ความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเจ็ดสิบของตึกระฟ้าไม่ได้แปลว่าความสงบเสมอไปนะคะ มันคือความกดอากาศต่ำที่พร้อมจะระเบิดเป็นพายุได้ทุกเมื่อ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท ปลายนิ้วเรียวยังคงสัมผัสอยู่บนแฟ้มเอกสารลับที่เธอเพิ่งแอบหยิบออกมาจากลิ้นชักนิรภัยของเขา หัวใจในอกเต้นระรัวราวกับกลองศึก แต่ใบหน้าของเธอกลับเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก เธอไม่มีทางแสดงความตื่นกลัวให้ผู้ชายอันตรายคนนี้เห็นเป็นอันขาด
"ดูเหมือนว่า... คุณจะเจอ 'หลักฐานชิ้นที่ 1' ของผมเข้าแล้วสินะครับ อัยการคนสวย"
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นจากความมืดมุมห้องทำเอารินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันขวับกลับไปมอง คิรากรก้าวออกมาจากเงาของม่านกันแสงสีเข้ม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม เขากำลังถือแก้ววิสกี้ออนال็อก (On the rocks) ในมือ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านลอยมาแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของเธอไม่ใช่แก้วในมือเขา แต่เป็นรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียนต่างหาก
รินรดากลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบาก แต่ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวของเขา "เอกสารนี้พิสูจน์ได้ว่าบริษัทของคุณเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินข้ามชาติ คุณคิรากร... เกมของคุณมันจบลงแล้วค่ะ"
คิรากรไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่าทรงพลังในทุกย่างก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว พื้นที่ว่างระหว่างเธอกับเขาลดแคบลงจนเหลือเพียงคืบเดียว อุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นจนน่าประหลาด
"เกมเหรอครับ?" คิรากรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าอันงดงามที่กำลังตึงเครียดของเธอ "คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมจับผิดอาชญากรอยู่สินะครับ รินรดา... แต่คุณไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังเดินเข้ามารับบทเหยื่อในกรงเล็บของเสือต่างหากล่ะ"
"ฉันไม่ใช่เหยื่อ และคุณก็ไม่ใช่ผู้ล่าเหนือระเบียบกฎหมายนะคะ!" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น แต่มันกลับทำให้แววตาของคิรากรพราวระยับขึ้นด้วยความถูกใจ
ชายหนุ่มวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างค้ำยันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ราวกับต้องการล้อมกรอบเธอไว้ในอาณาเขตของเขา ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ชิดจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ สัมผัสจากตัวเขามันทั้งอันตรายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
"ถ้าคุณคิดว่ากฎหมายจะช่วยปกป้องคุณจากหลักฐานชิ้นนี้ได้ ทำไมคุณถึงไม่ลองโทรแจ้งตำรวจล่ะครับ?" คิรากรเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนชวนให้ขนลุกชัน "อ้อ... ลืมไป ทนายความมือขวาของผมอย่างธันวาคงกำลังเตือนคุณอยู่สินะ ว่าถ้าคุณก้าวออกจากตึกนี้พร้อมกับแฟ้มนั้น ชีวิตหน้าที่การงาน หรือแม้กระทั่งคนที่คุณรัก อาจจะหายไปจากโลกนี้พริบตาเดียว"
"คุณขู่ฉัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่อ่านไม่ออกของเขา
"ผมไม่ได้ขู่ครับ รินรดา... ผมกำลัง 'เสนอทางเลือก' ให้ต่างหาก" คิรากรผละใบหน้าออกเล็กน้อยเพื่อสบตาเธรตรงๆ นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยออกจากแก้มเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดนผิวแก้วร้อนผ่าวจนเธอต้องย่นหัวคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่เขากลับไม่ยอมถอยมือออก
"ทางเลือกอะไร..." เธอถามเสียงแผ่ว ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความเด็ดขาดและอำนาจมืดที่เขากุมไว้
"ทางเลือกแรก... คุณเอาแฟ้มนั้นเดินออกไปจากห้องนี้ แล้วเตรียมตัวรับหมายศาลฟ้องกลับข้อหาบุกรุกและขโมยความลับทางการค้า ซึ่งรับรองว่าอัยการอนาคตไกลอย่างคุณคงหมดอนาคตในชั่วข้ามคืน..." คิรากรเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนริมฝีปากหยัก "ส่วนทางเลือกที่สอง... อยู่ร่วมโต๊ะอาหารมื้อนี้กับผม เซ็นชื่อลงในสัญญาสงบศึก และเรามาคุยกันว่า... 'ผลประโยชน์ร่วมกัน' ระหว่างเรา มันควรจะเป็นรูปแบบไหน"
บนโต๊ะอาหารยาวสลัวด้วยแสงเทียน อาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตโดยไม่มีใครรู้ว่ามันถูกจัดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มันคือกับดักที่คิรากรจงใจวางไว้ล่อให้เธอก้าวเข้ามาติดบ่วง รินรดามองสลับระหว่างแฟ้มเอกสารในมือกับใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เธอจนมุมอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือให้อัยการผู้รักความยุติธรรมอย่างเธออีกแล้ว
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทีที่กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง เธอนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างจำยอม ทว่าสายตายังคงคมปลาบราวกับใบมีด
"ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณบังคับฉันขนาดนี้ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า 'ข้อตกลง' ของคุณมันจะน่าสนใจแค่ไหน ถึงขั้นทำให้ฉันต้องเอาอาชีพเข้าแลก"
คิรากรหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพึงพอใจ เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม รินไวน์แดงรสเลิศลงในแก้วทรงสูงก่อนจะเลื่อนมาตรงหน้าเธอ "นั่นแหละครับที่ผมอยากฟัง... ผู้หญิงที่ฉลาดและยอมรับความจริง มักจะน่าหลงใหลเป็นพิเศษเสมอ"
บทสนทนาบนโต๊ะอาหารดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ คิรากรยื่นข้อเสนอที่เธอปฏิเสธไม่ได้ ขณะที่รินรดาก็คอยหาช่องโหว่เพื่อพลิกเกมกลับมาเป็นต่ออยู่ตลอดเวลา เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่ระอุขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเงาของความลับและอำนาจมืดที่ห้อมล้อม
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธเงื่อนไขข้อสุดท้ายของเขา เสียงกริ่งเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยของห้องทำงานก็ดังขึ้นลั่นห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังวิ่งตรงมายังหน้าประตูห้องนี้อย่างเร่งรีบ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเกมรักและเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 2
ข้อตกลงบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!