"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่านั่นคือการบุกรุกเคหสถานยามวิกาล และผมมีสิทธิ์ชอบธรรมที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด"
น้ำเสียงของศศินราบเรียบและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังเงาร่างที่ทาบทับอยู่บนพื้นพรมราคาแพง แม้ว่าความมืดมิดจะเข้าปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่จนมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง แต่สัญชาตญาณนักวิเคราะห์ร่องรอยและวัตถุพยานกลับทำงานด้วยความเร็วสูง สมองของเขาประเมินระยะทาง น้ำหนักก้าวเดิน และแรงสะท้อนของเสียงในอากาศทันที เงาร่างนั้นสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร การลงน้ำหนักที่ปลายเท้ามีความยืดหยุ่นสูง บ่งบอกว่าเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้หรือมีทักษะการเคลื่อนไหวในที่มืดอย่างยอดเยี่ยม
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอหยุดลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับความเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่ม
"ใจเย็นก่อนสิครับคุณศศิน... กาลเวลาเปลี่ยนไปนานทีเดียวนะครับ ตั้งแต่ที่เราไม่ได้ร่วมโต๊ะวิเคราะห์คราบเลือดกันครั้งล่าสุด"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่คุ้นเคยจนน่าตกใจ กลิ่นจางๆ ของดอกการ์เดนียผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความมืด ก่อนที่แสงไฟนีออนจะกระพริบติดขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน แสงสว่างจ้าบาดตาทำให้ศศินต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัส
และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของนักวิเคราะห์หนุ่มสะดุดไปชั่วขณะ
รินรดากำลังยืนอยู่ตรงนั้น เธอยังคงสวมเสื้อสูทสีดำเข้ารูปที่ดูคล่องตัว เส้นผมสีดำสนิทรวบเป็นม้าหางสูงเผยให้เห็นลำคอระหงและรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อสถานการณ์คับขันเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทอประกายระยิบระยับราวกับเด็กสาวที่กำลังสนุกสนานกับการได้เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมชั้นในห้องเรียนวิชาเคมี
"คุณ..." ศศินขมวดคิ้วแน่น ปลดล็อกเซפตี้ในใจที่เตรียมจะพุ่งเข้าประชิดตัวเมื่อครู่ลงอย่างช้าๆ "คุณเข้ามาในนี้ได้อย่างไร ระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์หลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการเจาะระบบจากภายนอกโดยเฉพาะ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีระดับประเทศก็ยังต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสี่สิบนาทีในการถอดรหัสประตูชั้นนอก"
รินรดาหัวเราะเบาๆ เดินน่องนิ่มผ่านกองเอกสารคดีเก่าบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนแก้วกาแฟที่ยังอุ่นอยู่บนโต๊ะ "สี่สิบนาทีอาจจะจริงสำหรับคนอื่นครับคุณศศิน แต่สำหรับคนที่รู้ว่าสถาปนิกผู้สร้างตึกนี้มีรสนิยมชอบใช้รหัสผ่านวันครบรอบแต่งงานที่ล้มเหลวของตัวเอง... ใช้เวลาแค่สวินาทีเดียวก็เกินพอแล้วล่ะครับ"
เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบหน้าตาเฉย ราวกับว่านี่คือห้องทำงานของเธอเอง ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของคดีฆาตกรรมปริศนาที่เพิ่งเกิดเรื่องขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ศศินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะที่อันตราย กลิ่นหอมจางๆ นั้นชัดเจนขึ้นจนทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่างทางวิชาการและสติสัมปชัญญะ "คุณหายตัวไปสามเดือนหลังจากการไต่สวนลับครั้งนั้น ตำรวจสากลกำลังตามล่าตัวคุณในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับฆาตกรต่อเนื่อง และตอนนี้คุณกลับมายืนอยู่ที่นี่... ทำไม? หรือว่าคุณเบื่อที่จะต้องวิ่งหนีแล้ว เลยอยากใช้บริการห้องขังใต้ดินของผม?"
คำถามของศศินเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ทว่าแววตาของเขากลับแอบสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความโล่งใจอย่างประหลาดที่ได้เห็นเธอยังมีชีวิตอยู่—ความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับมันไว้ด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด
รินรดาวางแก้วกาแฟลงอย่างนุ่มนวล เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาสดใสคู่นั้นมองทะลุผ่านเกราะกำบังอันเย็นชาของเขาไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"ถ้าฉันอยากมอบตัว ฉันคงไปเคาะประตูสถานีตำรวจกลางเมืองตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะครับคุณศศิน..." รินรดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบื้องใกล้ เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา "แต่ที่ฉันต้องมาหาคุณที่นี่... ดึกดื่นดื่นค่ำแบบนี้ ก็เพราะว่าหลักฐานชิ้นสำคัญที่คุณกำลังใช้ตรวจสอบคราบเลือดบนเสื้อเชิ้ตของเหยื่อรายล่าสุด... มันถูกสับเปลี่ยนไปตั้งแต่ก่อนที่คุณจะก้าวเท้าเข้าห้องแล็บเสียอีก"
ศศินชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน สมองส่วนหน้าประมวลผลคำพูดนั้นอย่างบ้าคลั่ง
*ถูกสับเปลี่ยน? เป็นไปไม่ได้! ห้องแล็บของเขาใช้ระบบยืนยันตัวตนด้วยม่านตาและลายนิ้วมือระดับสูงสุด บันทึกการเข้าออกไม่มีร่องรอยการถูกเจาะระบบแม้แต่น้อย*
"คุณหมายความว่าอย่างไร..." ศศินเค้นเสียงถาม
"หมายความว่า... คนที่เรากำลังตามล่า ไม่ได้อยู่แค่ข้างนอกคฤหาสน์หลังนี้ครับ แต่มันกำลังนั่งยิ้มอยู่ที่โต๊ะทำงานในกองบัญชาการตำรวจที่คุณเพิ่งเดินจากมาต่างหากล่ะครับ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม ก่อนจะคว้าข้อมือของเขาแล้วออกแรงดึง "ถ้าไม่อยากตกเป็นแพะรับบาปแทนฆาตกรตัวจริงในคดีนี้ ตอนนี้เรามีเวลาเหลืออีกแค่ยี่สิบนาที... ก่อนที่สถานีตำรวจจะกลายเป็นนรกบนดิน"
ทั้งคู่พุ่งตัวออกจากคฤหาสน์ท่ามกลางความมืดมิด มุ่งหน้าสู่สถานีตำรวจใจกลางเมืองโดยไม่รู้เลยว่า ทุกย่างก้าวของพวกเขากำลังถูกจับตามองผ่านเลนส์กล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่มุมห้อง
---
เสียงกริ่งโทรศัพท์ฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานของร้อยตำรวจเอกวิชาญดังลั่นห้องท่ามกลางความเงียบสงบยามดึก นายตำรวจหนุ่มใหญ่ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขายกหูขึ้นด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์
"มีอะไร! ดึกดื่นป่านนี้แล้วโทรมา..."
(สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!) เสียงปลายสายละลำล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนก (ห้องเก็บของกลาง... ห้องเก็บของกลางถูกงัด! วัตถุพยานในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องหมายเลขศูนย์เจ็ด... หายไปครับ!)
วิชาญลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างชาดิ่งราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็ง
ครู่ต่อมา ประตูห้องทำงานของสารวัตรวิชาญก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของศศินและรินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอดีตโปรไฟล์เลอร์สาว ขณะที่ศศินวางแฟ้มคดีลับลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น
"สารวัตรครับ..." ศศินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาคมกริบกลับจ้องมองตรงไปยังรอยเปื้อนเลือดจางๆ ที่มุมเสื้อสูทของนายตำรวจหนุ่ม "เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว... เกี่ยวกับคราบเลือดปริศนาบนเสื้อของคุณ"
[🔔 ติ๊ง! ระบบตรวจพบเหตุการณ์วิกฤตระดับ SSS: "การเผชิญหน้ากับหนอนกระเทือนบัลลังก์"]
[📊 ประเมินความเสี่ยง: 99.8% | สถานะพยาน: ถูกบิดเบือนโดยผู้มีอิทธิพล]
[⚡ ภารกิจเร่งด่วน: เปิดโปงหลักฐานมัดตัวสารวัตรวิชาญภายใน 10 นาทีก่อนที่กำลังเสริมของฝ่ายตรงข้ามจะมาถึง!]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับอาชญากรในความทรงจำ•ตอนที่ 2
หญิงสาวในเงามืด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หน้าตายกับอาชญากรในความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!