กลิ่นอายของกระดาษหนังแกะเก่าเก็บและผงศิลาเวทมนตร์ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในหอประชุมใหญ่แห่งสถาบันเวทมนตร์เซเลสเทีย เสียงฝีเท้าของเหล่าเด็กปีหนึ่งนับร้อยชีวิตดังสะท้อนก้องกبارบนพื้นหินอ่อนขัดเงา แต่ไม่มีเสียงใดจะบาดหูเท่ากับเสียงซุบซิบที่กำลังพุ่งเป้ามายังเด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนผู้ยืนอยู่กลางลานพิธี
"นั่นน่ะเหรอ... เด็กทุนพิเศษจากเขตปริมณฑลที่ใช้เวทธาตุแสง?"
"ธาตุแสงเนี่ยนะ? ไร้สาระสิ้น and... ฉันได้ยินมาว่าปีที่แล้วเขตนั้นแทบไม่มีมานาหลงเหลือด้วยซ้ำ อย่างมากก็คงใช้ปัดกวาดฝุ่นในห้องสมุดหรือเปิดไฟฉุกเฉินตอนหอพักไฟดับเท่านั้นแหละ ฮ่าๆๆ"
คริสเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสีอำพันก้มมองปลายนิ้วเรียวยาวของตนเองที่กำลังสั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความกดดันจากมวลมานาเข้มข้นนับร้อยสายในห้องประชุมแห่งนี้ที่กดทับลงบนไหล่ราวกับภูเขา ระบบเวทมนตร์ของสถาบันเซเลสเทียขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและมีเหตุผลรองรับทางวิทยาศาสตร์เวท ทุกคนถูกจัดลำดับตาม "ดัชนีศักยภาพมานา (MPI)" ซึ่งธาตุแสงของเขาถูกจัดให้อยู่ในหมวด "ยูทิลิตี้ระดับต่ำ" หรือพูดง่ายๆ คือ ธาตุมีไว้สำหรับงานบ้านและงานสนับสนุน ไร้ซึ่งพลังทำลายล้างเพื่อการต่อสู้โดยสิ้นเชิง
"ผู้มีรายชื่อต่อไป... คริส แวนเดอเบิร์ก"
เสียงประกาศก้องของกรรมการคุมสอบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด คริสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขาก้าวเท้าออกไปด้วยก้าวที่มั่นคง แม้ในใจจะรู้ดีว่าผลลัพธ์จากการทดสอบนี้อาจหมายถึงการถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดพร้อมกับความล้มเหลว
รอบลานพิธี วงเวทป้องปรามถูกกางออกเป็นรูปทรงเรขาคณิตสีฟ้าคราม บนอัฒจันทร์ฝั่งผู้สังเกตการณ์ ศาสตราจารย์เอเลนา ศาสตราจารย์สาวผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณกำลังนั่งไขว่ห้าง ใบหน้าเรียบเฉยราตุรูปปั้นน้ำแข็ง ดวงตาสتีกระจกสีเทาของเธอมองลงมาที่เขาอย่างไร้ความรู้สึก ทว่าหากสังเกตให้ดี ปลายนิ้วเรียวที่กำลังเคาะพนักเก้าอี้เบาๆ เป็นจังหวะกลับสะท้อนถึงความสนใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชานั้น
และข้างอัฒจันทร์ฝั่งขวา ลีโอ เพื่อนสนิทร่างสูงใหญ่ผู้ใช้เวทธาตุลมกำลังส่งยิ้มกว้างพร้อมชูนิ้วโป้งให้ "เอาเลยเพื่อน! ซัดพวกมันให้ตาค้างไปเลย!" เสียงกระซิบที่ดังเกินกว่าจะเรียกว่ากระซิบของลีโอดึงรอยยิ้มจางๆ ให้ปรากฏบนมุมปากของคริสได้ชั่วขณะ
คริสเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าศิลาประเมินพลังเวท ซึ่งเป็นผลึกควอตซ์ใสขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำหน้าที่วัดความหนาแน่นและคุณสมบัติของมานา
"เชิญ... แสดงเวทธาตุแสงของคุณออกมาให้คณะกรรมการดูซิ" กรรมการคุมสอบวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ราวกับกำลังทำหน้าที่ส่งเอกสารธุรการมากกว่าการคุมสอบเวทมนตร์ "จำไว้ว่าเราต้องการพลังที่มีประโยชน์ต่อโครงสร้างของสถาบัน หากคุณทำได้แค่สร้างแสงสว่างไว้อ่านหนังสือตอนกลางคืน ก็เตรียมตัวไปรับหน้าที่ทำความสะอาดหอสมุดใหญ่ได้เลย"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากกลุ่มคุณหนูตระกูลขุนนางที่นั่งอยู่แถวหน้า คริสไม่ได้ตอบโต้อะไร เขารู้ดีว่าการเถียงด้วยคำพูดกับคนพวกนี้มีแต่จะเสียเวลา สิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ตัวตนของเขาได้คือ "ความจริง" ที่ปรากฏผ่านวงเวท
คริสหลับตาลง ดึงสติสัมปชัญญะทั้งหมดเข้าสู่แก่นมานาภายในร่างกาย ในตำราเรียนทั่วไปมักบอกว่าธาตุแสงเป็นธาตุที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน และไร้พิษภัย แต่สำหรับคริสที่ใช้เวลาหลายปีศึกษาโครงสร้างระดับอนุภาคของมานาผ่านบันทึกโบราณ เขารู้ว่าแสงไม่ได้มีแค่ความอบอุ่น หากแต่แสงคือคลื่นพลังงานความถี่สูงที่สามารถหักเห บีบอัด และตัดผ่านสสารทุกชนิดได้หากควบคุมมันด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง
เขายกมือขึ้นระดับอก ปลายนิ้วแตะกันเบาๆ
*วูป...*
แสงสีขาวนวลประกายทองสว่างวาบขึ้นจากฝ่ามือของคริส แทนที่จะเป็นการส่องสว่างนุ่มนวลแบบที่ทุกคนคาดคิด อนุภาคแสงกลับเริ่มรวมตัวกันด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิวของอากาศ แรงดันมานาพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันจนผลึกควอตซ์ตรงหน้าสั่นสะเทือน
กรรมการคุมสอบสะดุ้งโหยง ผุกรุกถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ "นะ... นั่นมันอะไรกัน? ความหนาแน่นของมานาแสงระดับนี้มัน..."
คริสลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีอำพันสะท้อนแสงสีทองเจิดจ้า เขาสsุปประจุแสงในมือให้กลายเป็น "ศรแสงความถี่สูง" ที่บีบอัดจนมีขนาดเล็กเท่าเข็มเย็บผ้า แต่กลับแผ่รังสีความร้อนและความคมกริบราวกับใบมีดอัญมณี
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นภารโรงหรอกนะครับ" คริสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วหอประชุม
เขาสลัดปลายนิ้วเบาๆ ศรแสงพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียง แหวกอากาศจนเกิดเป็นทางยาวสีทอง ก่อนจะพุ่งปักเข้าใส่เป้าหมายซ้อมรบเหล็กกล้าหนาสองนิ้วที่ตั้งอยู่สุดปลายลานพิธีอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง—!*
ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง แต่เกิดเสียงตัดผ่านโลหะดังสนั่น เป้าเหล็กกล้าหนาเตอะถูกตัดขาดเป็นสองท่อนอย่างเนียนกริบ รอยตัดเรียบเนียนราuกับถูกลำแสงเลเซอร์อุตสาหกรรมผ่า ความร้อนที่สูงเกินขนาดทำให้ขอบรอยตัดละลายกลายเป็นสีแดงฉานในพริบตา
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมหอประชุมใหญ่ทันที ทุกสายตาเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนไข่ต้มลงไปทั้งใบ บรรดาขุนนางหนุ่มสาวที่เคยหัวเราะเยาะเมื่อครู่ต่างนั่งแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน แม้แต่กรรมการคุมสอบยังอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก
บนอัฒจันทร์ ศาสตราจารย์เอเลนาชะงักฝ่ามือที่กำลังเคาะพนักเก้าอี้ ดวงตาสีเทากระจกวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด เธอมองเด็กหนุ่มเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป—นี่ไม่ใช่เวทธาตุแสงพื้นฐานที่ใช้ปัดกวาดเช็ดถู แต่เป็น "วิชาการควบคุมอนุภาคแสงขั้นสูง" ที่สูญหายไปจากตำราของสถาบันมานานนับร้อยปี!
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงจนพูดไม่ออกนั้นเอง หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าเข้มที่มีเพียงคริสเท่านั้นที่มองเห็น ก็เด้งปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัว
[ติ๊ง! ตรวจพบการปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: แสดงศักยภาพ "ศรแสงความถี่สูง" ต่อหน้าคณะกรรมการสถาบันเซเลสเทียสำเร็จ]
[ระบบประเมินผล: ผ่านเกณฑ์การทดสอบระดับ SSS]
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของมานาในมิติเบื้องล่างของหอประชุม— บอสลับแห่งดันเจี้ยนใต้ดิน "ผู้พิทักษ์เงากลืนแสง" กำลังตื่นจากการหลับใหลเนื่องจากปฏิกิริยาของธาตุแสงบริสุทธิ์!]
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสแสงแรกของเรื่องนี้ร่วมกันนะคะ!
บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง•ตอนที่ 1
แสงแดดแรกแห่งเซเลสเทีย
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บอกแล้วไงว่าเวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ปัดกวาดห้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!