กลิ่นอلاتกาแฟคั่วบดอาราบิก้าแท้ลอยกรุ่นเคล้าคลุ้งอยู่ในห้องสโมสรนักศึกษาหลังคณะสถาปัตย์ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นยะเยือกเสียจนแทบจะติดลบ
ภูผายังคงยืนค้ำหัวด้วยความสูงร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตร ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างโปร่งของทัพฟ้าสลับกับรอยยิ้มพราวระยับของคินทร์ที่ก้าวเข้ามาในจังหวะนรกพอดิบพอดี รุ่นพี่ตัวแสบส่งสายตากรุ้มกริ่มราวกับจงใจมาทวงคืนพื้นที่หัวใจ ทว่าคนตัวเล็กอย่างทัพฟ้ากลับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปากเรียวบางอ้าพะงาบเหมือนปลาขาดน้ำก่อนจะรีบถอยหลังกรูดจนสะโพไปชนกับเคาน์เตอร์ชงกาแฟ
“อ้าว... น้องภูผาก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย นึกว่าเด็กสถาปัตย์จะอยู่กันแค่พวกเราซะอีก” คินทร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูรื่นหู แต่มันกลับระคายประสาทคนฟังจนเส้นเลือดที่ขมับของวิศวกรหนุ่มเต้นตุบ ๆ
ภูผาไม่ตอบ รังสีอำมหิตรอบตัวแผ่ซ่านจนเมล็ดกาแฟในโหลแทบจะร่วงกราว ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวทัพฟ้าอีกนิด ใช้ท่อนแขนแกร่งยันขอบเคาน์เตอร์กักขังคนตัวเล็กไว้ตรงกลางโดยอัตโนมัติ เป็นการประกาศอาณาเขตแบบเงียบ ๆ แต่โคตรจะชัดเจนว่า *‘คนนี้ของกู’*
“ไม่ได้มาแค่... แต่มาคุม” ภูผาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแต่น่ากลัวชะมัด “ส่วนรุ่นพี่... มีธุระอะไรกับเด็กคณะผมเหรอครับ”
“แหม, แค่จะมาทวงกาแฟที่เคยสัญญาว่าจะชงให้เมื่อเทอมก่อนเองครับ” คินทร์ยิ้มกวนประสาท ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ทัพฟ้าที่ตอนนี้หน้าแดงแจ๋ด้วยความเคืองปนความอับอาย ทัพฟ้าอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมไอ้รุ่นพี่ตัวดีถึงชอบโผล่มาในเวลาที่สถานการณ์กำลังจะระเบิดอยู่เรื่อยนะ!
“กาแฟเหรอ...” ภูผาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบา ๆ แต่มันไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง ดวงตาคมกวาดมองไปบนเคาน์เตอร์ที่มีแก้วกาแฟสีดำสนิทวางอยู่หนึ่งแก้ว “พอดีเลย ผมเพิ่งชงเสร็จเมื่อกี้... ถ้าพี่อยากได้นัก เชิญครับ”
ทัพฟ้าที่ยืนอยู่ตรงกลางและรู้ดีว่า *‘กาแฟแก้วนั้น’* มีส่วนผสมพิเศษอะไรซ่อนอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด สมองน้อย ๆ ประมวลผลด้วยความเร็วแสง—ไอ้กาแฟแก้วนั้นน่ะ... เขาตั้งใจจะแกล้งเทเกลือลงไปครึ่งกระปุกเพื่อเอาคืนความปากเสียของภูผาเมื่อเช้า! แล้วถ้าคินทร์กินเข้าไป มีหวังได้เข้าโรงพยาบาลล้างไตแน่ ๆ!
“อ่า... พี่เกรงใจจัง น้องภูผาชงเองเลยเหรอเนี่ย” คินทร์ทำท่าจะยื่นมือไปหยิบ
“ช้าก่อนครับรุ่นพี่” ทัพฟ้าโพล่งขึ้นเสียงดังลั่นจนห้องเงียบกริบ ร่างโปร่งพยายามแทรกตัวออกจากวงแขนแกร่งของภูผา แต่ติดที่คนตัวโตกว่ากักไว้แน่นราวกับกำแพงเหล็ก “คือ... กาแฟแก้วนั้น... มัน... มันยังไม่ได้คนให้เข้ากันครับ!”
“ไม่เป็นไร พี่ชอบแบบเข้มข้นถึงใจ” คินทร์ส่งยิ้มหวานหยด
“ไม่ได้! แก้วนั้น... แก้วนั้นผมตั้งใจทำเป็นพิเศษ... เอ่อ... สำหรับคนพิเศษเท่านั้น!” ทัพฟ้าหลับหูหลับตาโกหกคำโต หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู ร้อนถึงขั้นระอุจนเจ้าตัวยังตกใจคำพูดตัวเอง
ภูผาชะงักไปนิด ดวงตาคมหรี่ลงมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้กัดริมฝีปากแน่นด้วยความเลิกลั่ก รังสีความหึงหวงเมื่อครู่คลายลงไปครึ่งหนึ่ง ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนเอ็นดูนิด ๆ แต่กระนั้น ความซึนเดระก็ยังทำงานเหนือเหตุผล ปากร้าย ๆ จึงรีบสวนกลับทันควัน
“หรอ... คนพิเศษ?” ภูผาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูของทัพฟ้า จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวเนียน ทำให้คนถูกแกล้ง ขนลุกซู่ “งั้นแสดงว่าที่นายตักเกลือใส่ลงไปครึ่งกระปุกเมื่อกี้... ตั้งใจทำให้อันดับหนึ่งในดวงใจอย่างพี่คินทร์ว่างั้นเถอะ?”
ฉิบหายแล้ว!
ทัพฟ้าเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มหน้าตายที่ตอนนี้ยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ภูผารู้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอวะเนี่ย! ไอ้หมาโบ้นี่มันร้ายกาจเป็นบ้า!
คินทร์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบแก้ว “เกลือ? ใส่เกลือทำไม?”
“เอ่อ... ก็... ก็สูตรใหม่ไงครับ! กาแฟเกลือกูร์เมต์ กำลังฮิตในโซเชียล!” ทัพฟ้าแถสีข้างถลอกปอกเปิก สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เฉพาะหน้า “ถ้าพี่คินทร์อยากกินนัก... ก็ดื่มซะสิครับ!”
ในเมื่อหาทางออกไม่ได้ ทัพฟ้าก็ขอโยนระเบิดใส่หน้ามันซะเลย! ในเมื่อคินทร์อยากกินนัก ก็เชิญรับรสชาติเค็มปี๋ทะลุปรอทแตกนั้นไปคนเดียวเถอะ!
ภูผาเห็นท่าทางดิ้นรนเหมือนแมวขอดเกล็ดแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงตีสีหน้าเรียบเฉย มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟแก้วนั้นขึ้นมาถือไว้เอง ทำเอาทั้งทัพฟ้าและคินทร์มองตามด้วยความงุนงง
“อยากกินนักไม่ใช่เหรอครับ” ภูผาหันไปพูดกับคินทร์ด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่สายตากลับเหลือบมองทัพฟ้าที่ยืนกลืนน้ำลายเอื้อมระอา “แต่ของดี ๆ แบบนี้... ให้คนนอกกินคงเสียของ”
“น้องภูผาหมายความว่า...” คินทร์ขมวดคิ้วเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
“หมายความว่า... แก้วนี้ผมจะกินเอง”
สิ้นคำพูดนั้น ทัพฟ้าก็แทบสำลักอากาศหายใจ ร่างโปร่งพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนแกร่งไว้ทันที “เฮ้ย! ไอ้ภูผา! แกบ้ารึเปล่า นั่นมันเกลือทั้งกระปุกนะเว้ย! น... นายจะกินเข้าไปได้ยังไง!” ความตกใจทำให้ทัพฟ้าลืมตัวหลุดปากพูดความจริงออกมาจนหมดเปลือกต่อหน้าคินทร์
ภูผายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ร่างสูงก้มลงมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ร้อนรนจนเกือบจะร้องไห้ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่การกระทำมันฟ้องชัดเจนว่าทัพฟ้าวิตกแค่ไหนกลัวเขาเป็นอะไรไป
“เป็นห่วงฉันเหรอ?” ภูผากระซิบถามเสียงนุ่ม ทอดเสียงทุ้มต่ำจนคนฟังใจสั่นสะท้าน
“ใคร... ใครเป็นห่วงนายกันเล่า! อยากกินนักก็เชิญตายคาแก้วไปเลยไป!” ทัพฟ้าหน้าแดงแจ๋ สะบัดหน้าหนีด้วยความเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ปากก็ปฏิเสธเสียงแข็งแต่สองมือยังคงกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่น
คินทร์ที่ยืนมองภาพตรงนั้นสลับไปมาอย่างคนฉลาด ยอมยกมืออมยิ้มและถอยฉากออกไปเงียบ ๆ อย่างรู้มารยาท “อ่า... ดูท่าทางพี่จะมาขัดจังหวะสวีทสินะ งั้นกาแฟเกลือแก้วนี้... พี่ขอตัวหลีกทางให้เจ้าของตัวจริงเขาจัดการก็แล้วกันนะน้องทัพฟ้า”
พูดจบ รุ่นพี่ตัวแสบก็โบกมือลาแล้วเดินผิวปากออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้สองคนยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบที่อบอวลไปด้วยเคมีประหลาด ๆ
ภูผาหันกลับมามองแก้วกาแฟในมือ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เขายกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก ทัพฟ้าเห็นดังนั้นก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ รีบเอามือคว้าขอบแก้วไว้ไม่ให้ยกดื่ม
“บอกว่าอย่ากินไง! มันเค็มจนไตวายได้นะเว้ย!” ทัพฟ้าโวยวายเสียงดัง ตาโตด้วยความตื่นตระหนก
“ถ้านายไม่อยากให้ฉันกิน... งั้นก็มีวิธีเดียว” ภูผาหยุดชะงัก ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของคนตรงหน้า ประกายตาคู่นั้นพราวระยับและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาทัพฟ้าใจกระตุกวูบ
“วะ... วิธีอะไรของนาย?”
“พิสูจน์ให้ดูหน่อยสิ... ว่ามันเค็มจริงอย่างที่ปากว่ารึเปล่า”
พูดจบร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงมาหาช้า ๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ ทัพฟ้าค้างเติ่ง หัวใจเต้นรัวโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสติเตลิดไปไกลลิบ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงรอบข้างเงียบหายไปหมด เหลือเพียงเสียงหัวใจของกันและกันที่ดังแข่งกันท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบด
และก่อนที่สติอันน้อยนิดจะหลุดลอยไปมากกว่านั้น...
เสียงกระซิบพร่าทุ้มก็ดังชิดริมฝีปาก “ถ้านายไม่ยอมพิสูจน์ให้ฉันดูตอนนี้... ฉันจะเทมันราดหัวตัวเองตรงนี้แหละ เลือกเอา... จะยอมให้ฉันชิมกาแฟแก้วนี้... หรือจะยอมให้ฉันชิม... *อย่างอื่น* แทน”
[ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความละมุนและป่วนชวนใจสั่นในตอนนี้ด้วยนะคะ!]
วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้น
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!