กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก ทัศนียภาพเบื้องหน้าของผมมีเพียงผนังหินชื้นแฉะของดันเจี้ยนระดับ B ที่อาบย้อมไปด้วยสีชาด ร่างกายของผมซีกซ้ายแนบติดอยู่กับพื้นดินเย็นเฉียบ กระดูกซี่โครงหักทิ่มปอดทุกลมหายใจเข้าออก ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกไฟแผดเผา แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าความบาดแผลทางกาย คือความจริงที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่คมของชายเบื้องหน้า
"อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลย รินทร์ นายก็รู้ว่าพวกเราจำเป็นต้องใช้ 'เหยื่อล่อ' เพื่อเปิดทางหนี"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเอ่ยวาจาหอมหวานสัญญาว่าจะร่วมสุขร่วมทุกข์ บัดนี้กลับราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึก คีย์ หัวหน้ากิลด์มังกรฟ้าและเพื่อนสนิทที่ผมไว้ใจที่สุด กำลังยืนมองดูผมถูกฝูงออร์คกระหายเลือดล้อมกรอบ รอยยิ้มที่มุมปากของมันช่างน่าสะบักสะบอมและน่าสมเพชสิ้นดี
ผมพยายามเค้นเสียงแหบแห้งลอดไรฟันที่อาบเลือด "พวกเรา... ร่วมมือกันมาสามปี... คีย์... แกทำแบบนี้ทำไม?"
คีย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งเขี่ยเศษดาบที่หักงอของผมออกห่างจากตัว ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "สามปีเหรอ? นายมันก็เป็นแค่ฮีลเลอร์เกรด E ไร้ค่าที่คอยเป็นภาระให้กิลด์เราต้องแบกรับมาตลอด นายคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉันจะลดตัวมาคบหากับแกไปตลอดชีวิต? ประโยชน์เดียวที่แกมีในตอนนี้ คือการใช้ร่างสวะๆ ของแกถ่วงเวลาให้พวกฉันถอนกำลังออกจากดันเจี้ยนนี้ได้สำเร็จต่างหากล่ะ"
คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมดาบของมอนสเตอร์รอบกาย ลูกน้องในกิลด์อีกสี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย บางคนถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจ ราวกับผมเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งที่พวกมันจงใจกวาดทิ้งลงถังขยะ
"ลาก่อนนะ ฮีลเลอร์ผู้เสียสละ... ขอให้สนุกกับฝูงออร์คนะครับ"
คีย์หันหลังให้ผมอย่างไร้เยื่อใย สัญญาณเวทมนตร์เทเลพอร์ตถูกเปิดใช้งาน แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นรอบตัวของพวกมัน ร่างของคนเหล่านั้นค่อยๆ เลือนหายไปจากดันเจี้ยนแห่งนี้ ทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับความตายลำพังท่ามกลางฝูงออร์คยักษ์กว่ายี่สิบตัวที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความกระหาย
เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถง กลิ่นเหม็นสาบตีเข้าจมูก ร่างกายผมขยับแทบไม่ได้ เลือดสีแดงฉานไหลนองท่วมพื้น ความมืดมิดเข้ากัดกินจิตใจทีละน้อย ความรู้สึกโกรธแค้น เกลียดชัง และความอัดอั้นตันใจระเบิดขึ้นในอกจนแทบสำลัก
นี่คือจุดจบของผมอย่างนั้นหรือ? ตายอย่างไร้ค่าในดันเจี้ยนเน่าๆ ใต้ดินที่ไม่มีใครค้นพบศพ ถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด...
[ติ๊ง! ตรวจพบเจตจำนงแห่งการเอาชีวิตรอดถึงขีดสุด... เงื่อนไขผ่าน]
[ระบบ 'หมอเทวะแรงก์ SSS' ทำการเชื่อมต่อกับโฮสต์เสร็จสมบูรณ์]
เสียงสังเคราะห์ประหลาดดังขึ้นในหัวของผม ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากความว่างเปล่า พลังงานอุ่นร้อนสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่เส้นเลือดฝอยทุกอณู ร่างกายที่ควรจะแหลกสลายกลับถูกประสานเข้าด้วยกันอย่างปาฏิหาริย์ กระดูกที่หักเชื่อมต่อกันในพริบตา เลือดที่ไหลหยุดลงทันที และพลังเวทมนตร์อันมหาศาลที่ถูกกดทับไว้ตลอดหลายปี พรั่งพรูออกมาจนผนังดันเจี้ยนสั่นสะเทือน
ผมค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ เงาของผมทาบทับลงบนฝูงออร์คที่พุ่งเข้ามาใกล้ ดวงตาที่เคยอ่อนแอและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เยือกเย็น และเหี้ยมเกรียมราวกับยมทูต
พวกออร์คชะงักฝีเท้าด้วยความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวผมจนพวกมันสั่นเทา
ผมยกมุมปากขึ้น ยิ้มรับกับชีวิตใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้
"พวกแก... รีบไปไหนกันล่ะครับ เกมล่าล้างบางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะ"
[โฮสต์ได้รับสิทธิ์เข้าถึง: 'คลินิกเทวะนิรันดร์' และ 'บัตรเครดิตดำมิติไร้ขีดจำกัด']
[เสียงฝีเท้าของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนสิบลำกำลังบินเข้ามาจอดเหนือปากทางเข้าดันเจี้ยน พร้อมกับกองกำลังรักษาความลับระดับประเทศที่ถูกเรียกตัวด้วยอำนาจเงินมหาศาลเพื่อต้อนรับการกลับมาของท่าน...]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกของ "หมอเทวะแรงก์ SSS" ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ฮีลเลอร์เลเวลสูงสุดหยุดตบเกรียนพวกยศใหญ่•ตอนที่ 1
จุดจบที่ดันเจี้ยนเน่าๆ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์เลเวลสูงสุดหยุดตบเกรียนพวกยศใหญ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
