“เตะมันให้ตายเสีย! ใครใช้ให้เจ้าศิษย์ชั้นนอกไร้ค่าเยี่ยงมัน คิดจะอาจหาญมาขวางทางเดินของศิษย์พี่ใหญ่กัน!”
เสียงตะโกนดังก้องท่ามกลางความอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วเรือนเก็บฟืนร้างท้ายนิกายอัคนีผลาญ สิ้นเสียงนั้น แรงปะทะมหาศาลก็กระแทกเข้าที่กลางอกอย่างจังจนร่างผอมโซกระเด็นไปฟาดกับกองไม้เก่าจนแตกกระจาย เลือดสีข้นคลั่กไหลทะลักออกมาจากมุมปากของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง
ร่างนั้นนอนแน่นิ่ง ดวงตาที่ไร้แววเบิกโพลงจ้องมองเพดานไม้ผุพัง ลมหายใจที่เคยรวยรินดับวูบลงราวกับเปลวเทียนที่ถูกสายลมพายุพัดพาไปชั่วนิรันดร์
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความมืดมิดเข้าครอบงำ ท้องฟ้าเหนือหุบเขานิกายอัคนีผลาญกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด อัสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงมาโดยไร้เมฆฝน สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณของผู้ที่บำเพ็ญเพียรทั่วทั้งแผ่นดิน
“ศิษย์ทรยศ... เจ้าคิดว่าการหักหลังด้วยกระบี่พิษจะพรากวิถีเซียนของข้าไปได้งั้นหรือ?”
เสียงกระซิบที่เย็นยะเยียบราวกับน้ำค้างแข็งจากขุมนรกดังขึ้นในมิติที่ว่างเปล่า ดวงจิตของ 'หลินเฟิง' มหาเซียนผู้ครองวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ควรจะดับสูญ กลับฉีกกระชากมิติแห่งความตาย ทะลุผ่านกาลเวลาอันบิดเบี้ยว แล้วพุ่งตรงลงมาดั่งอุกกาบาตสู่ร่างที่เย็นชืดร่างนั้น!
*เฮือก!*
หลินเฟิงสะดุ้งเฮือก ร่างกายที่เคยไร้ความรู้สึกกลับมาเต้นเร้าด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นชีพจร เขาลืมตาขึ้น... นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความอ่อนแอหรือขลาดกลัวอย่างที่เจ้าของร่างเดิมเคยเป็น แต่มันกลับฉายแววคมกริบดุจปลายกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับคมจากโลหิตศัตรู
เขายันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่างไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหว ตรงกันข้าม มันกลับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความอัปยศที่เขาได้รับจากการถูกศิษย์รักทรยศในชาติภพก่อน
“สวะงั้นหรือ... กายหยาบที่อ่อนแอถึงเพียงนี้ กลับต้องแบกรับจิตวิญญาณแห่งมหาเซียน” หลินเฟิงพึมพำ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังต้องสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ความทรงจำของร่างนี้ไหลทะลักเข้ามาดั่งกระแสน้ำป่า หลินเฟิง... ศิษย์ไร้ค่าที่ถูกรังแกจนตายเพียงเพราะความริษยาของศิษย์พี่ในนิกาย เพียงเพราะเขามีเศษเสี้ยวของ 'เคล็ดวิชาเพลิงสวรรค์' ที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้
“ในเมื่อสวรรค์ยังให้โอกาสข้าได้หวนคืน... ข้าจะใช้กระบี่ไร้ลักษณ์นี้ จารึกชื่อของข้าลงบนโลงศพของพวกเจ้าทุกคน!”
ยังไม่ทันที่หลินเฟิงจะได้ขยับตัว ประตูเรือนเก็บฟืนก็ถูกถีบออกอย่างแรง!
“ยังไม่ตายอีกรึ? เจ้าขยะนี่ช่างมีชีวิตที่เหนียวดั่งแมลงสาบจริงๆ!”
ชายร่างกำยำในชุดศิษย์นิกายอัคนีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ในมือของมันถือไม้พลองเหล็กที่อาบไปด้วยปราณสีแดงฉาน มันคือ 'จางหู่' ศิษย์ชั้นนอกที่คอยหาเรื่องหลินเฟิงมาโดยตลอด
จางหู่เงื้อมไม้พลองขึ้นหมายจะฟาดลงมาที่ศีรษะของหลินเฟิงให้ดับดิ้นไปจริงๆ ในคราวนี้
ทว่า... ในจังหวะที่ไม้พลองกำลังจะสัมผัสผิวหนัง หลินเฟิงไม่ได้หลบหลีก สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี เขาส่งกระแสจิตเพียงเบาบางผ่านอากาศที่บิดเบี้ยวรอบตัว!
*เคร้ง!*
ไม้พลองเหล็กในมือจางหู่หักสะบั้นลงเป็นสองท่อนราวกับถูกของมีคมที่มองไม่เห็นฟันฉับ!
จางหู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้าใช้พลังอะไร?”
หลินเฟิงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ความสง่างามที่หลงเหลือจากอดีตชาติแผ่ซ่านออกมาจากท่าทางแม้ร่างจะซูบผอม เขาก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวกลับทำให้แรงกดดันมหาศาลทวีคูณขึ้นจนจางหู่แทบจะคุกเข่าลงกับพื้น
“ข้าถามเจ้า... ชีวิตของข้าในสายตาของเจ้า มีค่าเท่ากับมดปลวกเพียงใด?” น้ำเสียงของหลินเฟิงก้องกังวานในความว่างเปล่า มันไม่ได้ดัง แต่กลับสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของจางหู่
“เจ้า... อย่าเข้ามานะ! ข้าเป็นศิษย์ของศิษย์พี่ใหญ่ หากเจ้าทำร้ายข้า...”
ยังไม่ทันที่จางหู่จะพูดจบ หลินเฟิงก็เคลื่อนกายหายวับไปดุจเงาพราย ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังจางหู่ในพริบตา มือขาวซีดเรียวยาวดั่งนิ้วเซียนวางลงบนบ่าของจางหู่เบาๆ ทว่าเพียงสัมผัสนั้น ปราณในร่างของจางหู่ก็ถูกปิดผนึกทันทีอย่างสมบูรณ์
“ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า... คือผู้ใดหรือ?”
หลินเฟิงกระซิบที่ข้างหู ก่อนจะออกแรงกดเพียงนิดเดียว กระดูกหัวไหล่ของจางหู่ก็แตกละเอียดดั่งกิ่งไม้แห้ง เสียงร้องโหยหวนดังลั่นเรือนไม้ ทว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาแทรกแซง เพราะแรงกดดันจากปราณที่หลินเฟิงปล่อยออกมานั้น มันคือระดับพลังที่เหนือกว่าศิษย์ชั้นนอกไปไกลสุดกู่!
แต่ทว่า... ในขณะที่หลินเฟิงกำลังจะตัดสินชะตาของสุนัขรับใช้ผู้นี้ สายลมกรรโชกแรงก็พัดผ่านเข้ามาจนฝุ่นตลบอบอวล แสงสีครามสว่างวาบขึ้นที่หน้าประตูเรือนไม้
กลิ่นอายอันเย็นเยือกที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของดอกบัวหิมะหมื่นปี!
ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ สตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ ใบหน้าของนางเรียบเฉยเย็นชาจนแทบไร้ความรู้สึก ดวงตางดงามคู่นั้นจ้องมองมาที่หลินเฟิงด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างยากจะบรรยาย
“เจ้า... ฟื้นแล้วหรือ?”
หลินเฟิงชะงักมือที่กำลังจะปลิดชีพจางหู่ เขามองสตรีผู้นั้น... 'ไป๋หลาน' ธิดาเทพแห่งนิกายธารหิมะ ผู้ที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่เขาในชาติภพก่อน นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และทำไมถึงมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาเช่นนี้?
จางหู่ที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเมื่อเห็นหญิงสาวผู้นั้นก็รีบตะโกนสุดเสียง “ศิษย์พี่ไป๋หลาน! ช่วยข้าด้วย! ไอ้สวะหลินเฟิงมันบ้าไปแล้ว มันกำลังจะฆ่าข้า!”
ไป๋หลานไม่แม้แต่จะปรายตามองจางหู่ สายตาของนางจับจ้องเพียงหลินเฟิงราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน นางค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนาง “ข้าตามหาเจ้ามาตลอด... ในที่สุด ข้าก็พบวิญญาณของเจ้าแล้ว”
หลินเฟิงขมวดคิ้วแน่น สถานการณ์นี้เหนือความคาดหมายของเขาเกินไป ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยถาม ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็แล่นเข้าสู่กะโหลกศีรษะจนเขาต้องกุมขมับ ร่างกายนี้รับภาระจากจิตวิญญาณมหาเซียนไม่ไหวแล้ว!
จังหวะนั้นเอง ไป๋หลานคว้าตัวเขาไว้ อ้อมกอดของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็งแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด ทว่าในวินาทีที่เขาสบตากับนาง ประตูนิกายอัคนีผลาญก็ถูกพังทลายลงด้วยปราณกระบี่ที่ทรงพลังกว่าสิบสาย!
ศิษย์นับร้อยพุ่งเข้ามาล้อมรอบเรือนไม้ พร้อมด้วยเสียงตวาดก้องของคนผู้หนึ่ง “หลินเฟิง! เจ้าบังอาจทำร้ายศิษย์พี่จางหู่และลบหลู่กฎนิกาย! วันนี้ ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้า!”
หลินเฟิงเหยียดยิ้มที่มุมปาก มือซ้ายกอดร่างไป๋หลาน มือขวายื่นออกไปข้างหน้า ว่างเปล่า... ทว่าในความว่างเปล่านั้น กระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลอมรวมจากเจตจำนงแห่งเซียนกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากสายลม!
บทบาทของเขาเพิ่งจะเริ่มต้น... และวิถีแห่งการนองเลือดกำลังจะถูกเขียนขึ้นด้วยคมกระบี่ของเขา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสู่ปฐมบทแห่งการแก้แค้นไปกับพยัคฆ์ขาวคำรามนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สยบมรรคาเทวะ•ตอนที่ 1
วิญญาณหวนคืนในร่างสวะ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สยบมรรคาเทวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
