ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 20

ค่ำคืนแห่งการเจចา

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรู ริมกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนราวกับทะเลดาวระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศภายในกลับหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เสียงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนของต้นกล้าเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบ พร้อมกับตัวเลขมูลค่าหมื่นล้านบาทที่ถูกหักผ่านบัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัดอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด "คุณต้นกล้า... ดิฉันคิดว่าเราน่าจะตกลงกันได้นะคะ" เสียงสั่นเครือของ ‘คุณหญิงวิภาดา’ ผู้เคยเชิดหน้าชูตาและเหยียดหยามตระกูลของเธออย่างไม่ไว้หน้าเมื่อหลายเดือนก่อน ดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างที่เคยอ้วนท้วนและสวมใส่เครื่องเพชรระยิบระยับด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้ลีบเล็กลงถนัดตา สองมือที่สั่นเทาประสานกันแน่นอยู่บนตัก ขณะที่ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนวิงวอน ต้นกล้ายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่ง เธอยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความร้อนของเครื่องดื่มละเลียดผ่านริมฝีปาก พลางปรายตามองอดีตผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังนั่งคุกเข่ากึ่งนั่งพับเพียบนิ่งอยู่บนพรมราคาแพงเบื้องหน้า ความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัดไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นคนอวดเบ่ง แต่ความเงียบขรึมและรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเธอนี่ต่างหาก คืออาวุธที่เฉียบคมที่สุดในค่ำคืนนี้ "ตกลงกันอย่างนั้นหรือคะ คุณหญิงวิภาดา" ต้นกล้าทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ตอนที่คุณหญิงเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณแม่ดิฉัน จนท่านต้องล้มป่วยลงด้วยความตรอมใจ คุณหญิงเคยคิดถึงคำว่า 'ตกลง' แบบนี้บ้างไหมคะ" วิภาดาสะดุ้งเฮือก ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน เธอพยายามจะก้มลงกราบแทบเท้าของหญิงสาวผู้ทรงอำนาจตรงหน้า แต่ทว่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนายในชุดสูทสากลกลับขยับตัวเข้ามาขวางไว้ด้วยรัศมีอันคุกคาม จนเธอต้องชะงักและทำได้เพียงน้ำตาคลอเบ้า "ดิฉันยอมแล้วค่ะ... ดิฉันยอมจำนนทุกอย่างแล้ว หุ้นทั้งหมดของบริษัทในเครือที่ฉันเคยแย่งชingมา ดิฉันโอนคืนให้คุณหมดแล้วนะคะ เงินหมื่นล้านบาทที่คุณเพิ่งรูดซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลฉันไป ดิฉันก็ไม่ได้ปริปากทักท้วงสักคำ ขอร้องเถอะค่ะ... เมตตาครอบครัวเราสักครั้งเถอะนะคะ ปล่อยพวกเราไปเถอะค่ะ" เสียงสะอื้นไห้ปะปนกับความสิ้นหวังดังระงม ต้นกล้าววางถ้วยกาแฟลงบนจานรองเสียงกระทบกันเบาๆ ช่างบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของผู้ฟัง เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของคนที่เคยอยู่จุดสูงสุดของสังคม "ปล่อยไป... ง่ายเกินไปหน่อยไหมคะ" ต้นกล้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ความเจ็บปวดที่แม่ของดิฉันต้องเผชิญ มันตีราคาเป็นตัวเลขหมื่นล้านพวกนั้นไม่ได้หรอกค่ะ แต่สิ่งที่ดิฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ คือการทวงคืนความยุติธรรมในแบบที่คุณหญิงสมควรได้รับต่างหาก" ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็เปิดผางออกอย่างแรง ลลิล หญิงสาวคนรักของต้นกล้าก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยพลังอันเงียบงัน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองภาพของอดีตผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความสมเพชเวทนา ลลิลเดินเข้ามาใกล้ แล้ววางมือเรียวลงบนไหล่ของต้นกล้าเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้แววตาที่เย็นชาของต้นกล้าอ่อนลงชั่วพริบตา นี่คือแรงผลักดันเดียวในโลกใบนี้... คนสำคัญที่เธอไม่อยอมให้ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องอีกเป็นอันขาด "ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะต้นกล้า" ลลิลเอ่ยเสียงนุ่ม "ทางทนายความจัดการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ตระกูลวิภาดา... ไม่เหลืออะไรอีกแล้วค่ะ นอกจากหนี้สินก้อนโตที่พวกเขาก่อไว้เอง" วิภาดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองหน้าลลิลสลับกับต้นกล้า ก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ "พวกเธอ... พวกเธอมันปีศาจ! ตั้งใจจะบดขยี้พวกเราให้ไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้าเลยใช่ไหม!" "ปีศาจอย่างนั้นหรือคะ" ต้นกล้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเธองดงามราวกับดอกไม้พิษที่เบ่งบานในความมืด "ถ้าดิฉันเป็นปีศาจ ก็คงเป็นเพราะพวกคุณเป็นคนจุดไฟเผาบ้านของดิฉันก่อนต่างหากล่ะคะ... รับกรรมในสิ่งที่พวกคุณทำไว้เถอะค่ะ" หญิงสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทสีเข้มให้เข้าที่อย่างเนียบกริบ เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดรออยู่บนดาดฟ้ายังคงคำรามก้องอยู่เบื้องบน เป็นสัญญาณว่าเวลาแห่งการเจรจาได้สิ้นสุดลงแล้ว และเกมนี้... ได้ผู้ชนะที่เด็ดขาดอย่างแท้จริง ต้นกล้าและลลิลหันหลังให้ผู้ที่กำลังล้มละลาย ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันไปที่ประตู ทิ้งให้วิภาดานอนฟุบร่ำไห้อย่างหมดอาตายายอยู่บนพรม ทว่า... ในขณะที่มือเรียวของต้นกล้ากำลังจะผลักบานประตูเพื่อก้าวออกไปสู่อิสรภาพ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบความปลอดภัยส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน—ไม่ใช่เสียงข้อความธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่ปรากฏบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของลลิล พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก: *"ระวังตัวด้วย... คนที่พวกคุณตามหามาตลอด ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันกำลังยืนรออยู่ที่หน้าเพนต์เฮาส์ของคุณแล้ว"*
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%