลลัพธ์อาจจบลงด้วยการเลิกรา ผมก็ยังจะขอบคุณโชคชะตาที่ให้ผมได้รักคุณในวันนี้... ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ว่า จดหมายฉบับสุดท้ายที่ผมอยากส่งให้คุณ ไม่ใช่คำอำลา แต่เป็นคำสัญญาว่าผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหนอีกแล้ว’*
เธอกำกระดาษแน่น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าสิ่งที่ธาวินกำลังทำ ไม่ใช่แค่การจีบกันใหม่ แต่มันคือการสร้างรากฐานใหม่ให้กับความสัมพันธ์ที่เกือบจะพังทลายลงในกองขี้เถ้า
ทว่า ขณะที่เธอกำลังจะเงยหน้าขึ้นเพื่อเอ่ยคำพูดบางอย่างที่อยู่ในใจ เสียงเคาะประตูห้องสมุดก็ดังขึ้นอย่างรัวและตื่นตระหนก ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต รินรดาเดินหน้าตื่นเข้ามา ใบหน้าของเพื่อนสนิทซีดเผือดเหมือนเห็นผี
“ลลิน! ธาวิน! อย่าเพิ่งคุยเรื่องความรู้สึกกันตอนนี้เลย...” รินรดาหอบหายใจถี่ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดหน้าข่าวในโซเชียลมีเดียให้ดู “มีคนปล่อยภาพถ่ายชุดหนึ่งออกมา... ภาพของ ‘เขากับคุณ’ ในค่ำคืนที่โรงแรมเมื่อสามปีก่อน ตอนที่เรายังไม่เคยรู้จักกันในชาตินี้ด้วยซ้ำ... และดูเหมือนคนที่ปล่อยมันออกมา จะไม่ได้ต้องการแค่ทำลายชื่อเสียง แต่มันกำลังพยายามขุดคุ้ยความลับที่คุณสองคนพยายามฝังกลบเอาไว้!”
ลลินหน้าถอดสี มือที่ถือจดหมายสั่นสะท้าน เธอหันไปมองธาวิน พบว่าแววตาที่เคยอ่อนโยนของเขาในวินาทีก่อนหน้า บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาของนักธุรกิจผู้พร้อมจะทำสงคราม
“เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ นอกจากคนในเหตุการณ์วันนั้น...” ธาวินพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “รินรดา... ใครเป็นคนปล่อยภาพนี้?”
รินรดากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะตอบด้วยเสียงแผ่วเบาที่ทำให้ลลินใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม “คนที่ปล่อย... คือคนที่คุณควรจะตายไปจากชีวิตคุณตั้งแต่วันที่คุณย้อนกลับมาแล้ว... ลลิน เขาคนนั้นกลับมาที่เมืองนี้แล้ว และดูเหมือนเขาจะรู้ทุกอย่าง... เกี่ยวกับการย้อนเวลานี้ด้วย”
ดาริกาส่องแสงหวังว่าคุณรี้ดจะยังคงคอยเป็นกำลังใจให้ลลินและธาวินผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้นะคะ!
รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ•ตอนที่ 39
การเฝ้ารอที่งดงาม
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจูบที่ย้อนคืนในฤดูใบไม้ผลิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!