"ผมไม่ได้จ้างคุณมาเขียน 'สุนทรพจน์วันเด็ก' ครับคุณรวิศ... บทในมือผมนี่มันคือหนังทริลเลอร์ไล่ล่า ไม่ใช่บทสวดมนต์ก่อนนอน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ทีมงานกองถ่ายนับสิบชีวิตต่างพร้อมใจกันกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว เสียงกระดาษสคริปต์ที่ถูกพลิกด้วยปลายนิ้วยาวของธามดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง รวิศนั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองผู้กำกับหนุ่มจอมเผด็จการนิ่งสนิท ราวกับกำลังประเมินว่าควรจะถอดรองเท้าปาใส่หน้าหรือจะอธิบายให้ควายฟังก่อนดี
"ถ้าคุณอ่านหนังสือเกินบรรทัดละสามคำเป็น ธาม... คุณน่าจะรู้ว่าฉากนั้นมันคือจุดเปลี่ยนทางศีลธรรมของตัวละคร ไม่ใช่ฉากไล่เตะตูดกันแบบหนังเกรดบีที่คุณเคยกำกับ" รวิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่บาดลึกจนคนฟังต้องขบกรามแน่น ปากกาในมือของธามหยุดชะงัก
บรรยากาศในห้องประชุมวันแรกของการเปิดกล้องเดือดดาลยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวิศ นักเขียนบทหนุ่มผู้ถือคติว่างานเขียนทุกบรรทัดคือลูกในไส้ ไม่มีวันยอมให้ใครมาบิด องศาเดียวก็ไม่ได้ ขณะที่ธาม ผู้กำกับอัจฉริยะที่กวาดรางวัลมาแล้วทั่วสารทิศ มองทุกอย่างเป็นตัวเลข กำไร และจังหวะเวลาบนจอภาพยนตร์
ความหัวรั้นของนักเขียนปะทะกับความเผด็จการของผู้กำกับ มันคือสงครามเย็นที่ปะทุเป็นเปลวเพลิงตั้งแต่วันแรกที่กองถ่ายยังไม่ทันได้ลั่นไก
รวิศขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านั่ง เขาเหยียดขาออกไปข้างหน้าอย่างไม่ี่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยยามที่ริมฝีปากหยักได้รูปพ่นคำพูดที่ท้าทายที่สุดในชีวิตการทำงานออกมา
"ถ้าคุณแก้บทของผมอีกแค่คำเดียว... ผมจะถอนชื่อตัวเองออกจากโปรเจกต์นี้ แล้วไปประกาศให้โลกรู้ว่าผู้กำกับมือหนึ่งของประเทศ กำลังทำหนังขยะที่ไม่มีสมอง"
ธามเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องเขม็งเข้ามาในดวงตาของรวิศ รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด แทนที่จะโกรธเกรี้ยวจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง ร่างสูงกลับโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะกระจกใส ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบหากมองจากมุมของคนอื่น
"กล้าดีนี่..." ธามเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้นช่างดูอันตรายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน "แต่อย่าลืมสิครับคุณนักเขียน... ว่าลายเซ็นบนสัญญาฉบับนั้น มันระบุไว้ชัดเจนว่าผมมีสิทธิ์ขาดในการปรับแก้บททั้งหมดตามความเหมาะสม... และถ้าคุณคิดจะเดินออกจากห้องนี้ล่ะก็ ค่าปรับแปดหลักพร้อมฟ้องร้องข้อหาผิดสัญญา จะทำให้คุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟกินไปตลอดชีวิต"
รวิศเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ยอมรับเลยว่าผู้กำกับตรงหน้าไม่ได้มีดีแค่ฝีมือการกำกับ แต่ยังมีความสามารถพิเศษในการทำให้ต่อมโมโหของเขาทำงานเต็มสูบได้ภายในสามวินาที มือเรียว1กำหมัดแน่นใต้โต๊ะ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้ซัดหมัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาน่าหมั่นไส้นั่น
"คุณมันเผด็จการไร้หัวใจ ธาม"
"ขอบคุณที่ชมครับ" ธามยักไหล่กวนๆ ก่อนจะโยนปึกกระดาษสคริปต์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "ฉากที่สามปรับใหม่ ให้พระเอกกระชากนางเอกเข้ามาจูบเพื่อปิดปาก ไม่ใช่ยืนท่องบทปรัชญาชีวิตน้ำเน่าแบบที่คุณเขียน... ส่งบทใหม่มาให้ผมภายในเที่ยงคืนนี้ ห้ามเลทแม้แต่วินาทีเดียว"
พูดจบ ธามก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทเนื้อดีเข้ารูปทำให้ร่างสูงสง่าดูทรงอำนาจขึ้นเป็นกอง เขากวาดสายตามองทีมงานรอบห้องที่นั่งตัวลีบเป็นกุ้งแห้ง ก่อนจะก้าวขาเดินผ่านเก้าอี้ของรวิศ
จังหวะนั้นเอง รินรดา นางเอกสาวสวยประจำเรื่องที่นั่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ต้นเรื่อง ก็รีบยกมือขึ้นปรามบรรยากาศตึงเครียดด้วยรอยยิ้มหวานหยด
"เอาล่ะค่ะๆ ใจเย็นกันก่อนนะคะผู้กำกับกับคุณนักเขียน วันนี้เราเพิ่งเจอกันวันแรก นี่ยังไม่ได้เริ่มถ่ายทำจริงเลยนะคะ อย่าเพิ่งเผากองถ่ายทิ้งกันตอนนี้เลย" รินรดาหัวเราะร่วนเพื่อลดความอึดอัด พร้อมส่งสายตาปรามไปยังธามเล็กน้อยในฐานะเพื่อนสนิทที่รู้ทัน "อีกอย่าง... เที่ยงคืนมันโหดร้ายไปหน่อยนะคะสำหรับคนเขียนบท"
ธามชะงักฝีเท้า เหล่ตามองรินรดาก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยอะไรต่อ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ดวงตาพราวระยับกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รวิศ พร้อมกับประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ขอโทษที่มาสายครับ... พอดีผมแวะไปเคลียร์เรื่อง 'ลิขสิทธิ์ทั้งหมด' ของโปรเจกต์นี้มาใหม่ ในฐานะ 'เจ้าของทุนรายใหม่' ที่เพิ่งซื้อหุ้นใหญ่ที่สุดของค่ายนี้เมื่อเช้า"
รวิศหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาให้เขา ขณะที่ธามหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด บรรยากาศที่คุุกรุ่นอยู่แล้วกลับยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้นในพริบตาเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดหน้าแรกของมหากาพย์ความป่วนนี้ร่วมกันนะครับ!
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนักเขียนบทหัวรั้นกับผู้กำกับจอมเผด็จการ•ตอนที่ 1
รอยร้าวในหน้าแรก
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนักเขียนบทหัวรั้นกับผู้กำกับจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!