วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ•ตอนที่ 33

ภูผาสติหลุด

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“กุญแจห้องอยู่ไหน ทัพฟ้า!” เสียงทุบประตูห้องพักดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังทลายลงมาตามแรงอารมณ์ของคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง ภูผาในชุดช็อปวิศวะที่เปื้อนฝุ่นจากการคุมไซต์งานไม่ได้สนใจสายตาชาวหอพักที่มองมาด้วยความแตกตื่น มือหนาหยาบกร้านสั่นระริกขณะควานหาคีย์การ์ดสำรองในกระเป๋ากางเกง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันว่างเปล่า ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เมื่อเขานึกย้อนไปถึงข้อความสุดท้ายที่ได้รับจาก ‘คินทร์’ ในมือถือ *‘ขอบคุณที่ปล่อยให้ทัพฟ้าอยู่กับพี่นะ ภูผา’* ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวเปลี่ยนวิศวกรหนุ่มผู้สุขุมให้กลายเป็นปีศาจที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า ภูผาใช้ไหล่กระแทกประตูห้องสุดแรงเกิดจนกลอนประตูบิดเบี้ยวและยอมจำนนต่อแรงแค้น เมื่อประตูเปิดออก สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่ทัพฟ้าที่กำลังนั่งรอเขาอยู่เหมือนทุกวัน แต่เป็นเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเฉียบ รองเท้าผ้าใบของทัพฟ้าหายไป กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยของเจ้าตัวก็จางหายไปจนเกือบหมดสิ้น “แม่งเอ๊ย!” ภูผาสบถเสียงต่ำ สองขายาวก้าวฉับเข้าไปรื้อค้นทุกซอกมุมของห้อง ทั้งลิ้นชักที่เคยเก็บสมุดสเก็ตช์ภาพ ตู้เสื้อผ้าที่เคยอัดแน่นไปด้วยชุดของทัพฟ้า ทุกอย่างยังคงอยู่ครบ ยกเว้น ‘เจ้าของห้อง’ ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาไม่ได้จากไป... เขาถูกพาไป ภูผากระชากโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาคนตัวเล็กยิกๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสัญญาณตอบรับจากระบบอัตโนมัติที่เย็นชา ยิ่งพยายามติดต่อไม่ได้ ความบ้าคลั่งในอกยิ่งทวีความรุนแรง เขาคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแล้วพุ่งตัวออกไปเหมือนคนสติหลุด ภาพของคินทร์ที่แสยะยิ้มกวนประสาทวนเวียนเข้ามาในหัวเหมือนฟิล์มที่ฉายซ้ำ ภูผาบิดคันเร่งสุดแรงท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ เขาไม่สนใจกฎจราจร ไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร ขอแค่ให้ได้เจอทัพฟ้า... ขอแค่ให้ได้รู้ว่าไอ้คนปากเก่งคนนั้นยังปลอดภัยดีอยู่ในกำมือของเขา *ทัพฟ้า ถ้ามึงเป็นอะไรไป ต่อให้ต้องพังตึกสถาปัตย์ทั้งคณะทิ้ง กูจะทำ* เขามุ่งตรงไปยังร้านเหล้าประจำที่เขารู้ว่าคินทร์มักจะไปสิงสถิตอยู่ ล้อรถเบรกดังสนั่นจนเกิดรอยไหม้บนพื้นถนน ทันทีที่จอดรถได้ ภูผาก็พุ่งตัวเข้าไปในร้านโดยไม่สนคำทักทายของใคร สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวสอดส่องไปทั่วทุกมุมมืด “ไอ้คินทร์! มึงอยู่ไหน!” เสียงคำรามของภูผาดังกลบเสียงดนตรีสดจนวงดนตรีต้องหยุดชะงัก ผู้คนต่างหลีกทางให้วิศวกรหนุ่มที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนบรรยากาศรอบตัวดูมืดมัว ภูผาเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อรุ่นพี่ต่างคณะที่กำลังนั่งจิบเหล้าอยู่กับเพื่อนฝูง ใบหน้าของคินทร์ดูตกใจอยู่เพียงครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้ภูผาอยากจะซัดหน้ามันให้หงาย “ไง... น้องเขย ตามหาเมียอยู่เหรอ?” “กูถามว่าทัพฟ้าอยู่ที่ไหน!” ภูผาเน้นเสียงหนัก ข้อมือที่กำคอเสื้อแน่นจนขึ้นเส้นเลือด “ถ้ามึงกล้าแตะต้องเขาแม้แต่นิดเดียว กูไม่สนหรอกว่ามึงเป็นพี่หรือเป็นใคร” “ใจเย็นน่าภูผา... ฟ้าเขาอาจจะแค่เบื่อที่ต้องอยู่กับคนซึมๆ อย่างมึง ก็เลยอยากหาความตื่นเต้นกับคนที่เข้าใจศิลปะของเขามากกว่า” คินทร์เอ่ยพลางปัดมือภูผาออกอย่างไม่เกรงกลัว “แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ ว่าตอนนี้เขากับใคร... มึงลองไปเช็กที่หอศิลป์ร้างหลังคณะดูสิ เพื่อนเขาบอกว่าเห็นทัพฟ้าเดินไปแถวนั้นเมื่อชั่วโมงก่อน” ภูผาไม่รอฟังคำตอบที่เหลือ เขาผลักร่างของคินทร์จนล้มคว่ำก่อนจะวิ่งออกไปที่รถทันที ในหัวของเขามีเพียงภาพของทัพฟ้าที่อาจกำลังตกอยู่ในอันตราย ค่ำคืนนี้ยาวนานราวกับไม่มีวันจบสิ้น ภูผาขับรถฝ่าความมืดไปยังสถานที่ที่คินทร์บอก ภายในหอศิลป์ร้างที่เงียบเชียบและวังเวง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างแตกๆ ที่ดูเหมือนเสียงกระซิบของคนตาย เขาค่อยๆ เดินเข้าไปในความมืด กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ลอยมาแตะจมูก “ฟ้า... ทัพฟ้า!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วโถงกว้าง ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบที่กดทับลงมาจนเขาแทบหายใจไม่ออก หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งยืนหันหลังให้อยู่ตรงกลางห้องโถงที่แสงจันทร์สาดส่องลงมาเพียงน้อยนิด ภูผารีบสาวเท้าเข้าไปหา “ฟ้า! มึงมาทำบ้าอะไรที่นี่... กูบอกให้มึงอยู่กับกูไง!” เขายื่นมือไปคว้าไหล่ร่างนั้นให้หันกลับมา แต่เมื่อร่างนั้นหมุนตัวมาเผชิญหน้า ภูผาก็ต้องชะงักค้าง ร่างที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ทัพฟ้า แต่เป็นผู้หญิงแปลกหน้าที่สวมเสื้อผ้าของทัพฟ้าเอาไว้! “ขอบคุณที่มาตามถึงที่นี่นะ ภูผา...” เสียงหวานแปร่งหูเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่แสงไฟในหอศิลป์ดับวูบลงสนิท ปัง! เสียงประตูทางเข้าถูกปิดล็อกตายจากด้านนอก พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่โผล่ออกมาจากเงามืดและล้อมภูผาเอาไว้ ในจังหวะที่หัวใจของภูผาตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเขาก็ดังขึ้น... เป็นเบอร์ของทัพฟ้า! เขาตัดสินใจกดรับทันทีโดยไม่สนพวกที่กำลังปรี่เข้ามา “ภูผา... หนีไป!” เสียงทัพฟ้าตะโกนแทรกผ่านสายมาด้วยความตื่นตระหนก “มันไม่ได้อยู่กับกู... มันจับกูไว้ที่อื่น! มึงโดนหลอกแล้ว!” ยังไม่ทันสิ้นคำ เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิด... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของ "หมอกไม้ไผ่" ในทุกๆ ตอนนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคนซึมกับยัยตัวแสบหลังคณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%