เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 24

เดิมพันสุดท้าย

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กาแฟในแก้วกระฉอกออกมาเล็กน้อย เสียงนั้นดังก้องทำลายความเงียบงันที่กดดันบรรยากาศภายในห้องจนแทบหายใจไม่ออก "คุณทบทวนดีแล้วใช่ไหม ธาม" ปาลิน โปรดิวเซอร์สาวมือฉกาจถอนหายใจยาว เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้มีสีหน้าราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ธามนั่งไขว่ห้าง มือประสานกันบนตักอย่างผ่อนคลาย แต่รัศมีรอบตัวกลับแผ่ความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจน "ผมตัดสินใจแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างมั่นคง ไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย "สัญญาที่เหลือทั้งหมด ผมขอยกเลิก และในส่วนของค่าปรับ ผมจะจัดการเคลียร์ให้ทางสถานีภายในวันนี้" "คุณรู้ใช่ไหมว่าการถอนตัวตอนนี้ กลางคันของรายการเรียลลิตี้ที่กำลังเรตติ้งพุ่งกระฉูด มันหมายถึงอะไร" ปาลินเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะ "โลกโซเชียลจะถล่มคุณยับเยิน ข้อหาหนีปัญหา และที่สำคัญ..." โปรดิวเซอร์สาวหรี่ตามอง "รินรดาจะรู้สึกยังไง ถ้าเธอรู้ว่าสาเหตุที่คุณทำแบบนี้... เป็นเพราะปกป้องเธอจากกระแสข่าวฉาวนั่น" มุมปากของธามกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย "เธอก็จะด่าผมว่าโง่ แล้วก็ทำหน้ายุ่งใส่เหมือนเดิมน่ะสิครับ" ธามตอบเบาๆ แต่แววตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงใบหน้าของหญิงสาว "แต่ก็นั่นแหละครับ... ดีกว่าปล่อยให้เธอต้องมารับมือกับลูกกระสุนคำพูดของคนพวกนั้นคนเดียว" ย้อนกลับไปเมื่อคืนก่อน หน้าจอโทรศัพท์มือถือของธามสว่างวาบด้วยข้อความนับร้อยจากแฟนคลับรายการและสื่อบันเทิงออนไลน์ที่ขุดคุ้ยเรื่องราวส่วนตัวของรินรดา ภาพถ่ายแอบถ่ายของเธอในอดีตถูกนำมาบิดเบือนเพื่อสร้างกระแสความเกลียดชัง ในฐานะวิศวกรระบบ เขาสามารถสืบหาต้นตอและปิดกั้น IP Address เหล่านั้นได้ในพริบตา แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ยืนมองดูผู้หญิงปากร้ายแต่เปราะบางคนนั้นต้องกัดฟันอดทนต่อแรงกดดันมหาศาลโดยไม่ปริปากบ่น... เขารู้ดีว่ามาตรวัดระยะห่างที่เคยขีดเส้นไว้ มันพังทลายลงนานแล้ว ธามไม่อาจทนเห็นรินรดาเอาแต่ "เซฟ" ตัวเองด้วยการทำเป็นไม่สนใจโลก ทั้งที่ข้างในแหลกสลายได้อีกต่อไป ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักรับรองปลายทางอีกฝากหนึ่งของอาคาร รินรดากำลังยืนกอดอกแน่น หน้าจอแท็บเล็ตในมือแสดงพาดหัวข่าวบันเทิงชิ้นล่าสุดที่พาดพิงถึงตัวเธอและธามด้วยถ้อยคำรุนแรง ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความโกรธผสมความน้อยใจ ปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูจะเปิดออก ปาลินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ริน..." โปรดิวเซอร์สาวเรียกเสียงแผ่ว "ฉันไม่อ่านแก้ตัวอะไรทั้งนั้นแหละพี่ปาลิน" รินรดาชิงพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเครือในลำคอ "ถ้าสถานีอยากให้ฉันถอนตัวจากการเป็นพิธีกรคู่กับธามเพื่อจบเรื่องนี้ ก็บอกมาตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องอ้อมค้อม" "ไม่ใช่เรื่องเธอหรอกริน..." ปาลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตัดสินใจวางเอกสารอีกชุดลงตรงหน้าหญิงสาว "นี่คือใบลาออกจากการเป็นผู้ร่วมรายการของธาม เขาเพิ่งยื่นให้ฉันเมื่อกี้" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก แท็บเล็ตในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อหู "พี่... ว่าอะไรนะ?" "เขาถอนตัว" ปาลินย้ำชัดถ้อยชัดคำ "ธามยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ยกเลิกสัญญา และจ่ายค่าปรับเองทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระแสข่าวพวกนี้ลามมาถึงตัวเธอ เขารู้ว่าถ้าเขาอยู่ต่อ สปอตไลท์จะยิ่งโหมกระหน่ำใส่เธอไม่หยุด" ความรู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบลงกลางอก รินรดานิ่งงัง สมองขาวโพลน คำพูดนับร้อยที่เตรียมไว้จะปะทะกับชายหนุ่มจอมเผด็จการและมีเหตุผลคนนั้นหายวับไปกับตา หัวใจเต้นรำถี่กระชั้นอย่างบ้าคลั่ง ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยคลื่นความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นจนจุกอก มันทั้งอุ่นวาบและปวดร้าวในเวลาเดียวกัน "คนบ้า..." รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำใสๆ รื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ "ใครใช้ให้เขาทำแบบนี้... ใครขอร้องเขาเล่า!" "เขาไม่ได้ขออนุญาตเธอหรอกริน" ปาลินตบไหล่พิธีกรสาวเบาๆ อย่างเห็นใจ "ผู้ชายประเภทธาม... เลือกที่จะลงมือทำมากกว่าจะพ่นคำหวานพร่ำเพรื่อ เธอเองก็รู้ดีกว่าใครไม่ใช่หรือไง" รินรดาไม่รอฟังคำพูดใดอีกต่อไป เธอกวาดแท็บเล็ตโยนลงโต๊ะ หมุนตัวพุ่งพรวดออกจากห้องพักรับรองด้วยฝีวากเร่งรีบ เป้าหมายเดียวในหัวตอนนี้คือการไปกระชากคอเสื้อคนหัวรั้นที่คิดจะตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวอีกครั้ง! ทางเดินยาวเหยียดของสถานีโทรทัศน์ดูเหมือนจะยาวไกลกว่าปกติ หัวใจของรินรดากระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมานานนับสัปดาห์ระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม แต่เธอไม่คิดจะยกมือขึ้นเช็ดมันด้วยซ้ำ ความโกรธและความห่วงใยตีรวนกันจนแยกไม่ออก และแล้ว... ที่มุมระเบียงทางเชื่อมตึกกระจก ซึ่งเป็นจุดอับสายตาและเงียบสงบที่สุดของชั้นนี้ ร่างสูงโปรดยืนหันหลังให้ เธอมองเห็นแผ่นหลังกว้างในชุดสูทเข้ารูปที่คุ้นตา เขากำลังยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู คล้ายกำลังคุยธุระสำคัญ "ครับ... จัดการตามนั้นได้เลย เรื่องค่าปรับผมโอนให้ฝ่ายบัญชีเรียบร้อยแล้ว" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านอากาศมาเข้าหูรินรดาที่วิ่งมาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว "ธาม!" เจ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อย ชายหนุ่มลดโทรศัพท์ลงก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเบิกกว้างขึ้นนิดเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวตรงหน้า ผมเผ้าที่เคยรวบไว้เรียบร้อยหลุดลุ่ย ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา และอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจหอบ ธามนิ่งงันไปชั่วขณะ มือที่ถือโทรศัพท์ลดลงข้างลำตัวโดยอัตโนมัติ รินรดากลืนน้ำเหนียวๆ ลงคอ ก้าวเท้าเข้าไปหาเขาด้วยระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาลอยเข้า "คุณ... ทำบ้าอะไรลงไป" เสียงของเธอสั่นเครือ ทั้งโกรธ ทั้งตัดพ้อ และสั่นสะท้านไปด้วยแรงอารมณ์ ธามมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษามาadนิ่งขรึมตามนิสัย แต่แววตากลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้มานาน "ผมก็แค่... ทำในสิ่งที่ควรทำ" ธามตอบเสียงเรียบ พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคาดคั้นนั้น แต่รินรดากลับเอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อสูทของเขาไว้แน่น บังคับให้เขากลัยมาสบตากับเธอ "ใครบอกให้คุณมาปกป้องฉัน!" รินรดาขึ้นเสียง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขา "คุณคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่มาจากไหน ถึงได้กล้าตัดสินใจลาออกโดยไม่ปรึกษาฉันเลยสักคำ! คุณเห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง ถึงได้ชอบทำตัวเป็นคนดีลับหลังอยู่เรื่อย!" ธามนิ่งเงียบ ปล่อยให้หญิงสาวระบายความอัดอั้นตันใจออกมา มือหนายื่นขึ้นช้าๆ ไม่ได้ปัดมือเธอออก แต่กลับวางทาบทับลงบนหลังมือเรียวที่กำปกเสื้อของเขาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านทะลุเนื้อผ้า ทำให้รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุด "ริน..." ธามเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยเปล่งออกมา มันนุ่มนวลและบาดลึกจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "ถ้าผมไม่ทำ... แล้วปล่อยให้คนพวกนั้นเหยียบย่ำความรู้สึกคุณไปเรื่อยๆ จนกว่ารายการจะจบ คุณคิดว่าหัวใจผมมันจะทนดูไหวเหรอครับ" คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำหวานเชื่อมใดๆ แต่กลับมีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์ รินรดาอ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ "คุณ..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงจนแทบกระซิบ ธามขยับเข้ามาประชิดอีกนิด จนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบของระเบียง ด้านนอกคือวิวเมืองยามเย็นที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แต่โลกทั้งใบของรินรดากลับเหลือเพียงเงาสสะท้อนของชายหนุ่มที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดรดรดแก้ม "ผมยอมเสียตำแหน่ง ยอมเสียเงิน และยอมเสียหน้า..." ธามกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนขนลุกซู่ "แต่ผมไม่มีวันยอมเสียคุณให้กับคำพูดไร้สาระพวกนั้นเด็ดขาด" รินรดารู้สึกเหมือนเข่าแทบทรุด หัวใจเต้นโครมครามจนดังทะลุอก มาตรวัดระยะห่างที่เธอเพียรสร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าผู้ชายปากร้ายแต่คลั่งรักคนนี้ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือด่าทอเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายตามสไตล์เดิม แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินเลี้ยวโค้งเข้ามาทางระเบียง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของโปรดิวเซอร์สาวที่ดังแว่วมาไกลๆ "ธาม! ริน! อยู่แถวนี้ไหม ปาลินให้มาตาม..." ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่บุคคลที่สามจะก้าวพ้นมุมตường ธามไม่ปล่อยให้เวลาหลุดลอย มือหนาเอื้อมรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงประกบเรียวปากลงบนริมฝีปากของรินรดาอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด! รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะก่อนที่ความอุ่นวาบจะแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang เสียงฝีเท้าหยุดชะงักกะทันหัน พร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าด้วยความตกตะลึงของปาลินที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมระเบียง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวรั้นไปกับพวกเขานะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%