หน้าจอสมาร์ทโฟนสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟสีแดงฉานวابวาววับในความมืดสลัวของโถงทางเดิน—*“ระวังตัวด้วย... คนที่พวกคุณตามหามาตลอด ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันกำลังยืนรออยู่ที่หน้าเพนต์เฮาส์ของคุณแล้ว”*
กลิ่นอายของความตายและความพินาศลอยอบอวลอยู่ในอากาศทันทีที่ประโยคสั้นๆ นั้นปรากฏขึ้น
ต้นกล้าไม่ได้ขยับตัวในทันที มือเรียวยังคงกุมบานไม้น้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมค้างไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่คมกริบใต้แพขนตางอนงามหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวระหงจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงไปหลายองศา ไม่มีแม้แต่เสียงอุทานด้วยความตกใจ ไม่มีเงาของความตื่นตระหนก มีเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัว—ความนิ่งงันแบบเดียวกับสัตว์นักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ
ในขณะที่ลลิลซึ่งยืนอยู่เคียงข้างสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพยายามควบคุมความสั่นเทา นิ้วเรียวเล็กของเธอเผลอกำชายเสื้อของต้นกล้าไว้แน่นจนข้อต่องอขาวซีด
"ต้นกล้าคะ..." เสียงของลลิลแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ แต่แววตาของเธอกลับฉายประกายความเด็ดเดี่ยวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความเปราะบาง "ดูเหมือนว่า... แผนการเล่นสนุกของเราในค่ำคืนนี้ จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงเร็วกว่าที่คิดนะคะ"
ต้นกล้าหันกลับมามองคนรัก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกจุดขึ้น—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มของพญายมที่กำลังประทับตราอนุมัติคำพิพากษาประหารชีวิต
"แขกเหรอคะลลิล" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน "สำหรับฉันแล้ว พวกมันเป็นแค่แมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ... น่าเสียดายที่ความเมตตาที่ฉันเคยคิดจะหยิบยื่นให้เมื่อสัปดาห์ก่อน มันหมดอายุลงตั้งแต่วินาทีที่พวกมันกล้าแตะต้องเส้นสายของเธอแล้วค่ะ"
ความเงียบสงบในโถงทางเดินถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากลิฟต์ส่วนตัว—ลิฟต์ตัวที่ถูกตั้งค่าระบบความปลอดภัยระดับสูงสุด ซึ่งควรจะมีเพียงผู้ถือบัตรวีไอพีระดับมหาเศรษฐีพันล้านเท่านั้นที่ใช้งานได้ แต่ในตอนนี้ มันกำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาถึงชั้นบนสุด... ชั้นที่เป็นอาณาจักรส่วนตัวของต้นกล้า
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบาๆ ประตูลิฟต์โลหะสีทองคำขาวค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ แต่วินาทีนี้สภาพของเขากลับยับเยินและกระเซอะกระเซิงจนแทบดูไม่ได้ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาจากขุมนรก
นั่นคือ "คุณชายธนาธร" อดีตประธานกรรมการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ผู้เคยใช้อำนาจและเงินตราเหยียบย่ำคนอื่นมานับไม่ถ้วน และเป็นคนที่เคยหัวเราะเยาะเย้ยหยันต้นกล้าในวันที่เธอยังเป็นเพียงทายาทไร้ชื่อเสียงในสายตาของพวกมัน
ธนาธรหอบหายใจโยนตัวออกมาจากลิฟต์ด้วยความทุรนทุราย แต่เมื่อสายตาคู่ฝ้าฟางเงยขึ้นสบเข้ากับร่างสองร่างที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า เขาก็ต้องสะดุดขาตัวเองจนเกือบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
"มะ... ไม่จริง..." ธนาธรพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำลายเหนียวหนืดติดคอจนพูดแทบไม่เป็นคำ "พวกเธอ... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้! ตะ... ตามแผนแล้ว พวกเธอควรจะ..."
ต้นกล้าก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ จังหวะการกระทบพื้นของส้นสูงทรงเข็มดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่นับถอยหลังให้แก่ชีวิตของอดีตนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่
"ควรจะติดอยู่ในกับดักที่นายกับพวกพ้องร่วมกันวางไว้ที่โกดังร้างชานเมืองอย่างนั้นเหรอคะ?" ต้นกล้าเอ่ยทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเธอดังก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "น่าสมเพชเสียจริงนะคะ ธนาธร... นายคิดจริงๆ หรือว่าเกมกระดานกระบะทรายนี้ นายเป็นคนถือหมากสีดำที่ควบคุมทุกอย่างได้? นายมันก็แค่ตัวหมากโง่ๆ ที่ถูกฉันจูงจมูกเดินมาตลอดตั้งแต่หน้าแรกของสมุดบันทึกเล่มนั้นต่างหากล่ะค่ะ"
ธนาธรหน้าถอดสีทันที ร่างท้วมสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจำได้แม่นยำ—สมุดบันทึกสีดำเล่มนั้น สมุดที่บันทึกทุกความผิดพลาด ทุกการทุจริต และทุกคราบเลือดที่เขาพยายามปกปิดมาทั้งชีวิต มันอยู่ในมือของหญิงสาวตรงหน้าคนนี้
"ต้นกล้า... ได้โปรด..." ธนาธรตัดสินใจทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คุกเข่าลงกระแทกพื้นพรมราคาแพงอย่างหมดรูป สองมือสั่นเทายื่นออกไปหมายจะควชายกระโปรงของเธอ แต่ต้นกล้ากลับถอยหลังหลบครึ่งก้าวอย่างรังเกียจราวกับเขากำลังแตะต้องสิ่งปฏิกูล
"ฉันขอร้อง... ปล่อยฉันไปเถอะนะ! หุ้นทั้งหมดของบริษัท ยาทุกโปรเจกต์ สมบัติทุกชิ้นที่ฉันมี... ฉันยกให้เธอหมดเลย! เอาไปให้หมดเลยก็ได้! ขอแค่ไว้ชีวิตฉัน..." เสียงร้องคร่ำครวญน่าสมเพชดังระงมไปทั่วโถงทางเดิน ความทะนงตนในอดีตมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงมนุษย์ขี้ขลาดตาขาวที่กำลังร้องขอชีวิตจากความตาย
ลลิลมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรู้สึกสะใจที่ได้เห็นคนที่เคยเหยียบย่ำพวกเธอต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนเหมือนสุนัขข้างถนน
ต้นกล้าย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับธนาธรที่กำลังฟุบหน้าซบพื้น เธอยื่นมือไปหยิบสมุดบันทึกหนังสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดมันออกทีละหน้าด้วยปลายนิ้วเรียวสวย
"ทรัพย์สินของนายเหรอคะ?" ต้นกล้าหัวเราะเสียงเย็นเฉียบ ดวงตาคู่คมจ้องมองเขาเขม็ง "นายคิดว่าฉันต้องการเงินสกปรกพวกนั้นจริงๆ หรือไง? ธนาธร... นายลืมไปแล้วหรือว่า ตระกูลของฉันเป็นเจ้าของสถาบันการเงินที่สามารถสั่งอายัดบัญชีทั้งหมดของนายได้ภายในเวลาแค่สามวินาที?"
หญิงสาวกดปุ่มเปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วยื่นหน้าจอเข้าหาใบหน้าของธนาธรที่กำลังเบิก2ตาค้าง
บนหน้าจอแสดงผลของระบบธนาคารส่วนบุคคล ปรากฏตัวเลขยอดเงินติดลบมหาศาล และข้อความสถานะสีแดงฉานที่ขึ้นตัวโตเด่นชัด: *[บัญชีทั้งหมดถูกอายัดถาวร - ยึดทรัพย์สินเพื่อชดใช้หนี้สินตามคำสั่งศาล]*
"ไม่... ไม่จริง... บัญชีของฉัน... เงินสำรองทั้งหมดของฉัน..." ธนาธรกรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึ่งลงทันทีเมื่อตระหนักว่าตอนนี้ตนเองกลายเป็นบุคคลล้มละลายที่ไม่มีแม้แต่บาทเดียวติดตัว แถมยังมีคดีอาญาแผ่นดินรออยู่ยาวเป็นหางว่าว
"ความเมตตา... เป็นสิ่งสวยงามนะคะธนาธร" ต้นกล้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางสง่างามราวนางพญา เธอมองดูร่างที่หมดเรี่ยวแรงลงไปกองกับพื้นด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น "แต่น่าเสียดาย... สำหรับคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นอย่างไร้ความปรานีอย่างนาย ความเมตตาคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่ฉันไม่มีวันเสียเวลาหยิบยื่นให้เด็ดขาดค่ะ"
ธนาธรเงยหน้าขึ้นด้วยความแค้นเคืองขั้นสุด ทันใดนั้น เขาก็ควักปืนพกสีดำสนิทออกมาจากอกเสื้ออย่างรวดเร็วด้วยความเร็วดุจปาฏิหาริย์ของคนจนตรอก ปลายกระบอกปืนหันตรงมาที่ร่างของลลิลที่ยืนอยู่ข้างต้นกล้าทันที!
"ถ้างั้น... ก็ตายไปพร้อมกันซะเถอะ!"
*ปัง!*
เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วโถงเพนต์เฮาส์หรู ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนนัดนั้นจะพุ่งเข้าเป้า ร่างของต้นกล้ากลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าสายตาคนมอง มือเรียวกระชากแขนของลลิลให้หลบพ้นวิถีกระสุนได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับที่ประตูลิฟต์อีกด้านหนึ่งเปิดออกผ่าซาก—
ชายชุดดำนับสิบคนในเครื่องแบบหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษระดับท็อป พุ่งพรวดออกมาจากลิฟต์พร้อมอาวุธครบมือ และก่อนที่ธนาธรจะได้เหนี่ยวไกนัดที่สอง ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงนับสิบกระบอกก็จ่อตรงมาที่ศีรษะของเขาในเวลาเดียวกัน
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของต้นกล้ากลับดังขึ้นทำลายความเงียบ เป็นเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อผู้โทร แต่มีรหัสพื้นที่จากต่างประเทศที่ทำให้รอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอชะงักกึก
ต้นกล้ารับสายโดยไม่ละสายตาจากธนาธรที่กำลังสั่นเทา แต่เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านลำโพงออกมาจากปลายสาย กลับทำให้ลมหายใจของเธอและลลิลต้องหยุดชะงักลงทันที—
*"คุณต้นกล้าครับ... ของขวัญเซอร์ไพรส์ชิ้นสุดท้ายที่ผมส่งไปให้ที่ห้องนอนของคุณเมื่อสัปดาห์ก่อน หวังว่าคุณคงจะชอบมันนะ... เปิดดูสิครับ มันกำลังส่งเสียงเรียกหาคุณอยู่ตอนนี้เลย"*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมล้างแค้นอันเย็นชานี้ด้วยกันนะคะ
---
ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 21
ความเมตตาที่ไร้ความหมาย
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!