กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ยังคงติดอยู่ปลายประสาทสัมผัส... ไม่ใช่ภาพลวงตา
ความรู้สึกเย็นเยียบของคมดาบประหารที่พาดผ่านต้นคอเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน ยังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดระ缘ราญไว้บนผิวเนื้อ แต่สิ่งแรกที่เอวาลินน์ เดอ ลา ครูซ รับรู้ได้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด คือความเงียบงันอันน่าอึดอัดของห้องรับรองแขกสไตล์วิกตอเรีย หรูหรา โอ่อ่า และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเสแสร้ง
เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบนั้นลง
"ช่างน่าประทับใจเสียจริงค่ะ ท่านหญิงเอวาลินน์..." น้ำเสียงหวานหยดย้อยแต่เคลือบยาพิษของเลดี้เซราฟินเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบนริมฝีปากที่เคลือบทับด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบนั้น ช่างน่าขยะแขยงในสายตาของคนที่เพิ่งผ่านความตายมาหมาด ๆ "ท่านยังกล้ามาปรากฏตัวที่งานเลี้ยงวันเกิดขององค์ชายเควิน ทั้งที่ตระกูลเดอ ลา ครูซ ของท่านกำลังจะล้มละลาย และตัวท่านเองก็ถูกถอนหมั้นอย่างไร้เกียรติเนี่ยนะคะ?"
รอบกาย... เสียงซุบซิบนินทา เสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาลอร์ดและเลดี้ผู้สูงศักดิ์ดังระงมราวกับฝูงแมลงวันที่รุมทึ้งซากสัตว์
ในอดีต—หรือควรจะเรียกว่า 'ชาติก่อน' ที่โง่เขลา—เอวาลินน์คงจะกรีดร้องด้วยความอับอาย น้ำตาคลอเบ้า วิ่งหนีออกจากห้องนี้ไปให้พ้นจากสายตาเยาะเย้ยถากถางเหล่านั้น ปล่อยให้พวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนจมดิน ก่อนจะดิ้นรนทำเรื่องโง่เขลาเพื่อทวงคืนความรักจอมปลอม จนนำไปสู่ลานประหารในที่สุด
แต่นั่นมันคือเรื่องของ "คนโง่" คนเก่า
เอวาลินน์กวาดสายตาช้า ๆ นัยน์ตาสีไพลินเข้มลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึง กวาดมองใบหน้าของทุกคนที่เคยหัว Vเยาะเย้ยเธอ ความเย่อหยิ่ง เย็นชา และทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำปักด้ายเงินระยิบระยับ จนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา รอยยิ้มมุมปากของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความขบขันและสมเพชเวทนา
"ล้มละลายหรือคะ?" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องโถงกว้างจนทุกคนต้องหุบปากฉับ "แล้วใครบอกคุณหรือคะ เลดี้เซราฟิน... ว่ากระดานนี้ ฉันเป็นคนแพ้?"
เซราฟินชะงัก รอยยิ้มบนหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลย
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่โตมโหฬารหน้าห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงโปรดในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ไหล่กว้างและท่าทีคุกคามโดยธรรมชาติทำให้ยามรักษาความปลอดภัยถึงกับผถะถอยหลังไปคนละก้าว
คริสเตียน วอล์คเกอร์... อดีตชายหนุ่มผู้เคยยืนอยู่เงียบ ๆ ในมุมมืด คอยปกป้องเธอจากเงาเบื้องหลัง แต่เธอกลับเคยผลักไสเขาอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ เขากลับก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนังแท้สีดำสนิทในมือ และรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นไม่แพ้กัน
"ท่านหญิงครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยเรียกอย่างนอบน้อม แต่สายตากลับคมกริบราศใบมีดโกนที่กวาดมองไปรอบห้อง "เอกสารการซื้อขายหุ้นทั้งหมดของตระกูลวาลเลนไทน์และเครือข่ายการค้าหลวง... เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วครับ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง คราวนี้มันหนักอึ้งเสียจนแทบหายใจไม่ออก
องค์ชายเควินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงถนัดตา "ทะ... เธอพูดเรื่องอะไร! ตระกูลวาลเลนไทน์ของฉันถือครองเศรษฐกิจครึ่งอาณาจักร! เธอไม่มีทาง..."
เอวาลินน์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุด ทว่าอันตรายที่สุดในชีวิตของเธอ เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้เคยเป็นคู่หมั้นทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตายของพวกเขา
"ไม่มีทางอย่างนั้นหรือคะ ฝ่าบาท?" เธอหยุดยืนตรงหน้าเขา รักษาระยะห่างที่กดดันจนเขาต้องถอยหลังกรูด "ตระกูลวาลเลนไทน์อาจจะยิ่งใหญ่... แต่หนี้สินก้อนโตที่พวกท่านแอบกู้ยืมมาเพื่อค้ำจุนหน้าตาทางสังคมตลอดห้าปีที่ผ่านมา ใครเป็นคนถือ100% ล่ะคะ?"
เธอหันไปรับแฟ้มเอกสารจากมือของคริสเตียน เปิดหน้าสุดท้ายออกด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับกำลังพลิกอ่านนิตยสารแฟชั่นยามบ่าย ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะอาหารตรงหน้าองค์ชายเควินอย่างไม่ใยดี
เศษกระดาษเอกสารตราประทับตราหลวงและลายเซ็นยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมด ปรากฏต่อหน้าต่อตาแขกเหรื่อทุกคน ทุกชื่อ ทุกตัวเลข คือหลักฐานประจักษ์ชัดว่า... ตrifle ของตระกูลวาลเลนไทน์ บัดนี้ได้ตกเป็นของ "เอวาลินน์ เดอ ลา ครูซ" แต่เพียงผู้เดียวแล้ว
"กรี๊ดดด! เป็นไปไม่ได้!" เลดี้เซราฟินหวีดร้องออกมาอย่างไม่อركรักษากิริยา หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและตกใจสุดขีด "แก... อีผู้หญิงสารเลว แกใช้วิธีสกปรกอะไร!"
"วิธีสกปรกหรือคะ?" เอวาลินน์หัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยอำนาจ "ฉันแค่เล่นตามกฎที่พวกคุณขีดไว้... เพียงแต่ฉัน 'ฉลาดกว่า' และมีเงินหนากว่าพวกคุณเท่านั้นเองค่ะ"
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง บรรดาลอร์ดและเลดี้ที่เคยเชิดหน้าชูตาใส่เธอเมื่อครู่ บัดนี้ต่างพากันหลบสายตา ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขาก็เป็นหนึ่งในลูกหนี้ของกองทุนที่เتبถือครองเช่นเดียวกัน อำนาจที่แท้จริงไม่เคยอยู่ที่ยศถาบรรดาศักดิ์... แต่มันอยู่ที่ "เงินตรา" และเอวาลินน์ในตอนนี้คือกุมกำแพงเงินตรานั้นไว้ทั้งหมด
คริสเตียนก้าวเข้ามาใกล้เธออีกนิด ไออุ่นจากร่างกายของเขาสะท้อนความภักดีอันมั่นคงที่เธอเคยละเลยในอดีต เขากระซิบเบา ๆ ข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอกระตุกวูบ
"รถพร้อมแล้วครับ... นายหญิง"
เอวาลินน์ยิ้มรับ เธอไม่ได้หันกลับไปมองเศษสสวะที่กำลังคุกเข่าร้องขอความเมตตาอยู่เบื้องหลังอีกเลย เธอยกข้อมือขึ้น เลื่อนนาฬิกาอัจฉริยะระบบไฮเทคที่เชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารระดับโลกขึ้นมา นิ้วเรียวสวยแตะลงบนหน้าจอเพื่อยืนยันคำสั่งสุดท้าย
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนการโอนเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อกิจการทั้งหมดของงานเลี้ยงนี้ดังขึ้นก้องกังวาน พร้อมกับเสียงใสหุ่นยนต์รายงานสถานะผ่านระบบ: **"การทำธุรกรรมวงเงินไม่จำกัดสำเร็จ... ยินดีต้อนรับกลับสู่อำนาจสูงสุดค่ะ ท่านประธาน"**
เอวาลินน์หันหลังให้ห้องโถงที่เต็มไปด้วยเสียงโหยหวนและคราบน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ เธอก้าวเดินเคียงข้างคริสเตียน มุ่งหน้าออกไปสู่แสงสว่างเบื้องนอก ทิ้งอดีตอันโสมมไว้เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี
ทว่า... ในวินาทีที่เธอก้าวพ้นประตูเหล็กดัดขนาดใหญ่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคริสเตียนก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบยามค่ำคืน
คริสเตียนกดรับสาย สีหน้าที่เคยนิ่งสงบมาตลอดกลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขามองหน้าเอวาลินน์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงระวัง
"นายหญิงครับ..." คริสเตียนกระซิบเสียงต่ำ ขณะยื่นหน้าจอสมาร์ทโฟนให้เธอดูลายนิ้วมือและข้อความแจ้งเตือนปริศนาที่ถูกส่งตรงมาจากระบบความปลอดภัยสูงสุดของคฤหาสน์ตระกูลเดอ ลา ครูซ
**"มีผู้บุกรุก... และระบบนิรภัยทั้งหมดถูกแฮกด้วยรหัสลับที่คุณพ่อผู้ล่วงลับของคุณเก็บไว้เฉพาะตัว"**
ข้อความบนหน้าจอปรากฏภาพกล้องวงจรปิดภายในห้องลับใต้ดิน... ชายหนุ่มร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง กำลังยืนอยู่หน้าตู้เซฟที่ควรจะมีเพียงเธอคนเดียวที่รู้รหัส พร้อมกับหันมามองตรงเข้าสู่เลนส์กล้อง แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย... เหมือนเขากำลังรอคอยการกลับมาของเธออยู่ก่อนแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางบทแรกไปกับเอวาลินน์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีลเกียรติยศ: นางร้ายขอวางมือจากกระดานอำนาจ•ตอนที่ 1
จุดจบที่หอมหวาน
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเกียรติยศ: นางร้ายขอวางมือจากกระดานอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
