ฮีลเลอร์เลเวลสูงสุดหยุดตบเกรียนพวกยศใหญ่•ตอนที่ 2

ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
เศษซากเหล็กกล้าบิดเบี้ยวและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ไม่ได้ทำให้ความเงียบงันภายในดันเจี้ยนระดับ S มืดมิดนี้น่ากลัวลงเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง คือลมหายใจที่กำลังจะขาดหุบของรินทร์ ร่างกายของเขาถูกแรงกระแทกจากกับดักวิญญาณมรกตฉีกกระชากจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม กระดูกซี่โครงหักทิ่มทะลุปอด เลือดสีแดงฉานไหลนองท่วมพื้นหินเย็นเฉียบ ทว่า ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะใกล้จะดับวูบ เสียงคำรามทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกราวกับเสียงจากขุมนรกก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา [ตรวจพบชีพจรต่ำกว่าเกณฑ์อันตราย...] [ระบบ 'หมอเทวะแรงก์ SSS' ทำการเปิดใช้งานระบบฉุกเฉินอัตโนมัติเนื่องจากผู้ถือครองใกล้เสียชีวิต] [กำลังถ่าย 0.01% ของพลังงานบรรพกาลเข้าสู่ร่างกาย... เริ่มกระบวนการฟื้นฟูขั้นสูงสุด] รินทร์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดระดับที่สามารถทำให้คนปกติสติหลุดกระเจิง กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบราวกับมีลาวาเหลวไหลเวียนไปตามเส้นเลือดฝอยทุกตารางนิ้ว แผลฉีกขาดที่หน้าอกสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ กล้ามเนื้อและกระดูกที่เคยแหลกละเอียดถูกหลอมรวมขึ้นใหม่โดยมีละอองแสงสีทองประกายไข่มุกห่อหุ้มไว้ราวกับเทพเจ้ากำลังปั้นแต่งประติมากรรมชิ้นเอก "อึก...!" รินทร์สำลักลิ่มเลือดดำก้อนสุดท้ายออกมา ดวงตาที่เคยหม่นแสงและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ค่อยๆ เงยขึ้นจ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แววตาของฮีลเลอร์ชั้นต่ำที่คอยก้มหัวให้ใครอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือสายตาของพญาอินทรีที่มองลงมาจากยอดหุบเขา [สถานะผู้ถือครองได้รับการยกระดับสู่ 'ระดับตำนาน' สำเร็จ] [ปลดล็อกสกิลติดตัว: 'เนตรจุติเทพ' - มองเห็นจุดอ่อนและเส้นลมปราณของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในรัศมี 10 กิโลเมตร] [ปลดล็อกสกิลแอคทีฟ: 'หัตถ์เทวะสวรรค์' - ฮีลได้ทุกสรรพสิ่ง แม้กระทั่งวิญญาณที่แตกสลาย หรือสามารถปลิดชีพเป้าหมายได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส] รินทร์ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสัมผัสได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นหินสร้างแรงสั่นสะเทือนเบาๆ สะท้อนก้องกังวานในความเงียบ ร่างกายของเขาในตอนนี้ไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผล ผิวพรรณเปล่งประกายออร่าสีทองจางๆ ขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูน่าเกรงขามจนแทบหายใจไม่ออก ในจังหวะนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ก็ดังทะลุผนังหินเข้ามาในดันเจี้ยน *พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!* แรงลมมหาศาลจากการหมุนของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนสิบลำ พัดโหมกระหน่ำจนเศษซากปรักหักพังปลิวว่อน กองกำลังรักษาความลับระดับประเทศในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิท พร้อมอาวุธครบมือ โรยตัวลงมาจากเชือกอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็ว พวกเขายืนล้อมรอบปากทางเข้าดันเจี้ยนด้วยท่าทีคุกคาม ทว่า ทันทีที่ประตูห้องควบคุมหลักเปิดออก ร่างของชายในชุดสูทสั่งตัดพิเศษราคาแพงลิบลิ่วก็ก้าวออกมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง คีย์ หัวหน้ากิลด์มังกรฟ้า ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและขับไล่รินทร์ออกจากปาร์ตี้อย่างไม่ใยดี เดินนำหน้าลูกน้องระดับสูงนับสิบคนเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนจะชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นร่างของใครบางคนยืนเด่นสงอยู่ท่ามกลางแสงสว่างสีทองจางๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์แข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสิ่งที่เห็น เขารู้ดีว่าดันเจี้ยนระดับ S นี้อันตรายแค่ไหน และมนุษย์ขยะอย่างรินทร์ควรจะกลายเป็นปุ๋ยฝังอยู่ใต้ซากหินไปนานแล้ว ไม่ใช่มายืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ซึ่งความหวาดกลัวเช่นนี้ "แก... แกยังไม่ตายเรอะ รินทร์?" คีย์เค้นเสียงถามลอดไรฟัน สีหน้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียวเมื่อพบว่าเหยียบย่ำเป้าหมายไม่สำเร็จ รินทร์ไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยันและอำนาจที่ล้นทะลัก จนทำให้คีย์และเหล่าฮันเตอร์ระดับสูงด้านหลังถึงกับผอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ตกใจมากสินะครับ... ท่านหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับก้องกังวานเสียดแทงลึกลงไปในโสตประสาทของทุกคนในที่นั้น "คิดไม่ถึงล่ะสิ ว่าสุนัขรับใช้ที่พวกคุณถีบหัวส่ง จะลุกขึ้นมาเป็นผู้พิพากษาชีวิตของพวกคุณในวันนี้" คีย์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยว ศักดิ์ศรีของหัวหน้ากิลด์ระดับแนวหน้าถูกสั่นคลอนต่อหน้าลูกน้องนับร้อย เขาชักดาบเคลือบมานาสีฟ้าประกายออกมา ชี้ตรงไปยังร่างของรินทร์ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความรู้สึกประหลาดที่กดทับลงมาบนหน้าอก "ปากดีนักนะไอ้สวะ! ต่อให้แกฟลุกรอดมาได้ แต่แกคิดว่าตัวคนเดียวจะสู้กองกำลังพิเศษระดับประเทศที่ฉันซื้อมาด้วยเงินนับหมื่นล้านได้งั้นเรอะ? ลูกน้องทุกคน... ฆ่ามันซะ! เอาหัวมันมาให้ฉัน!" สิ้นคำสั่งของคีย์ ฮันเตอร์ระดับสูงนับสิบคนพุ่งทะยานเข้าหารินทร์พร้อมกันด้วยจิตสังหารรุนแรง ประกายแสงจากเวทมนตร์และอาวุธนานาชนิดสว่างวาบไปทั่วบริเวณ มุ่งเป้าหมายปลิดชีพชายหนุ่มให้หายไปจากโลกใบนี้ในพริบตาเดียว รินทร์ยืนนิ่งสนิท ราวกับไม่สะทกสะท้านต่อพายุคมดาบที่กำลังถาโถมเข้ามา เขาเพียงแค่ปรายตามองกลุ่มคนที่วิ่งเข้ามาหาด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะยกมือขวาขึ้นช้าๆ แล้วดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง *แปะ.* คลื่นกระแทกสีทองอร่ามระเบิดออกรัศมีวงกว้าง พลังกดดันระดับเทพเจ้าแผ่พุ่งทะยานบดขยี้แรงโน้มถ่วงรอบตัวจนพื้นหินแตกละเอียดเป็นผุยผง ฮันเตอร์ระดับสูงที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายของพวกเขากลายเป็นอัมพาตทันทีภายใต้แรงกดดันมหาศาล ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษยชาติ คีย์หน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย เขาล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่อแรงกดดันนั้นพุ่งตรงมาที่เขาเพียงคนเดียว รินทร์ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของเหล่าฮันเตอร์ที่ทรุดตัวลงคุกเข่าทีละคน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจของทุกคนจนแทบหยุดเต้น ก่อนที่เขาจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคีย์ที่กำลังเงยหน้ามองด้วยความหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ รินทร์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของอดีตนายเหนือหัวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เหี้ยมเกรียม "จำเอาไว้นะครับคีย์... เงินน่ะซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นลมหายใจที่ผมกำลังจะกระชากออกจากร่างของคุณในวินาทีนี้" รินทร์ยื่นมือออกไปสัมผัสที่หน้าผากของคีย์เบาๆ พร้อมกับที่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอีกลำบินมาจอดนิ่งสนิทบนยอดปากทางเข้า พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวลงมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารลับมูลค่ามหาศาล... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่ความสะใจในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์เลเวลสูงสุดหยุดตบเกรียนพวกยศใหญ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%