ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น•ตอนที่ 11

จุดเปลี่ยนผ่าน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเหล็กกล้าและสนิมกาลเวลาถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันจางๆ ซึ่งลอยวนอยู่ในอากาศอันตึงเครียด ร่างสูงสง่าที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องนิรภัยเข้ามา ไม่ใช่ใครอื่น—หากแต่เป็น "ปรเมศ" อาแท้ๆ ผู้ซึ่งประกาศกร้าวต่อหน้าสภาผู้บริหารเมื่อสามเดือนก่อนว่า ต้นกล้าเป็นเพียงเด็กอมมือที่ไม่มีวันคุมอาณาจักรหมื่นล้านแห่งนี้ได้ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเฟืองกลไกของห้องนิรภัยที่หมุนล็อกตัวเองกลับอัตโนมัติราวกับกรงเหล็กที่ปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมด ต้นกล้าไม่ได้ขยับเขยื้อiกายหนีแม้แต่น้อย เขายังคงยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นแสดงสมุดบันทึกหนังสีดำเล่มเป้าหมาย ดวงตาคมกริบใต้กรอบขนตางอนงามไหวระริกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม "แปลกใจนักหรือ... หลานรัก" เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันดังขึ้น ปรเมศก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู "คิดว่าความลับครึ่งศตวรรษของตระกูลเรา จะถูกเด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอไขออกได้โดยไม่มีใครรู้ไส้รู้พุงงั้นรึ?" ลลิลที่ยืนอยู่เคียงข้างต้นกล้าสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ มือเรียวบางของเธอเอื้อมไปคว้าชายเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้แน่น สัมผัสสั่นเทาเล็กน้อยนั้นไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัวต่อปรเมศ แต่เป็นความเดือดดาลที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอมองหน้าอาผู้ทรยศด้วยสายตาที่คมราวกับใบมีดอาบยาพิษ "อาคงลืมไปนะคะ... ว่าสุนัขที่วิ่งพล่านแย่งกระดูก มักไม่เคยรู้ว่าใครเป็นคนโยนมันลงมาตั้งแต่แรก" ต้นกล้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับทรงพลังจนรอยยิ้มบนใบหน้าของปรเมศชะงักค้างไปเสี้ยววินาที ปรเมศแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาทูมองกราดไปยังสมุดบันทึกชำระแค้นเล่มหนาที่วางอยู่ตรงหน้า "ปากกล้าดีนี่... แต่ก็น่าเสียดาย ที่สมุดเล่มนั้น รวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดในตระกูล... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป มันได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์เข้าสู่บัญชีทรัสต์ของฉันเรียบร้อยแล้ว ผ่านมติลับที่ฉันถือเสียงข้างมากเหนือพวกแก่ๆ ในบอร์ดบริหาร" เขายื่นแท็บเล็ตหรูในมือขึ้นมา โชว์หน้าจอแสดงผลตัวเลขทรัพย์สินที่ถูกดูดเข้ามาอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกับข้อความยืนยันการเป็นเจ้าของสิทธิ์ขาดเหนือทุกบริษัทในเครือพันล้าน รอยยิ้มแห่งความกระหายอำนาจปรากฏชัดเจนบนริ้วรอยแห่งวัย "เธอแพ้แล้ว ต้นกล้า... กลับไปใช้ชีวิตสงบๆ ในฐานะคนหมดตัวเสียเถอะ หรือถ้าไม่อยากอับอายขายหน้า อาอาจจะเมตตาโยนเศษเงินให้สักก้อนพอให้ตั้งตัวได้ที่ต่างประเทศ" บรรยากาศภายในห้องนิรภัยกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะսั่มความโกรธ เธอกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้าและฟาดฟันด้วยวาจาเชือดเฉือนเพื่อปกป้องชายคนรัก ทว่าต้นกล้ากลับยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นสัญญาณห้ามปราม สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นส่งผ่านความเยือกเย็นอันน่าประหลาด ต้นกล้าค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับอาแท้ๆ อย่างเต็มตา ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจ็บปวด หรือพ่ายแพ้แม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของ "นักล่า" ที่กำลังมองดูเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักที่ขุดล่อไว้ด้วยความสมัครใจ "อาคิดจริงๆ หรือคะ... ว่าระบบทรัสต์ที่อาภูมิใจนักหนา จะถูกอนุมัติได้ง่ายๆ ถ้าปราศจากลายเซ็นของประธานที่แท้จริง?" เสียงหวานใสกังวานก้องไปทั่วห้องแคบๆ ปรเมศขมวดคิ้วมุ่นทันที ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นแปลบขึ้นมาในอก "เธอหมายความว่ายังไง..." "หมายความว่า..." ต้นกล้าหยิบสมุดบันทึกหนังสีดำขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างทะนุถนอม ราวกับมันคือคทาแห่งอำนาจ "ทุกบัญชีทรัสต์ที่อาอ้างว่าถือครอง... ถูกเชื่อมโยงเข้ากับระบบอัลกอริทึมชำระบัญชีล่วงหน้า ที่ฉันเขียนขึ้นเพื่อรอวันที่หนูจะสะสางบัญชีแค้นกับคนทรยศอย่างอาโดยเฉพาะ" ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องนิรภัย หน้าจอแท็บเล็ตในมือของปรเมศเกิดอาการรวนอย่างหนัก ตัวเลขทรัพย์สินนับพันล้านที่ควรจะอยู่ในบัญชีของเขากลับวิ่งถอยหลังด้วยความเร็วสูงจนมองไม่ทัน จากหลักพันล้าน... เหลือหลักร้อยล้าน... และร่วงดิ่งลงสู่ศูนย์ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที! "อ... อะไรกันวะ! นี่มันเรื่องบ้าอะไร!" ปรเมศหน้าถอดสี ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนก สองมือสั่นเทากดหน้าจอแท็บเล็ตยิกๆ เพื่อกู้คืนระบบ แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอกลับมีเพียงข้อความสั้นๆ สีแดงฉานว่า: *[TRANSACTION REJECTED: ACCESS DENIED BY ULTIMATE BENEFICIARY]* "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของอาค่ะ" ต้นกล้าก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่กำลังทรุดฮวบลงด้วยความช็อก ชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งตอนนี้กลับมีใบซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ "เงินทุกบาททุกสตางค์ที่อาโกงไป... ตอนนี้ได้ถูกโอนเข้ากองทุนการกุศลภายใต้ชื่อของพ่อแม่ที่อาเคยหักหลังไปหมดแล้ว... และที่สำคัญที่สุด หุ้นส่วนร้อยละสิบห้าที่อาเอาไปจำนำไว้นอกระบบ... กำลังจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงภายในหนึ่งนาทีต่อจากนี้" ปรเมศเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่ากับพื้นเย็นเฉียบ มือสั่นเทาเอื้อมหมายจะคว้าชายผ้าสูทของหลานสาว ทว่าต้นกล้ากลับก้าวถอยหลังหลบอย่างรังเกียจ ราวกับมองเห็นสิ่งปฏิกูลที่ไม่อาจแตะต้อง "ต้นกล้า... หลานรัก... อาเป็นอานะ! ไว้ชีวิตอาเถอะ... ฮือ..." เสียงคร่ำครวญน่าสมเพชดังขึ้น กลบความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่จนไม่เหลือชิ้นดี ลลิลยืนมองภาพนั้นด้วยแววตาสงบนิ่ง เธอกระชับมือที่จับกับต้นกล้าแน่นขึ้น รับรู้ถึงชัยชนะอันงดงามที่ถูกรังสรรค์ด้วยมันสมองและความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบแห่งชัยชนะกำลังแผ่ขยาย และปรเมศกำลังถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษที่อยู่นอกเหนืออำนาจของเขาเข้าควบคุมตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากโถงทางเดินมืดมิดเบื้องหลังประตูนิรภัยที่ควรจะปิดตาย... *กริ๊ก... ตึก... ตึก...* ไม่ใช่เสียงของคนสนิท ไม่ใช่เสียงของตำรวจ และไม่ใช่เสียงของบอร์ดบริหาร... แต่เป็นจังหวะก้าวเดินที่เยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ แผ่วเบา ดังสะท้อนก้องกังวาน "ยอดเยี่ยมมาก... สมกับที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเราจริงๆ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามา ปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของต้นกล้าแข็งค้างในทันที... เพราะเขาคือคนตายที่ควรจะถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกเมื่อสิบปีที่แล้ว! หวังว่ารี้ดเดอร์จะเพลิดเพลินกับการพลิกกระดานเกมครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับสมุดบันทึกชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%