แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากโถงทางเดินสาดกระทบใบหน้าตื่นตะลึงของรินรดา ทันทีที่บานประตูไม้สักทองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของ ‘ผู้บัญชาการภาคภูมิ’ ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีกสนาย รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของนายตำรวจระดับสูงคนนั้นไม่ได้ส่งผลดีต่อบรรยากาศในห้องรับรองแม้แต่น้อย
"ท่านผู้บัญชาการ..." เสียงของธันวาขาดห้วงไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของทนายความหนุ่มไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว สมกับที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมสถานการณ์
รินรดากวาดสายตามองคนทั้งห้อง หัวใจของอัยการสาวเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน ไม่ใช่เพราะความตกใจที่เห็นตำรวจบุกเข้ามา แต่เป็นเพราะภาพสะท้อนในหัวที่กำลังต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อ เอกสารลับในแฟ้มที่คิรากรเพิ่งปัดหลบเมื่อครู่... ตราประทับลับของสำนักงานอัยการสูงสุดที่ควรจะมีเพียงเธอและคนไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าถึงได้ แล้วเหตุใดมันจึงไปปรากฏอยู่บนโต๊ะทำงานของธันวา เพื่อนสนิทที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่เธอมาตลอดห้าปี?
"ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะการประชุมที่สำคัญสินะครับ" ภาคภูมิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตาคมกริบมองคิรากรที่ยังคงยืนนิ่งสงบอยู่หลังโต๊ะทำงาน ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่ธันวาและรินรดา "แต่เกรงว่าหลักฐานชิ้นใหม่ที่กองปราบเพิ่งได้รับมา จะทำให้เราต้องขออนุญาตตรวจค้นห้องนี้อย่างละเอียดเสียแล้ว"
คิรากรไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวถอยหลังครึ่งก้าว มือหนายังคงจับเนกไทของตัวเองอย่างใจเย็น ดวงตาสีเข้มคมปลาบหันไปสบตากับรินรดาเพียงชั่วพริบตาเดียว แต่นัยน์ตาสููงส่งคู่นั้นกลับส่งสัญญาณบางอย่างที่เธอเข้าใจได้ทันที—*เกมนี้... มีหนอนบ่อนไส้*
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอย่างสามขุมเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่ตอนนี้เอกสารคดีสำคัญกระจัดกระจายอยู่บนพื้น สายตาคมกวัดแกว่งไปที่ธันวา ซึ่งกำลังยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าของเขาแม้จะดูสงบ แต่เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นขมับซ้ายกลับฟ้องความผิดปกติ
"ธันวา..." รินรดาเอמהเสียงเรียบเย็น แต่น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความผิดหวังที่ถาโถมเข้ามา "เอกสารสำนวนคดีฉบับจริงของค่ายโทรคมนาคมเครือข่ายนั้น ทำไมถึงมาอยู่กับคุณคะ ในเมื่อฉันเพิ่งเก็บมันไว้ในตู้เซฟที่สำนักงานอัยการเมื่อวานนี้เอง"
ธันวาหันมามองเธอ แววตาที่เคยฉายความอบอุ่นและความห่วงใยยามเป็นเพื่อนสนิท บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นการหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง
"ริน คุณกำลังคิดไปกันใหญ่แล้วนะ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามแบบฉบับทนายความผู้เชี่ยวชาญการโน้มน้าวใจ "ผมอาจจะแค่... ขอสำเนามาศึกษาเพื่อช่วยรูปคดีให้คุณก็ได้ คุณก็รู้ว่าคดีนี้มันซับซ้อนแค่ไหน และคนที่กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังไม่ใช่ตาสาสาสردที่ไหน"
"แต่นั่นคือเอกสารชั้นความลับระดับสูง!" รินรดาโพสต์ขึ้นเสียงดัง เสียงของเธอสะท้อนก้องไปทั่วห้องรับรองกว้างขวาง "มีเพียงลายมือชื่อของฉันคนเดียวเท่านั้นที่เบิกมันออกมาได้! ถ้าคุณไม่ได้หยิบมันไปจากโต๊ะทำงานของฉัน แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร... หรือว่าคุณเป็นคนส่งข้อมูลทั้งหมดให้พวกมันตั้งแต่แรก ธันวา!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ ภาคภูมิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสนใจในบทสนทนาอันเผ็ดร้อนนี้ ส่วนคิรากรยังคงยืนกอดอกมองสถานการณ์ด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับสัตว์ป่ากำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ
ธันวาหุบยิ้มสนิท ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอัยการสาวผู้เป็นทั้งเพื่อนและคู่ปรับทางคดี มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นอย่างน่าขนพองสเกล
"ถ้าผมบอกว่า... ผมทำเพื่อความอยู่รอดล่ะริน คุณจะเข้าใจไหม?" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่า แต่มันดังชัดเจนในความรู้สึกของคนฟัง "โลกสีเทาใบนี้ไม่มีที่ยืนให้คนโลกสวยอย่างคุณหรอกนะ... และคนที่คุณควรระวังที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่ผมหรอก" เขาดาร์กสายตาไปทางคิรากร "แต่เป็นผู้ชายคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณต่างหาก"
รินรดารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ร่างกายชาดิกจนแทบก้าวไม่ออก คำสารภาพกลายๆ ของธันวาเปรียบเสมือนรอยร้าวขนาดใหญ่ที่ทำลายความเชื่อใจทั้งมวลพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นความผิดหวังในอุดมการณ์ที่ถูกเพื่อนร่วมอุดมการณ์หักหลังอย่างเลือดเย็น
"พอได้แล้วครับคุณธันวา..." คิรากรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดึงสติของทุกคนให้กลับมาสู่ความเป็นจริง ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างปกป้อง มือหนาเอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาทำให้รินรด้สะث้านเฮือก สติที่กระเจิดกระเจิงเริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอย
"หลักฐานที่ท่านผู้บัญชาการกำลังหา..." คิรากรพูดต่อด้วยรอยยิ้มมุมปาก พลาญหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกจากกระเป๋าเสื้อสูท "เกรงว่าจะไม่ใช่เอกสารบนโต๊ะนั้นหรอกครับ... เพราะเอกสารจริง ชุดที่เปิดโปงรายชื่อเครือข่ายฟอกเงินทั้งหมด ถูกส่งตรงถึงมืออัยการสูงสุดตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้วต่างหาก"
ธันวาหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เขาก้าวถอยหลังไปชนโต๊ะทำงานจนแฟ้มเอกสารร่วงลงพื้นกระจาย
ภาคภูมิหรี่ตามองคิรากรอย่างไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของผู้บัญชาการก็ดังขึ้นพร้อมกันหลายเครื่อง สีหน้าของนายตำรวจใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ
รินรดาหันขวับมามองคิรากร หัวใจเต้นแรงด้วยความระทึก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความลับและอำนาจเหนือกว่า
"คุณ... รู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมคิรากร?" เธอถามเสียงสั่น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่ ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์รอบตัว
"ผมเตือนคุณแล้วริน... ว่าเกมนี้อย่าเพิ่งไว้ใจใคร แม้แต่เงาของตัวเอง"
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงประตูด้านหลังห้องรับรองก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียงในมือ—และเป้าหมายของกระสุนนัดแรกไม่ได้พุ่งไปที่ใครอื่น นอกจากร่างของคิรากรและรินรดาที่ยืนอยู่เคียงกัน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมหักเหลี่ยมนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 19
รอยร้าวของความเป็นมิตร
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!