เศษเหล็กข้ออ้อยเส้นผ่านศูนย์กลางยี่สิบมิลลิเมตรที่ร่วงหล่นลงมาจากนั่งร้านชั้นสาม ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเบื้องล่างเท่าใดนัก หากแต่มันพรากเอาความเงียบสงบอันเปราะบางในไซต์งานมูลค่าหลายพันล้านของธนย์ไปจนหมดสิ้น
เสียงโลหะกระแทกพื้นดังสะท้อนก้องกราบโครงสร้างเหล็กดิบๆ ลีลาวดีหลับตาลงเสี้ยววินาทีเมื่อแรงลมจากการพุ่งแหวกอากาศของวัตถุหนักอึ้งเฉียดผ่านปลายเส้นผมบลอนด์สว่างที่ถูกรวบเก็บไว้อย่างลวกๆ กลิ่นอายของปูนซีเมนต์ชื้นแฉะและฝุ่นผงจากการก่อสร้างคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เธอมักประพรมไว้เสมอเพื่อประกาศศักดาความเป็นนายทุนผู้เหนือกว่า
ทว่า ก่อนที่ส้นสูงปรี๊ดของแบรนด์เนมคู่โปรดจะทันได้ก้าวถอยหลังเพื่อหลบเศษปูนที่กำลังร่วงกราวตามลงมา ร่างสูงโปรดในชุดวิศวกรสนามสีซีดที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นก็พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วเหนือสามัญสำนึก
อุ้งมือหนาหยาบกร้านตามประสาคนทำงานกลางแจ้งคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของสถาปนิกสาวอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้ร่างระหงเซถลาล้มพับลงไปตามแรงเหวี่ยง ก่อนที่แผ่นหลังของทั้งคู่จะกระแทกเข้ากับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่เพิ่งเทเสร็จใหม่ๆ คณินใช้ร่างของตนเองเป็นโล่กำบังเศษวัสดุที่ยังคงร่วงหล่นลงมาเป็นระยะ ฝุ่นผงคละคลุ้งจนทัศนียภาพรอบตัวพร่ามัว เสียงไอโขลกเบาๆ ดังขึ้นจากลำคอของวิศวกรหนุ่มที่อยู่ใกล้ชิดจนเธอได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
"คุณนี่... รั้นไม่เข้าเรื่องสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ คุณคณิน"
ลีลาวดีเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอยังคงพยายามรักษาความเย่อหยิ่งและถือดีไว้ แม้ว่าในยามนี้ ใบหน้าของทั้งคู่จะห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนเธอสามารถมองเห็นหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมชื้นแฉะของชายหนุ่ม และนัยน์ตาสสีดำสนิทที่กำลังจ้องมองเธอด้วยประกายความดุดันผสมผสานกับความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
คณินไม่1ได้ตอบคำถามทันที เขายังคงตรึงร่างของเธอไว้กับเสาคอนกรีต ปล่อยให้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดทำหน้าที่กรีดแทงบรรยากาศรอบตัว ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาที่เปื้อนฝุ่นปูนเลอะเทอะเผลอบีบกระชับเข้าที่เอวของเธอแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ชุดสูทราคาแพงระยับของหญิงสาว
"ถ้าสถาปนิกคนเก่งอย่างคุณหัวแตกหรือพิการไปเสียก่อนที่โปรเจกต์นี้จะสร้างเสร็จ ธนย์คงไม่ต้องเหนื่อยรื้อถอนอะไรอีกแล้วล่ะครับ... เพราะคงไม่มีใครกล้าเอาชื่อเสียงมาทิ้งไว้กับซากตึกผุๆ นี่อีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าครั้งนี้มันกลับเจือไปด้วยความระHɛนร้อนบางอย่างที่ทำให้หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย
"ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ..." ลีลาวดีแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ปล่อยได้แล้วค่ะ ฉันไม่ได้บอบบางขนาดนั้น"
"เหรอครับ?" คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดสำรวจตั้งแต่รอยเปื้อนฝุ่นบนเสื้อสูทปักลายดอกไม้ป่า ไปจนถึงข้อเท้าเรียวสวยที่อยู่ในรองเท้าส้นสูง "คนที่ยืนเก๊กท่าอยู่ตรงจุดอับมุมตึก ทั้งๆ ที่ผมเตือนเรื่องความปลอดภัยรอบที่สามแล้ว... เขาเรียกคนดื้อรั้น ไม่ใช่คนเข้มแข็งหรอกครับ ลีลาวดี"
การเรียกชื่อจริงของเธอโดยไม่มีพิธีรีตองทำให้หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ปกติแล้วมีเพียงคนในครอบครัวหรือศัตรูทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบกิจการเท่านั้นที่กล้าเอ่ยนามสกุลและชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงดิบเถื่อนเช่นนี้ ธนย์มักจะเรียกเธอด้วยถ้อยคำหวานเลี่ยนที่เคลือบยาพิษ ส่วนนักลงทุนคนอื่นๆ ต่างก็ก้มหัวให้เธอด้วยความเกรงกลัวอำนาจเงินสด แต่วิศวกรหนุ่มผู้ถือความจริงเป็นสรตะคนนี้ กลับมองทะลุเปลือกนอกอันมั่งคั่งของเธอเข้าไปเห็นความเปราะบางที่เธอพยายามก่อกำแพงคอนกรีตหนาเตอะปิด The Truth ไว้อย่างมิดชิด
เมื่อคณินขยับตัวจะผละออก ความเจ็บแปลบเล็กๆ ที่ข้อศอกขวาของเขาก็ทำให้เขาต้องนิหน้าลงเล็กน้อย รอยแผลถลอกยาวเป็นทางยาวและคราบเลือดซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อทำงานสีซีดออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด ลีลาวดีที่สายตาไวต่อความผิดปกติเสมอชำเลืองมองเห็นรอยแผลนั้นโดยสัญชาตญาณ กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองสั่นคลอนลงชั่วขณะ
"คุณ... เจ็บเหรอคะ?" น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางยื่นออกไปโดยอัตโนมัติเพื่อจะแตะสำรวจแผลที่ข้อศอกของเขา แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำกิริยาที่เกินเลยกว่าสถานะคู่ปรับทางธุรกิจ
คณินมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขายอมปล่อยให้เธอดึงมือกลับไปเอง ก่อนจะเหยียดยิ้มหยันที่มุมปากตามนิสัย
"ความเป็นห่วงเป็นใยจากทายาทมหาเศรษฐี... ผมคงรับไว้ไม่ไหวหรอกครับ กลัวว่ามันจะมีดอกเบี้ยแพงลิบลิ่วที่ผมต้องจ่ายด้วยอิสรภาพ"
"อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะคุณคณิน" ลีลาวดีเชิดหน้าขึ้นทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก เธอดึงผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมราคาแพงออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ยื่นส่งให้เขาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเช่นเดิม "ฉันแค่ไม่อยากให้วิศวกรประจำไซต์งานของฉันมาตายหากคาซากตึก เพราะมันจะทำให้ฉันเสียเวลาฟ้องร้องค่าเสียหาย... เช็ดเลือดของคุณซะ แล้วก็เลิกทำตัวเป็นฮีโร่เกรดบีเสียที"
คณินรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมาถือไว้ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนเนื้อผ้าไหมเนื้อนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบอังกฤษ เขามองหน้าหญิงสาวที่กำลังเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีเรื่อจางๆ จากความอับอายและเหตุการณ์เมื่อครู่ บรรยากาศรอบตัวที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการหักเหลี่ยมเฉือนคม กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามปฏิเสธ
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความเปราะบางอันแสนสั้นนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ใยดี เมื่อเสียงฝีมือหนักแน่นและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของใครบางคนดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟ
"โอ้โฮ... นี่ผมมาขัดจังหวะการสวีทหวานระหว่างสถาปนิกคนสวยกับวิศวกรผู้ซื่อตรงหรือเปล่าเนี่ย?"
น้ำเสียงคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มจอมปลอมดังขึ้น ธนย์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของโครงสร้างตึกโดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนเดินตามประกบ สายตาดุจสุนัขจิ้งจอกของนักธุรกิจหนุ่มกวาดมองสภาพเนื้อตัวที่มอมแมมแต่แนบชิดกันเมื่อครู่ของทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม
ลีลาวดีดึงสีหน้ากลับสู่โหมดเย็นชาทันทีราวกับพลิฝ่ามือ เธอก้าวถอยหลังห่างจากคณิน ปรับท่าทีให้กลับมาสง่างามและทรงอำนาจดังเดิมโดยไม่ปล่อยให้ศัตรูเห็นจุดอ่อนแม้แต่น้อย
"คุณมาทำอะไรที่นี่คะ ธนย์? ไซต์งานนี้ยังอยู่ในความรับผิดชอบของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายก่อนถึงกำหนดส่งมอบงวดงาน"
ธนย์หัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนหยุดยืนห่างจากลีลาวดีเพียงก้าวเดียว เขายื่นมือออกทำทีจะแตะไหล่เธอเพื่อแสดงความเป็นเจ้า้าวเจ้าของ แต่ถูกสายตาคมกริบของคณินขวางไว้เสียก่อน
"ผมก็แค่เป็นห่วงคู่หมั้นของตัวเอง... กลัวว่าคุณจะมาหลงเสน่ห์พวกวิศวกรจนลืมไปว่า ใครกันแน่คือคนที่คู่ควรกับตระกูลของคุณ" ธนย์ยิ้มเยาะ พลางปรายตามองคณินด้วยความดูแคลน "อีกอย่างนะลีลาวดี... ผมมีข่าวดีที่จะมาบอกคุณพอดี เกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงข้างเคียงที่บริษัทของคุณกำลังหมายปองอยู่..."
ธนย์เว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตหรูขึ้นมาเปิดหน้าจอโชว์ให้เห็นเอกสารสิทธิ์การประมูลที่ถูกปิดจบไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
"น่าเสียดายจังนะครับ... พอดีว่าผมเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อขาดมันไปเมื่อเช้านี้ด้วยวงเงินสดร้อยล้านเต็มจำนวน... ตอนนี้ คุณกลายเป็นคนตกสำรวจในเกมนี้ไปเสียแล้วล่ะครับที่รัก"
ลีลาวดีจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตนั้น นัยน์ตาคู่สวยวับวาวด้วยประกายเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มเยาะของธนย์กำลังประกาศชัยชนะเหนือเธออย่างน่ารังเกียจ
ทว่า ก่อนที่ธนย์จะทันได้เอ่ยประโยคเยาะเย้ยถัดไป เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับเวิลด์คลาสบนสมาร์ทโฟนในมือของลีลาวดีก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมัวของไซต์งาน ตัวเลขยอดเงินในบัญชีส่วนตัวที่ถูกโอนเข้ามาจากกองทุนลับระดับบลูคาร์ดปรากฏเด่นหรา พร้อมกับข้อความยืนยันการซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าวที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบก่อนที่ธนย์จะก้าวเข้ามาในตึกนี้เสียด้วยซ้ำ!
ลีลาวดีค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มเยือกเย็นและทรงอำนาจแบบฉบับทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมความมั่งคั่งไร้ขีดจำกัดถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงาม เธอปรายตามองธนย์ที่ยังคงถือแท็บเล็ตค้างไว้ด้วยสีหน้าเหวอสนิท ก่อนจะยกมุมปากขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องหน้าถอดสี
"ร้อยล้านเงินสดของคุณ... คงเป็นแค่เศษเหรียญในกระเป๋าหลังของฉันกระมังคะ ธนย์? เพราะที่ดินแปลงนั้น... มันเป็นชื่อของฉันตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ"
ต้นไม้ริมระเบียงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมมีดแห่งการล้างแค้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง•ตอนที่ 10
จังหวะที่หัวใจสะดุด
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!