เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วอาคารเรือนจำความมั่นคงสูง ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าบาดเจ็บที่ถูกต้อนจนมุม เม็ดฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำซัดลงมาจากท้องฟ้ายามวิกาลไม่ได้ช่วยชะล้างความโสมมภายในกรงขังแห่งนี้เลย มีแต่จะช่วยซัดกลบเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่กะพริบวาบสะท้อนบนผนังคอนกรีตเปลือยเปล่า ให้กลายเป็นภาพหลอนสีเลือด
รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลังกระจกนิกรีนหนาเตอะในห้องควบคุมย่อย แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสาดสลับกับความมืด เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวแต่แววตากลับเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว เธอสวมชุดกราวน์สีขาวทับเสื้อเชิ้ตสีเข้ม กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและยาฆ่าเชื้อจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอื้นอับชื้นของคราบฝนและเหล็กสนิม
"หมอรินครับ สถานการณ์ข้างนอกควบคุมไม่ได้แล้ว ผู้ต้องขังบล็อก C ก่อจลาจล ทุบทำลายประตูเหล็กกั้นโซน เจ้าหน้าที่คุมประพฤติถอนกำลังมาตั้งรับที่ชั้นสองหมดแล้วครับ!" เสียงของหัวหน้าผู้คุมตะโกนแข่งกับเสียงไซเรน ใบหน้าของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและหยดน้ำฝนที่รั่วซึมจากรอยต่อหลังคา
รินรดายังไม่ละสายตาจากจอมอนิเตอร์วงจรปิด ภาพบนจอแสดงความโกลาหลระดับวิกฤต เปลวไฟลุกท่วมถังขยะและเศษที่นอนในทางเดินยาว ร่างของผู้คนนับร้อยวิ่งพลุกพล่านราวกับฝูงมดแตกตื่น ทว่า... สายตาของเธอไม่ได้มองความวุ่นวายโดยรวม เธอกวาดตามองหาเป้าหมายเดียว
เป้าหมายที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงพยาบาลภายใต้ฤทธิ์ยาระงับประสาท
"คีรินหายไปไหน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าเฉียบคมจนผู้คุมหนุ่มชะงัก
"ผม... ผมไม่แน่ใจครับหมอ ช่วงที่ไฟฟ้าดับกะทันหัน กล้องวงจรปิดในโซนพยาบาลตัดสัญญาณไปสามนาทีพอดิบพอดี พอระบบสำรองทำงาน... เตียงของเขาก็ว่างเปล่าแล้วครับ"
รินรดากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขยับ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร่ง ความคิดในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว คีรินไม่ได้หลบหนีไปตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนเหมือนนักโทษทั่วไป ความเงียบและจังหวะเวลาที่แม่นยำระดับเสี้ยววินาทีนี้... มันคือการวางแผน
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องขังเดี่ยวโซนลึกสุดที่ระบบไฟฟ้าถูกตัดขาด ความมืดมิดปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นฝ่ามือตัวเอง มีเพียงแสงแฟลชจากสายฟ้าที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างแคบๆ เป็นระยะ
คีรินยืนพิงผนังปูนเปลือย เสื้อนักโทษสีส้มชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและหยดน้ำฝนที่สาดส่องเข้ามา ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายที่เคยสงบนิ่งกลับมีอาการเกร็งกระตุกเล็กน้อย อาการความทรงจำส่วนที่หายไปกำลังโจมตีสมองของเขาอีกครั้ง ภาพเศษเสี้ยวของเหตุการณ์คืนวันเกิดเหตุฆาตกรรม ภาพคราบเลือดบนพื้น และเสียงปืนดังสนั่นในความมืด วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายช่วยดึงสติให้เขากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
*คลิก*
เสียงกลอนประตูเหล็กกล้าทางด้านหลังดีดตัวออกตามกลไกฉุกเฉิน ท่ามกลางเสียงโกลาหลภายนอก ร่างสูงโปร่งในเงาสลัวก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ รองเท้าคอมแบตเหยียบบนพื้นเปียกแฉะเกิดเสียงดังเฉอะแฉะ
คีรินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขารู้ว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น
"คุณมาช้า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบแฝงด้วยความเย้ยหยัน
"การเดินทางฝ่าสายฝนในคืนที่นรกแตกแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมย์นักหรอกครับ คีริน" เสียงตอบกลับนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจและคมกริบ เจ้าของเงาดำก้าวออกมาจากมุมมืด เผยให้เห็นรอยยิ้มบางเฉียบที่มุมปาก "ดูเหมือนว่าแผนการของคุณจะได้ผลดีเกินคาดนะ เจ้าหน้าที่ข้างนอกกำลังวุ่นวายกับการระงับเหตุ จนไม่มีใครสนใจซอกมุมอับชื้นตรงนี้หรอก"
คีรินหันกลับมาเผชิญหน้า นัยน์ตาคมกริบในความมืดจ้องมองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์ "คุณต้องการอะไรกันแน่... หมอไม่ได้ช่วยผมหลบหนีออกมาเพื่อส่งผมให้ศัตรูของคุณแน่"
รินรดา (ในอีกมุมหนึ่งของอาคาร) ยังคงเดินหน้าผ่านทางเดินสีขาวที่ตอนนี้ถูกย้อมด้วยแสงไฟฉุกเฉินสีส้ม เธอกำแฟ้มประวัติลับในมือแน่น เอกสารแผ่นสุดท้ายที่เธอเพิ่งดึงออกมาจากตู้เซฟของผู้อำนวยการเรือนจำเมื่อครู่ มันคือบันทึกทางการแพทย์ที่ถูกปกปิดมานานหลายปี—บันทึกที่ระบุว่า คีรินไม่ได้ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมตามธรรมชาติ แต่เขากำลังถูก "ล้างสมอง" ด้วยสารเคมีบางชนิดโดยฝีมือของใครบางคนในองค์กรที่เธอสังกัดอยู่
ความจริงข้อนี้ทำให้หัวใจของเ5หหนาวเหน็บยิ่งกว่าสายฝนด้านนอก
เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โซนห้องขังเดี่ยวทีละน้อย เสียงฝีเท้าของเธอสะท้อนก้องไปกับเสียงฟ้าคะนอง รินรดารู้ดีว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่เขตอันตราย
เป้าหมายของเธอไม่ใช่แค่การหยุดยั้งการหลบหนี แต่เป็นการหาคำตอบว่าใครคือ "ตัวการใหญ่" ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเงาสีเทานี้ และคีริน... คือกุญแจดอกเดียวที่จะไขประตูบานนั้น
ทว่า ก่อนที่เธอจะทันเลี้ยวเข้าสู่ทางเดินปีกตะวันตก แสงไฟฉุกเฉินทั้งหมดก็ดับวูบลงกะทันหัน ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเธอเองที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงัน
และในวินาทีนั้นเอง... สัมผัสเย็นเฉียบของวัตถุโลหะบางอย่างก็จี้เข้าที่บริเวณต้นคอของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่กระชากวิญญาณให้อยู่บนเส้นด้าย
"ก้าวช้าไปก้าวเดียว... หมอริน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู "หรือว่า... คุณจงใจเดินมาติดกับผมกันแน่?"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการเดินทางในเฉดสีเทานี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 6
คืนที่ฝนตกหนัก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!