บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน•ตอนที่ 1

ใบไม้ร่วงกับจดหมายประหลาด

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
# ใบไม้ร่วงกับจดหมายประหลาด “ถ้าเจ้ายังไม่หยุดทำหน้าเหมือนคนกินยาขมปี๋ใส่ข้า ข้าจะสาปให้ผมของเจ้ากลายเป็นขนแกะสีชมพูจริงๆ ด้วยนะ ลินน์!” เสียงแหลมเล็กทว่ากังวานดุจแก้วแตกดังขึ้นที่ข้างหู ตามมาด้วยแรงดึงที่ใบหูของเด็กหนุ่มจนเขาสะดุ้งโหยง ลินน์ละสายตาจากกองเอกสารฝึกงานที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าก้อนขนสีขาวนวลที่มีปีกคู่จิ๋วสั่นพั่บๆ อยู่กลางอากาศ “ฟัดจ์... นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่นตลกนะ” ลินน์ถอนหายใจยาวพลางขยี้ผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงของตน “เจ้าก็เห็นว่าผลประเมินพรสวรรค์ของข้ามันว่างเปล่าขนาดไหน ศูนย์... แม้แต่หยดมานาที่ปลายก้อยก็ยังไม่มี แล้วดูสิ งานห้องสมุดที่ข้าต้องรับผิดชอบน่ะ กองเป็นภูเขาแบบนี้ ถ้าทำไม่เสร็จตามกำหนด อีกสองวันข้าก็ต้องระเห็จออกจากหอพักแล้ว” ฟัดจ์ร่อนลงมาเกาะบนไหล่ของเขา มันใช้จมูกสีชมพูระเรื่อดุนที่แก้มของเด็กหนุ่มอย่างแรง ก่อนจะพ่นลมหายใจฟืดฟาด “พรสวรรค์มันก็แค่ตัวเลขในกระดาษที่พวกคนแก่น่าเบื่อใช้ตัดสินคนอื่นต่างหากเล่า! เจ้ามีความพยายามมากกว่าพวกศิษย์ระดับท็อปที่เอาแต่นั่งชี้นิ้วสั่งให้มานาลอยมาเข้ามือเสียอีก” ลินน์แค่นยิ้มขมขื่น เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ได้รับโอกาสให้เข้ามาทำงานในฐานะ 'ผู้ช่วยระดับล่าง' ในหอสมุดเวทมนตร์แห่งราชอาณาจักร ชีวิตของเขาหมุนเวียนอยู่กับการจัดเรียงคัมภีร์คาถาที่เขาอ่านไม่ออก ได้แต่มองดูเหล่านักเรียนจอมเวทผู้สูงศักดิ์เดินผ่านไปมาด้วยสายตาเย็นชา บางคนถึงกับแกล้งทำของหล่นใส่เขาเพียงเพื่อจะดูเขาคุกเข่าลงไปเก็บให้ จังหวะนั้นเอง เสียงกระพือปีกดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง นกเค้าแมวสีเงินวาววับตัวหนึ่งร่อนลงมาเกาะที่ขอบโต๊ะไม้เก่าๆ ของลินน์ มันไม่ได้ส่งเสียงร้องทักทาย แต่มันใช้จะงอยปากที่คมกริบเขี่ยซองจดหมายสีดำสนิทที่ประทับตราครั่งเป็นรูป 'กุญแจไขว้ดาวห้าแฉก' ลงตรงหน้าเขา ลินน์ชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ “นั่นมันตราของ... สถาบันไอเซนการ์ด?” ลินน์พึมพำ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะซองจดหมายนั้น “เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ใช่จอมเวท คนที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ต้องมีกระแสมานาเข้มข้นระดับสูงเท่านั้น” “เปิดดูสิเจ้าโง่!” ฟัดจ์บินว่อนรอบจดหมายด้วยความตื่นเต้นจนขนฟูฟ่อง “อย่าบอกนะว่านี่เป็นจดหมายปฏิเสธแบบที่แนบคำด่ามาให้ด้วยน่ะ?” ลินน์ฉีกซองออกด้วยความระมัดระวัง กระดาษแผ่นหนาภายในมีกลิ่นอายจางๆ ของกลิ่นฝนและป่าสน มันไม่ได้เป็นเพียงจดหมายเชิญ แต่มันคือตราประทับแห่งพันธสัญญาที่สลักชื่อของเขา ‘ลินน์ เอสเทล’ ลงบนกระดาษด้วยเวทมนตร์ที่ขยับเขยื้อนได้เหมือนมีชีวิต ‘ถึงผู้ที่ถูกเลือกโดยไร้พรสวรรค์... การศึกษาที่แท้จริงมิได้เริ่มจากมานาที่ไหลเวียน แต่เริ่มจากใจที่กล้าแกร่งพอจะแบกรับความว่างเปล่า ท่านได้รับเชิญให้เข้าศึกษา ณ สถาบันไอเซนการ์ด ในฐานะนักเรียนกรณีพิเศษ’ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน ลินน์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เขาไม่ได้มีความสามารถอะไรเลย แล้วทำไมสถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถึงต้องการเขา? “ลินน์... เจ้าหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะนั่น” ฟัดจ์เงียบลงผิดปกติ มันบินเข้ามาเกาะใกล้ๆ จดหมาย พลางกางปีกโอบล้อมข้อความนั้นไว้เหมือนจะปกป้อง “เจ้าไม่ได้ทำอะไรแผลงๆ ลงไปในห้องสมุดใช่ไหม เช่น ไปเผลอเปิดตำราบันทึกต้องห้ามที่ข้าเคยเตือนน่ะ?” “ข้าเปล่า... ข้าแค่จัดหมวดหมู่คัมภีร์ประวัติศาสตร์” ลินน์ตอบพลางกัดริมฝีปากแน่น “แต่เดี๋ยวก่อน... ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนหนึ่งที่มักจะมานั่งอ่านคัมภีร์ในมุมมืดของห้องสมุดทุกคืน นางสวมผ้าคลุมสีเงินเข้มและมักจะมองดูข้าตอนที่ข้ากำลังตั้งใจทำความสะอาด...” “เซเลสเต้!” ฟัดจ์ร้องลั่น “เจ้าหญิงผู้แสนเย็นชาคนนั้นน่ะนะ? นางนี่แหละตัวอันตรายที่สุดในสถาบัน ใครๆ ก็รู้ว่านางกำลังพยายามขุดคุ้ยประเพณีเก่าแก่ที่แบ่งแยกจอมเวทกับคนธรรมดา” “นางไม่ได้ต้องการแค่จะขุดคุ้ยหรอกฟัดจ์...” ลินน์หันไปมองหน้าต่างบานสูงที่เปิดออกสู่สวนเวทมนตร์ภายนอก แสงจันทร์อาบไล้ไปทั่วบริเวณ แต่ความมืดมิดที่ปลายสวนนั้นดูราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังห้อง ลินน์หันขวับไปทันที แต่ทว่าเขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ทว่าที่พื้นดินตรงหน้าประตู จดหมายอีกฉบับหนึ่งเพิ่งจะถูกสอดเข้ามา มันเป็นจดหมายที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังและมีกลิ่นของกำมะถันโชยมาแตะจมูก ลินน์หยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านด้วยใจที่เต้นรัว แรงสั่นสะเทือนจากข้อความในจดหมายฉบับใหม่ทำเอาเขารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ‘ยินดีด้วยที่ได้รับจดหมายเชิญ... แต่จงจำไว้ว่า การก้าวเท้าเข้าสู่ไอเซนการ์ด คือการก้าวเท้าเข้าสู่หลุมศพที่เจ้าขุดเอง เพราะในสถาบันแห่งนั้น ไม่ได้มีแค่จอมเวทที่รอคอยเจ้า แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกลืม... ซึ่งกำลังหิวกระหายพรสวรรค์ที่เจ้าไม่มี’ ทว่าขณะที่ลินน์กำลังจะเอ่ยถามฟัดจ์ถึงที่มาของจดหมายฉบับที่สอง แสงสีทองสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นที่ใจกลางห้อง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบโรงเรียนสีน้ำเงินเข้มขลิบทองที่ดูสูงศักดิ์เกินกว่าจะมาอยู่ที่นี่ นางคือเซเลสเต้ ผู้ที่เขารู้จักเพียงในนาม แต่นางกลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความลับ “เลิกอ่านคำขู่พวกนั้นเสียที” เซเลสเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “เพราะถ้าเจ้าไม่ไปกับข้าตอนนี้... ชีวิตของเจ้าที่ไอเซนการ์ดจะจบลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม” นางยื่นมือมาตรงหน้าลินน์ พร้อมกับเงาสีดำขนาดมหึมาที่ค่อยๆ คืบคลานออกมาจากมุมมืดของห้องสมุด... มันไม่ใช่เงามืดธรรมดา แต่มันคือนักฆ่าเงาที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจากลินน์! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเริ่มต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวุ่นรักของจอมเวทฝึกหัดกับภูตจิ๋วตัวป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%