กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง•ตอนที่ 20

นาทีชีวิต

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"หมอบลง! ไม่อย่างนั้นฉันจะเป่าหัวผู้หญิงคนนี้ตรงนี้ เดี๋ยวนี้!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของคิรากรดังสนั่นแข่งกับเสียงไซрена์รถตำรวจที่กรีดร้องระงม ความกดดันในอากาศพุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบแนบชิดอยู่ข้างขมับบางของรินรดา แรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของเธอที่เบียดชิดอยู่กับแผงอกแกร่งสะท้อนชัดเจนผ่านเนื้อผ้า รินรดาหลับตาปี๋ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นตระหนก กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นอายอันตรายและหยาดเหงื่อจางๆ ลอยอบอวลอยู่ปลายจมูก ท่ามกลางวงล้อมของปลายกระบอกปืนนับสิบกระบอกที่เล็งตรงมายังพวกเขาอย่างไร้ความปรานี ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าลั่นไก เพราะร่างอรชรของรินรดาตกเป็นโล่มนุษย์ชั้นดีที่มาเฟียหนุ่มใช้คุมเกมทั้งหมดเอาไว้ในกำมือ "ปล่อยฉันเถอะค่ะ..." รินรดาพยายามเปล่งเสียงกระซิบสั่นเทา ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำตาด้วยความเจ็บปวดจากการถูกพันธนาการด้วยแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กที่โอบรัดรอบเอวคอด "คุณ... คุณกำลังทำให้ทุกอย่างมันแย่ลงนะคะ คิรากร" "หุบปากซะ รินรดา!" เขาตวาดกร้าวเสียงต่ำข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน แววตาดุดันกราดมองเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบที่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "ถอยไป! ไม่อย่างนั้นศพแรกที่จะล้มลงตรงนี้ คือผู้หญิงของฉัน!" ความตึงเครียดแผ่ซ่านดั่งสนามแม่เหล็กขั้วลบที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกวินาที ตำรวจนายหนึ่งส่งสัญญาณมือให้ตรึงกำลัง ขณะที่ผู้บัญชาการภาคสนามตะโกนสั่งผ่านโทรโข่งเพื่อให้คิรากรวางอาวุธ แต่ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับแสยะยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นมาบีบคางสكَลของรินรดาบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับจูบดุดันที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่งและหวงAหวงแหนอย่างไร้เหตุผล ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้เรียวปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปราณี เป็นรสจูบที่ทั้งดิบเถื่อน ป่าเถื่อน และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณของการแย่งชิง รินรดาสะبحุดเฮือก พยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือแกร่งล็อกท้ายทอยไว้แน่น รสชาติหวานล้ำเจือกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากริมฝีปากที่ถูกขบเม้มอย่างแรงทำให้เธอแทบขาดใจ ร่างกายอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของเขาอย่างช่วยไม่ได้ ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยคลื่นเสน่หาอันตรายที่เขากระตุ้นมันขึ้นมาในยามคับขันอย่างน่าประณาม "จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน รินรดา ต่อให้ยมทูตก็แยกเธอไปจากฉันไม่ได้" เขาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากบวมเจ่อของเธอ ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นลุกโชนดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ระหว่างที่ผู้บัญชาการตำรวจส่งสัญญาณให้หน่วยจู่โจมบุกชาร์จ คิรากรไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะชุลมุนที่ควันจากระเบิดควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นบังทัศนียภาพ คว้าตัวรินรดาเข้าสู่มุมอับของซอกตึกด้านหลังที่เป็นทางหนีไฟเก่าคร่ำคร่า แรงกระชากอย่างรุนแรงทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกของเขาเต็มแรง ก่อนที่เขาจะใช้ร่างหนาของตนเองปกป้องเธอจากกระสุนปืนนัดแรกที่ถูกยิงสวนเข้ามาเฉียดหัวไหล่ไปอย่างหวุดหวิด! "กรี๊ด!" รินรดาหวีดร้องลั่นด้วยความตกใจ ซุกใบหน้าตื่นตระหนกเข้ากับซอกคอแกร่งโดยสัญชาตญาณ "เงียบซะ ถ้าไม่อยากตาย" เสียงทุ้มต่ำเอ็ดลอดไรฟันขณะที่เขาใช้มือข้างหนึ่งกอดกระชับร่างเธอแนบแน่น พลางชักปืนพกสั้นออกมายิงสวนกลับไปยังกลุ่มตำรวจเพื่อเปิดทางหนีอย่างรวดเร็ว กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงฝีเท้าวิ่งไล่กalamลึงเข้ามาใกล้ทุกที แต่คิรากรไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว เขากลับพารินรดาลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มืดมิดและซับซ้อนราวกับช่ำชองเส้นทางนี้เป็นอย่างดี หัวใจของรินรดาเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความหวาดกลัวและความโกรธขึ้งตีรวนอยู่ในอกจนพูดไม่ออก สัมผัสจากมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นลากจูงให้วิ่งฝ่าความมืดและความหนาวเหน็บยามค่ำคืนทำให้เธอรับรู้ได้ถึงพลังดิบเถื่อนที่แฝงอยู่ในตัวตนของมาเฟียหนุ่ม เขาช่วยชีวิตเธอ... แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ลักพาตัวเธอหนีออกไปจากความช่วยเหลือของกฎหมายเช่นกัน พวกเขาพากันพุ่งตัวเข้าไปในรถยนต์สปอร์ตหรูสีดำสนิทที่จอดซ่อนตัวอยู่หลังโกดังร้าง คิรากรผลักร่างบางเข้าไปเบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดขึ้นมาประจำที่แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากรัศมีวงล้อมของตำรวจได้อย่างเฉียดฉิว เสียงล้อรถบดถนนคำรามลั่นแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับความบ้าคลั่งในเกมอันตรายนี้ ภายในห้องโดยสารที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟนีออนจากท้องถนนที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ บรรยากาศอึมครึมและตึงเครียดปกคลุมไปทั่วพื้นที่ รินรดานั่งหายใจหอบโยน เนื้อตัวมอมแมมและสั่นเทาด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอกอดอกแน่นเพื่อระงับอาการสั่นสะท้อน ขณะที่หันไปมองชายหนุ่มผู้กุมพวงมาลัยด้วยใบหน้าเคร่งขรึม กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "คุณบ้าไปแล้วหรือไง..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "คุณทำแบบนี้ทำไม... ทำไมไม่ปล่อยฉันให้ตำรวจไปซะ!" คิรากรยังคงมองตรงไปข้างหน้า ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องเหยื่อ รถหรูเลี้ยวโค้งเข้าสู่คฤหาสน์ส่วนตัวหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวบนหน้าผาริมทะเล ก่อนที่เขาจะหักพวงมาลัยจอดสนิท ดับเครื่องยนต์ และหันมามองเธอช้าๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดุดันและกระหายหิวที่ยากจะต้านทาน เขายื่นมือหนาออกไปล็อกคางเธอไว้แน่น บังคับให้สบตาตรงๆ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำน่ากลัวเอื้อnเอ่ยออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง "ตำรวจช่วยเธอได้แค่ชั่วคราว... แต่ฉันต่างหากที่จะเป็นเจ้าชีวิตของเธอไปตลอดกาล และคืนนี้ บนเตียงของฉัน... เธอจะต้องชดใช้ดอกเบี้ยที่ค้างไว้ทั้งหมดด้วยร่างกายและหัวใจของเธอเอง รินรดา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันดุเดือดนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่ง ณ รอยจูบสีเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%