แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง•ตอนที่ 1

ลมหนาวเยือนค่ายทหารบูรพา

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเลือดเก่ากรังบนเกราะหนังวัว ไม่เคยจางหายไปจากค่ายทหารบูรพา แม้ว่าหิมะแรกแห่งเหมันตฤดูจะโปรยปรายลงมากลบเกลื่อนพื้นดินจนขาวโพลนแล้วก็ตาม เซียวจิ่งเหยียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ปักไหมทองบนโต๊ะไม้ทึบ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิมะกวาดมองแนวเทือกเขาและเส้นทางลำเลียงเสบียงทางตอนเหนือ ภายใต้ชุดเกราะสีดำสนิทประดับลวดลายพยัคฆ์คำราม เขามิได้แสดงความรู้สึกหน็บหนาวต่อลมบูรพาที่พัดโชยลอดช่องประตูค่ายแม้แต่น้อย ความเยือกเย็นรอบกายของเขานั้น ราวกับหล่อหลอมมาจากเหล็กกล้าผ่านไฟนับร้อยครั้ง "ท่านแม่ทัพ" เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แฝงไว้ด้วยความเร่งร้อนดังขึ้น รองแม่ทัพก้าวเข้ามาพร้อมกับม้วนราชโองการผ้าแพรสีเหลืองสดทองประทับตราหยก "ราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... มาถึงแล้วขอรับ" เซียวจิ่งเหยียนมิได้หันกลับไปทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วสวมปลอกนิ้วทองคำขาวไล่ตามแนวแม่น้ำสาขาในแผนที ราวกับต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่ายกลป้องกันเมืองด่านหน้าแห่งนี้ไร้ซึ่งช่องโหว่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก "ว่ามา ราชทูตจากวังหลวงนำสาส์นอันใดมามอบให้อีกเล่า หรือว่าเสบียงประจำฤดูหนาวของกองทัพบูรพาถูกตัดลดลงเป็นครั้งที่สาม" "มิใช่เรื่องเสบียงขอรับ..." รองแม่ทัพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือราชโองการสั่นเทาเล็กน้อย "ฮ่องเต้มีรับสั่ง... เรียกตัวท่านแม่ทัพกลับเมืองหลวงโดยด่วนที่สุด ภายในสามวันโดยไม่มีข้อยกเว้น" บรรยากาศภายในกระโจมใหญ่พลันเงียบงัดลงทันที ราวกับเวลาถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเหน็บภายนอก ตะเกียงน้ำมันสำริดส่งเสียงปะทุเบาๆ เปลวไฟสีส้มไหววูบตามกระแสลมที่เล็ดลอดเข้ามา ข้อมูลข่าวสารนี้มิใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับบุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน แต่จังหวะเวลานั้นช่างน่ากังขา การเรียกตัวแม่ทัพผู้กุมกำลังพลพยัคฆ์ทมิฬกลับเมืองหลวงในยามที่ศึกชายแดนยังไม่สงบ ย่อมไม่ใช่พระเมตตาจากราชบัลลังก์อย่างแน่นอน เซียวจิ่งเหยียนค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเขาไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตกใจ มีเพียงประกายความคมกริบที่ยากจะหยั่งถึง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกเพียงชั่วพริบตา "ฮ่องเต้ทรงพระกรุณา หรือเป็นน้ำพระทัยขององค์ชายสามกันแน่" เขากล่าวพึมพำเบาๆ แต่ดังก้องกังวานในความเงียบ "ข่าวกรองจากสายลับของเราในเมืองหลวงยืนยันตรงกันขอรับ" รองแม่ทัพประสานมือโน้มตัวลงต่ำด้วยความกังวล "ช่วงนี้องค์ชายสามทรงมีอิทธิพลเหนתขุนนางฝ่ายบู๊อย่างมาก และตระกูลหลี่ของ... ยอดกุนซือหลี่ชิงหราน ก็กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากข้อหาพัวพันกับการทุจริตคลังหลวง การที่ราชสำนักเรียกตัวท่านกลับในยามนี้ ย่อมต้องมีแผนการใหญ่เพื่อรวบอำนาจทหารกลับสู่ส่วนกลางอย่างแน่นอนขอรับท่านแม่ทัพ" เมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตาคมกริบของเซียวจิ่งเหยียนก็หรี่แคบลงเล็กน้อย ภาพของสตรีผู้ปราดเปรื่องดั่งปราชญ์ ผู้ถือพัดขนนกยูงยืนเคียงข้างบัลลังก์ด้วยรอยยิ้มเยnเยือกและสายตาที่อ่านทะลุทุกหมากกลการเมือง ผุดขึ้นมาในความทรงจำ หลี่ชิงหราน... สตรีผู้เดียวในใต้หล้าที่ทำให้เขาต้องยอมรับในสติปัญญาอันล้ำลึก และเป็นหนามยอกอกที่ราชสำนักต้องการกำจัดทิ้งเพื่อตัดแขนขาของเขา นางกำลังเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ในเมืองหลวงด้วยตัวคนเดียว... ความคิดนั้นพาดผ่านจิตใจที่เยือกเย็นดั่งหินผา ทำให้เกิดรอยร้าวเล็กๆ ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ เซียวจิ่งเหยียนยื่นมือหนาออกไปรับม้วนราชโองการผ้าแพรสีทองมาถือไว้ สัมผัสเนื้อผ้าเรียบเนียนแต่หนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งราชาภิเษก เขากวาดสายตาอ่านข้อความในราชโองการอย่างรวดเร็ว ลายมือตวัดพู่กันอันทรงพลังระบุชัดเจนถึงพระราชประสงค์ที่ซ่อนเร้นด้วยคมดาบ "เตรียมม้าพยัคฆ์นิลและองครักษ์เงาเจ็ดนาย..." เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยเสียงเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และทรงอำนาจจนรองแม่ทัพต้องคุกเข่ารับคำสั่ง "เราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงคืนนี้" "แต่ท่านแม่ทัพ การเดินทางยามค่ำคืนท่ามกลางพายุหิมะเช่นนี้ แถมยังมีสายตาของพวกสายลับองค์ชายสามคอยจับจ้อง..." "ให้พวกมันรอดูเถอะ" เซียวจิ่งเหยียนตัดบท น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งกลางดึก "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมกระดานนี้กับเรานัก ข้าก็จะกลับไปดูให้เห็นกับตาว่า ปัญญาของกุนซือหญิงอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน และอำนาจมืดในราชสำนัก จะต้านทานคมดาบของข้าได้สักกี่น้ำ" เขาสะบัดชายเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำสนิท หันหลังให้แผนตารางยุทธศาสตร์แล้วก้าวเดินออกจากกระโจมใหญ่ ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวขึ้นหลังม้าศึก ทหารม้าเร่งด่วนคนหนึ่งก็ควบตะบึงฝ่าความมืดเข้ามาล้มลงแทบเท้าด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและหอบเหนื่อย "รายงานท่านแม่ทัพ! มี... มีสาส์นลับด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงมือท่านโดยเฉพาะ!" ทหารนายนั้นยื่นหีบไม้ประทับตราลับโลหิตส่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา เซียวจิ่งเหยียนรับหีบไม้มาเปิดออก แสงจากคบเพลิงส่องกระทบแผ่นกระดาษบางๆ ภายใน ที่มีลายมือคุ้นตาเขียนไว้ด้วยหมึกดำเพียงสั้นๆ แต่กลับทำให้แม่ทัพผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด ถึงกับชะงักงันและหยุดหายใจไปชั่วขณะ *— "ระวังถ้วยชาของฮูหยินเฒ่าในจวนท่าน... ความตายกำลังรอท่านอยู่ที่ประตูเมืองหลวง"* ดวงตาของเซียวจิ่งเหยียนหรี่ลงเป็นเส้นตรง ความหนาวเหน็บจากลมบูรพายังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่าความจริงที่กำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับตัวอักษรนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เย็นชาท้าทายยอดกุนซือหญิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%