เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง•ตอนที่ 22

จุดเปลี่ยนของเกมรัก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของธามไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าฟังเลยสักนิดในสถานการณ์นี้ มันคือเสียงของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า... หรืออย่างน้อย เขาก็คิดว่าตัวเองกำลังถืออยู่ “เรายังคุยกันไม่จบนะครับ รินรดา” ประโยคทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งอยู่ในช่องว่างอุณหภูมิระหว่างเรา สตูดิโอจัดเก็บเอกสารหลังกองถ่ายเวลานี้เงียบสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟฟิลาเมนต์ที่ห้อยระย้าลงมา บรรยากาศรอบตัวชวนให้รู้สึกอึดอัดชอบกล กลิ่นกาแฟคั่วบดจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ของธาม ลอยวนอยู่ในรัศมีที่ใกล้เกินความจำเป็น รินรดากะพริบตาช้าๆ เธอมองชายหนุ่มที่ยืนขวางทางออก ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปーンเล็กน้อยตามวิสัยคนทำงานหนัก เขายังคงรักษามา Gaze อันเย็นชาและนิ่งสนิทเอาไว้ได้ดีเยี่ยม—ถ้าไม่ติดว่าปลายนิ้วเรียวยาวของเขากำลังเคาะลงกับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเป็นจังหวะรัวๆ ซึ่งเป็นภาษาทางกายภาพอย่างเดียวที่ฟ้องว่าพ่อวิศวกรผู้แสนไร้ที่ติคนนี้กำลัง ‘ประหม่า’ ให้ตายสิ... ผู้ชายปากแข็งคนนี้คิดจะเล่นเกมตึงใส่เธอจริงๆ สินะ “แล้วใครบอกคุณล่ะครับ ว่าฉันอยากจะคุยต่อ” รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างท้าทาย เธอไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว กลับกัน เธอก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนปลายรองเท้าคัทชูเกือบจะแตะกับปลายรองเท้าหนังของเขา “หรือว่า... คุณแค่อยากหาเรื่องยื้อเวลาให้อยู่ใกล้ฉันนานขึ้นกันแน่” ธามชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทอย่างรวดเร็ว แต่รินรดาทันเห็นมัน เธอเป็นพิธีกรที่ฝึกอ่านภาษากายคนมานับร้อย ปฏิกิริยาเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้หลบตาเธอไม่พ้นหรอก “คุณมั่นใจเกินไปแล้ว รินรดา” ธามกดเสียงต่ำลง ความนิ่งขรึมเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน เมื่อหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นอย่างที่เขาคาดหวัง ตรงกันข้าม เธอกลับเร่งเกมรุกใส่เขาแบบไม่ทันตั้งตัว “ก็เพราะมั่นใจ... ถึงได้รู้ไงคะว่าคุณกำลังกลัว” รินรดาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เธอยกมือขึ้นกอดอก ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ข้อศอกตัวเอง เพื่อกะระยะห่างที่บีบให้ธามต้องเป็นฝ่ายอึดอัดเสียเอง “วิศวกรระบบผู้ควบคุมทุกอย่างในตารางชีวิตได้สมบูรณ์แบบ แต่ทำไม... แค่เรื่องของเรา ถึงต้องทำเป็นหลบเลี่ยงด้วยการสร้างกำแพงล้อมรอบล่ะครับ” คำว่า ‘ของเรา’ ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อกึ่งจริงจัง มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนธามเผลอขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นคมขยับเล็กน้อยยามที่เขาหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เกมนี้... เธอเป็นคนเริ่มเปลี่ยนกระดานเอง “คุณกำลังเล่นกับไฟนะ รินรดา” ธามขยับตัวเข้าใกล้จนพื้นที่หายใจเริ่มแคบลง ไออุ่นจากร่างกายของเขาลอยมากระทบผิวแก้มจนรินรดารู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ แต่เธอปฏิเสธที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาทางสีหน้า เธอเลือกที่จะเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงจนแทบจะทะลักออกมานอกอกแล้วก็ตาม “ไฟเหรอคะ?” รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม เป็นรอยยิ้มแบบที่เธอใช้เวลาต้อนแขกรับเชิญปากแข็งในรายการให้จนมุม “แปลกจัง ฉันนึกว่าตัวเองกำลังเล่นกับน้ำแข็งซะอีก... น้ำแข็งที่ละลายช้าเหลือเกิน จนฉันชักจะหมดความอดทนแล้วสิ” สิ้นคำพูดนั้น รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปอีกก้าวเดียวจนหน้าอกแทบจะชนกับแผงอกกว้างของเขา มือเรียวบางที่เคยอดอกเปลี่ยนมาวางทาบลงบนปกเสื้อเชิ้ตด้านซ้ายของเขาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากจังหวะการเต้นของหัวใจใต้ฝ่ามือ—มันเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ราวกับกลองรบที่กำลังประโคมเพลงกระชั้นชิด ธามสูดหายใจเข้าลึกยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่นคมืดลงไปหลายส่วน ความซึนเดระที่เคยห่อหุ้มตัวเขาไว้ราวกับเกราะเหล็ก บัดนี้ร้าวรานและแตกกระเจิงลงทีละน้อยเมื่อเจอความกล้าบ้าบิ่นของหญิงสาว “ริน...” เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วพร่า มันไม่ใช่เสียงดุอย่างเคย แต่เป็นเสียงที่เจือความสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง “หืมว่ายังไงคะ? ไหนลองพูดให้จบซิ... คุณวิศวกร” รินรดาเงยหน้ากระซิบชิดริมฝีปากของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดกันจนแทบจะกลายเป็นลมหายใจเดียวกัน ความใกล้ชิดนี้ทำเอาธามถึงกับนิ่งค้าง สมองที่เคยประมวลผลตรรกะและเหตุผลได้อย่างรวดเร็ว พาลรวนเรจนชัตดาวน์ไปชั่วขณะ รินรดาแอบอมยิ้มในใจ เธอเห็นแล้ว... อาการที่เรียกว่า ‘ไปไม่เป็น’ ของผู้ชายปากแข็งคนนี้ มันน่าแกล้งเสียจนเธอแทบจะหยุดยิ้มไม่ได้ แต่ทว่า... ในจังหวะที่ธามกำลังจะพ่ายแพ้ต่อแรงโน้มถ่วงและตัดสินใจก้มลงปิดช่องว่างระหว่างพวกเขานั้นเอง *แอ๊ดดดด—!* เสียงประตูห้องจัดเก็บเอกสารเปิดผงะออกอย่างไร้ความเกรงใจ แสงไฟสว่างจ้าจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาตัดบรรยากาศสีส้มโรแมนติกจนกระเจิง “อุ๊й! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะสวีทหวานเลี่ยนกระชากเรตติ้งตรงนี้จริงๆ นะคะพอดีเอกสารคิวตัดต่อตอนหน้ามัน—” เสียงแหลมใสคุ้นหูของปาลิน โปรดิวเซอร์สาวตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉาบอยู่บนใบหน้า เธอยืนพิงกรอบประตูพลางกระดิกนิ้วแซวอย่างสนุกสนาน โดยมีทีมงานอีกสองสามคนยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ด้านหลัง รินรดารีบชักมือออกจากอกของธามทันที ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับคาหนังคาเขา ส่วนธาม... สถาปนิกความนิ่งเงียบเมื่อครู่ กลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างชัดเจน เขากวาดสายตาดุๆ ไปยังปาลินจนโปรดิวเซอร์สาวต้องรีบยกมือยอมแพ้ “เอ่อ... งั้นฉันหยิบแฟ้มนี้แล้วจะรีบเผ่นไปเลยนะจ๊ะ เชิญพวกเธอ ‘คุยกันต่อ’ ตามสบายจ้า!” ปาลินหัวเราะคิกคักก่อนจะคว้าแฟ้มบนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินลิ่วหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปิดประตูลงเบาๆ ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องนี้อีกครั้ง บรรยากาศเดิมๆ ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง แต่ความกรุ่นไอร้อนระอุระหว่างพวกเขายังคงค้างคา รินรดากระแอมเบาๆ เพื่อกอบกู้มาดพิธีกรสาวผู้มั่นใจ เธอกำลังจะหันหลังเดินหนีเพื่อแก้เขินจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่ทว่า... ข้อมือบางกลับถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาของคนที่ยืนนิ่งอยู่เงียบๆ เธอหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ธามไม่ได้ปล่อยเธอไปอย่างที่ควรจะเป็น ดวงตาคมกริบคู่นั้นมืดสนิทและเต็มไปด้วยประกายความดื้อรั้นที่มากกว่าเดิม “ใครบอกให้คุณหนีล่ะครับ... รินรดา” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูของเธอในระยะประชิดที่อันตรายกว่าเดิม “เกมเมื่อกี้... ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ” หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรงเมื่อสายตาของเขาบ่งบอกชัดเจนว่า... เขาเอาจริงแล้ว โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ — ดรากอนไรเดอร์ —
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดระยะห่าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%