เสียงก้าวทุ้มหนักที่ดังกระทบพื้นกระเบื้องยางในห้องครัวเปิดโล่ง ไม่ได้มาพร้อมกับบรรยากาศอันเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย
ร่างสูงโปรดของ "ปกรณ์" รองผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของกลุ่มทุนอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ สายตาคมกริบแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์กวาดมองไปทั่วร้าน "ซันเซ็ต คิทเช่น" ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรวินท์และกวินทร์ที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง
"ไม่คิดเลยนะครับว่าเชฟมือหนึ่งจากภัตตาคารห้าดาวอย่างคุณกวินทร์ จะลดตัวมาซุกหัวอยู่ในร้านอาหารข้างทางโทรมๆ แบบนี้... หรือว่าโดนไล่ออกเพราะทนแรงกดดันเรื่องสูตรลับไม่ไหวกันแน่ล่ะครับ"
ปกรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท จงใจลากเสียงให้ยาวเพื่อสร้างความอึดอัด บรรยากาศภายในร้านที่เคยตึงเครียดอยู่แล้วจากศึกน้ำลายระหว่างเชฟกับเจ้าของร้าน กลับยิ่งลดฮวบลงจนแทบติดลบ ลูกค้าสองโต๊ะที่หลงเหลืออยู่ถึงกับหันมามองหน้ากันแล้วรีบวางเงินบนโต๊ะ ก่อนจะลุกเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
กวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่ริมฝีปากบาง เขายืดตัวตรงขึ้น เลิกคิ้วมองผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ปากไวๆ ของเขาทำงานทันทีโดยไม่ต้องรอให้สมองสั่งการซ้ำ
"ถ้าสมองของคุณยังพอมีเซลล์เหลืออยู่บ้าง ก็น่าจะคิดได้นะครับว่าการที่คนเราจะก้าวออกจากที่ที่เต็มไปด้วยขยะเน่าเฟะ มันไม่ใช่ความพ่ายแพ้... แต่เป็นการรักษาความสะอาดให้รองเท้าต่างหากล่ะครับ"
ปกรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ "ปากดีนักนะมึง! คิดว่ามีฝีมือแล้วจะปีนเกลียวใครก็ได้งั้นเหรอ สูงส่งมาจากไหนกันเชียว!"
"พอได้แล้วครับคุณปกรณ์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยแทรกขึ้นอย่างราบเรียบ รวินท์ก้าวขยับเข้ามาขวางกวินทร์ไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกริบสีนิลมองตรงไปยังผู้มาใหม่ด้วยความเยือกเย็น แววตาคู่นั้นไร้ซึ่งความเกรงกลัว ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนโต๊ะอาหาร "ร้านของผมเปิดให้คนเข้ามาทานอาหาร ไม่ใช่ให้หมามาเห่าหอนไล่ลูกค้า ถ้าคุณไม่มีธุระเรื่องสั่งอาหาร กรุณาออกไปจากร้านผมด้วยครับ"
กวินทร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของรวินท์ขยับมาบังเขาไว้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ปัดความรู้สึกงี่เง่าทิ้งไปแล้วสวนกลับทันควัน
"นี่! ใครขอให้คุณมาช่วยพูดเล่า ผมจัดการเองได้น่า!" กวินทร์กระซิบลอดไรฟัน พลางใช้ศอกสะกิดแขนแกร่งของรวินท์เบาๆ
"เงียบไปก่อนน่าคุณ... ไม่งั้นผมจะหักเงินเดือนคุณข้อหาทำให้ร้านเสียชื่อเสียง" รวินท์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ทำเอากวินทร์อยากจะคว้าทัพพีสแตนเลสมาเคาะหัวคนพูดจริงๆ ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร กวนประสาทหน้าตายเป็นบ้า!
ปกรณ์หัวเราะในลำคอด้วยความแค้นเคือง ดวงตาสีเข้มมองสลับระหว่างเจ้าของร้านกับเชฟตัวแสบ "ปากเก่งกันทั้งคู่เลยสินะครับ... ดี! ในเมื่อร้านนี้มันกล้ารับเลี้ยงหมาบ้าที่ทรยศเจ้านายเก่า งั้นก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย ร้านกระจอกๆ แบบนี้ อีกไม่นานคงได้ปิดตัวลงสมใจแน่!"
พูดจบ ปกรณ์ก็สะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระแทកเท้าออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย แรงกระแทกจากประตูกระจกทำเอาป้าย "Open" แกว่งไกวไปมา
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านอีกครั้ง กวินทร์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด เขาหันไปมองรวินท์ที่ยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองออกไปนอกกระจกหน้าร้าน ท่าทางสุขุมเยือกเย็นราวน้ำแข็งนั่นยิ่งทำให้กวินทร์รู้สึกหงุดหงิดใจแปลกๆ
"มองทำไมครับ หน้าผมมีคราบซอสติดอยู่หรือไง" รวินท์หันกลับมาสบตา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าระยะห่างระหว่างเขาสองคนตอนนี้มันใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วผสมกลิ่นเหล็กกล้าจากตัวอีกฝ่าย
"เปล่า... แค่คิดว่าคุณนี่มันปากร้ายไม่เบาเลยนี่นา" กวินทร์เชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายตามนิสัย "แต่... ขอบคุณก็แล้วกันที่ช่วยพูดเมื่อกี้"
รวินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่หาดูยากปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง "ผมไม่ได้ช่วยคุณหรอกครับ... ผมแค่ปกป้องทรัพย์สินในร้านของผมจากพวกน่ารำคาญก็เท่านั้นเอง"
"นี่คุณ!" กวินทร์ถลึงตาใส่ กำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้ "ไอ้คนประสาท! อุตส่าห์จะชมแท้ๆ พูดจาแบบนี้อยากโดนมีดปอกผลไม้จิ้มพุงสักทีไหมครับ!"
"ลองดูสิครับ ถ้าทำผม คุณอาจจะต้องอยู่ชดใช้หนี้ในครัวนี้ไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ" รวินท์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกนิด จนกวินทร์ต้องเผลอถอยหลังชนกับเคาน์เตอร์บาร์ด้านหลัง ไอร้อนจากกายหนาและสายตาคุกคามแบบผู้ชายอันตรายทำเอาลมหายใจของเชฟหนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยเคมีประหลาด และหัวใจของกวินทร์เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะความใกล้ชิดเกินความจำเป็นนั้นเอง...
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของรวินท์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ รวินท์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ละสายตาจากใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความเคือง (หรือเขินก็ไม่รู้) ควักเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ
เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบนหน้าจอ ดวงตาคมกริบของอดีตสายลับก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที รวินท์ชะงักไป ดวงตาสีเข้มหันขวากลับไปมองที่ประตูกระจกหน้าร้านที่เพิ่งปิดลงอีกครั้ง
ข้อความสั้นๆ ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์—
*[เป้าหมายเคลื่อนไหวแล้ว ระวังตัวด้วยครับ หัวหน้า]*
กวินทร์สังเกตเห็นความผิดปกติที่ฉายชัดผ่านแววตาของรวินท์ เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย "เกิดอะไรขึ้น... ใครส่งข้อความมา หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว"
รวินท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองออกไปที่ถนนเบื้องหน้าซึ่งเริ่มมืดครึ้ม ก่อนที่ความรู้สึกหนาวเยือกจะวิ่งพล่านไปตามสันหลังเมื่อร่างเงาสودำทะมึนหลายร่างกำลังก้าวตรงมายังร้านของพวกเขาอย่างพร้อมเพรียง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟจอมกวน•ตอนที่ 2
ปากเสีย vs ปากจัด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!