"ถ้าเจ้าก้าวเท้าพ้นธรณีประตูห้องใต้ดินนี้ไป ความจริงที่พี่ชายของเจ้าทุ่มเทชีวิตปกป้องจะมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลี... แต่เจ้าจะรอด"
น้ำเสียงของอาจารย์อาช่าราบเรียบและเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ ทว่าแววตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงโบราณกลับไหววูบคล้ายคลึงกับเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก เซนชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าหนังบู้ทหยุดห่างจากบันไดหินศิลาขั้นสุดท้ายเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและละอองเวทมนตร์ธาตุแสงสีครามจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว บรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารลับใต้หอสมุดกลางสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเดียเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นโครมครามราวกับกลองศึก
มือขวาของเซนสั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่ได้กุมด้ามไม้กายสิทธิ์ แต่กำลังกำ "ศิลาบันทึกความทรงจำ" ชิ้นเล็กเท่าฝ่ามือในกระเป๋าเสื้อคลุม มันอุ่นจัด ร้อนรุ่มเสียจนแผ่นอกข้างซ้ายระอุราวกับมีถ่านไฟคุโชนอยู่ข้างใน
ภายในศิลาชิ้นนี้บันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน—วันที่พี่ชายของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏและผู้ทรยศต่อสภาเวทมนตร์ หากเขาเลือกที่จะนำมันขึ้นไปส่งมอบให้กับคณะกรรมการวินัยในเช้าวันพรุ่งนี้ ชื่อเสียงของตระกูลจะได้รับการกู้คืน ความบริสุทธิ์ของพี่ชายจะปรากฏแก่สายตาทุกคน แต่... แลกมาด้วยการที่สภาเวทมนตร์จะล่วงรู้ถึง "จุดอ่อน" ของโครงสร้างเกราะป้องกันเมืองหลวง ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียครั้งใหญ่ที่คาดไม่ถึง
ในทางกลับกัน หากเขายอมทำลายศิลาชิ้นนี้ทิ้งเสียตามคำแนะนำของอาช่า หรือแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นความจริงอันบิดเบี้ยวนี้ เขากับคาลอสและเพื่อนๆ ก็จะใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยภายใต้ร่มเงาคุ้ม1ครองของสภา... ความปลอดภัยที่แลกมาด้วยความเงียบงันและความอยุติธรรม
"อาจารย์กำลังบอกให้หนูทรยศวิญญาณของพี่ชายตัวเองอย่างนั้นเหรอคะ?" เซนเค้นเสียงถาม ลมหายใจสะท้อนออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ ในความเย็นเยียบของห้องใต้ดิน เขายังคงหันหลังให้อาจารย์สาวผู้ลึกลับ ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังแสงสว่างรำไรจากบันไดวนเบื้องบนที่ทอดออกสู่โลกภายนอก
"ฉันกำลังสอนให้เธอยังมีชีวิตอยู่เพื่อมองดูวันพรุ่งนี้ต่างหาก เซน" อาช่าก้าวเข้ามาใกล้ ชายเสื้อคลุมสีดำสนิทสะบัดไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณและน้ำยาเวทมนตร์ลอยเข้ามาแตะจมูก "ความจริงเป็นสิ่งสวยงามสำหรับผู้ที่มีพลังอำนาจในการปกป้องมัน แต่สำหรับเด็กปีสองที่ยังควบคุมธาตุแสงของตัวเองไม่ได้อย่างเธอ... ความจริงก็ไม่ต่างอะไรกับคมดาบที่พร้อมจะย้อนกลับมาตัดคอตัวเองหรอกนะ"
คำพูดนั้นเฉียบคมเสียจนเซนรู้สึกชาไปทั้งร่าง มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกเวทมนตร์ที่เขาเพิ่งตระหนักรู้ ระบบการจัดลำดับพลังและกฎระเบียบของสถาบันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความยุติธรรม แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้มีอำนาจต่างหาก
พรึ่บ!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นที่ทางเข้าห้องใต้ดิน พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของคาลอสที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยความรีบร้อน ใบหน้าคมคายชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือข้างหนึ่งกำดาบเวทมนตร์ไว้แน่นจนข้อต่องอขาว
"เซน! แย่แล้ว!" คาลอสหายใจหอบโยน เสียงของเขาขาดเป็นห้วงๆ "หน่วยตรวจการณ์พิเศษของสภา... พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่หอสมุด พวกเขารู้ว่ามีพลังเวทมนตร์ผิดปกติถูกปลดปล่อยออกมาจากที่นี่... นายเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามนาที!"
สถานการณ์บีบรัดเข้ามาจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ
เซนก้มมองศิลาในมือ ความอุ่นร้อนของมันแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แผดเผาฝ่ามือ หากเขาโยนศิลาชิ้นนี้ลงไปในอ่างน้ำกรดเวทมนตร์ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ทุกอย่างจะจบลง... ความลับจะถูกฝังกลบ พี่ชายของเขาจะยังคงเป็นนักโทษหนีคดีในหน้าประวัติศาสตร์ แต่มันคือทางเดียวที่จะทำให้คาลอส อาช่า และตัวเขาเองรอดพ้นจากข้อหากบฏ
แต่ถ้าเขาเลือกที่จะก้าวเดินต่อไป พร้อมกับศิลาชิ้นนี้ในอ้อมอก... เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่ใหญ่เกินกว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งจะรับไหว และอาจลากเพื่อนพ้องทุกคนลงเหวไปพร้อมกัน
เซนเงยหน้าขึ้น สบตากับอาช่าที่ยืนกอดอกนิ่งเงียบ แววตาของอาจารย์สาวไม่มีร่องรอยของการบังคับ มีเพียงความคาดเดาไม่ได้และการรอคอยการตัดสินใจครั้งสำคัญ ขณะเดียวกัน ทางด้านซ้าย คาลอสก็ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น
"ไม่ว่านายจะเลือกทางไหน... ฉันจะอยู่ข้างนาย ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าเรียนด้วยกัน ฉันก็ตัดสินใจไว้แล้ว"
คำพูดของเพื่อนสนิททำให้ขอบตาของเซนร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ความอบอุ่นของมิตรภาพไหลเวียนเข้าสู่หัวใจที่กำลังหวาดกลัว แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความลังเลจางหายไป กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกถึงน้ำหนักของการตัดสินใจครั้งนี้ยิ่งยวดขึ้นไปอีก
เซนหลับตาลง ชั่วขณะนั้น ห้วงความคิดทั้งหมดสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามไร้ลมพัด ระบบพลังเวทมนตร์ธาตุแสงในร่างกายตอบสนองต่ออารมณ์ที่เด็ดเดี่ยว แสงสีครามสว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้วของเขาก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
"ฉันเลือก..." เซนลืมตาขึ้น แววตาคู่นั้นไม่ได้สั่นไหวอีกต่อไป มันฉายประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคมและเด็ดเดี่ยว ราวกับก้าวข้ามผ่านเขตแดนของเด็กหนุ่มไร้เดียงสาไปตลอดกาล
ทันใดนั้น เสียงเตือนอันคุ้นเคยของระบบสถาบันก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเซน พร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตัดสินใจในเงื่อนไขระดับวิกฤต!]
[ภารกิจทางเลือก (Choice Quest) ถูกเปิดใช้งาน:]
[ทางเลือกที่ A: ทำลายศิลาบันทึก ยอมรับความเงียบงันเพื่อแลกกับความปลอดภัยของกลุ่ม (ระดับความยาก: ง่าย | ผลลัพธ์: ปลอดภัยชั่วคราว, สูญเสียความจริง)]
[ทางเลือกที่ B: นำศิลาออกจากเขตหอสมุด เผชิญหน้ากับสภาเวทมนตร์โดยตรง (ระดับความยาก: SSS | ผลลัพธ์: ปลดล็อกเนื้อเรื่องหลักสายลับ, เผชิญหน้ากับบอสลับของสภา)]
[คำเตือน: เวลาในการตัดสินใจเหลือ 10 วินาที... 9... 8...]
เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและเสียงเกราะกระทบกันของหน่วยตรวจการณ์พิเศษดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนสะเทือนถึงพื้นหินใต้ฝ่าเท้า และในวินาทีที่ตัวเลขถอยหลังลดลงมาถึงเลข 3 เซนก็เอื้อมมือหยิบศิลาบันทึกชูขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนริมฝีปาก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางไปพร้อมกับเซนในบทนี้นะคะ
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา•ตอนที่ 27
ทางเลือกในวินาทีสุดท้าย
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!