“หากเจ้าคิดจะก้าวข้ามขอบเขตแห่งเซียน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการลืมเลือนทุกสรรพสิ่งในโลกหล้าเสีย!”
เสียงกระด้างของหลินเฟิงดังก้องอยู่ในถ้ำลึกที่ถูกปิดตายด้วยค่ายกลดาราดับสูญ เขาไม่ได้เอ่ยกับผู้ใด แต่มันคือคำสั่งที่เขาประกาศกร้าวต่อโชคชะตาที่หักหลังเขา มือที่เคยจับกระบี่สังหารเทพเจ้าบัดนี้สั่นไหวเล็กน้อยขณะบรรจงเปิดคัมภีร์หนังมนุษย์ที่ดูเก่าคร่ำจนแทบจะกลายเป็นธุลี
ภายในถ้ำแห่งนี้ไม่มีแสงอาทิตย์ มีเพียงกลิ่นอายอับชื้นของตะไคร่น้ำและไอสังหารที่หลินเฟิงแผ่ออกมาเพื่อข่มขวัญสภาวะจิตใจตนเอง
“เคล็ดวิชากระบี่หวนคืน... วิชาที่แม้แต่สวรรค์ยังหวาดกลัวจนต้องลบออกจากบันทึกประวัติศาสตร์” เขากล่าวพลางแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของอดีตมหาเซียนฉายแววอาฆาตมาดร้าย “ในเมื่อพวกเจ้าต้องการให้ข้าดับสูญ ข้าก็จะคืนกลับมาในฐานะเงาที่ไม่มีใครฆ่าตายได้!”
ไป๋หลานที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลังขยับกายเล็กน้อย ชุดสีขาวหิมะของนางดูโดดเด่นตัดกับความมืดมิดในถ้ำ นางไม่ได้ห้ามปราม ไม่ได้ร่ำร้องขอชีวิต เพราะนางรู้ดีว่าหัวใจของบุรุษผู้นี้ถูกกรีดด้วยคมมีดแห่งความทรยศจนเกินกว่าจะเยียวยาด้วยคำปลอบประโลม
“หากท่านฝึกวิชานี้สำเร็จ ตัวท่านอาจมิใช่คนเดิมอีกต่อไป” ไป๋หลานกล่าว น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นคลอน ทว่าในแววตาที่จ้องมองแผ่นหลังของหลินเฟิงกลับมีความห่วงหาที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา “โลกที่ไร้ตัวตน... มันช่างโดดเดี่ยวนัก ท่านแน่ใจแล้วหรือ?”
หลินเฟิงหันกลับมา สายตาคมกริบดุจใบมีดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของธิดาเทพ “โดดเดี่ยวหรือ? ข้าผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ไป๋หลาน ความโดดเดี่ยวที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การไม่มีใครเคียงข้าง แต่คือการต้องมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเกียรติยศที่ตนเองสร้างขึ้น!”
เขาตวัดมือขึ้น พลังปราณสีดำทมิฬพุ่งออกจากปลายนิ้วเข้าสู่อักขระบนผนังถ้ำ พื้นดินสั่นสะเทือน เลือดในกายของเขาเริ่มไหลเวียนย้อนกลับ ราวกับมังกรที่พยายามฝืนว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยว นี่คือขั้นตอนแรกของการฝึกฝน—การทำลายเส้นชีพจรเดิมเพื่อสร้างขึ้นใหม่ด้วยปราณแห่งความว่างเปล่า
ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่กระดูกสันหลัง หลินเฟิงขบกรามแน่นจนเลือดไหลซิบจากมุมปาก ความทระนงในตัวเขาไม่ยอมให้แม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมา เขาคือพยัคฆ์ที่ถูกล่า แต่บัดนี้เขากำลังจะสวมรอยเป็นผู้ล่าเสียเอง
“จงจำไว้... กระบี่ไร้ลักษณ์ มิใช่กระบี่ที่ไม่มีรูปกาย แต่คือกระบี่ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของอากาศที่เจ้าหายใจ” หลินเฟิงคำรามเบาๆ ในลำคอ ปราณสีดำเริ่มห่อหุ้มร่างของเขาจนมองไม่เห็นตัวตน จิตวิญญาณของเขากำลังแตกสลายและก่อตัวใหม่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งการทำลายล้าง
ไป๋หลานก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง ความร้อนแรงจากปราณของเขากำลังแผดเผาอาภรณ์ของนางจนเริ่มมอดไหม้ แต่นางกลับไม่ถอยหนี นางวางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของเขา ไอเย็นจากนิกายธารหิมะแผ่ซ่านเข้าช่วยพยุงจิตวิญญาณที่กำลังแตกซ่านของเขาไว้
“ข้าจะอยู่ตรงนี้” นางกระซิบ “ตราบใดที่ลมหายใจของท่านยังไม่ขาดห้วง ข้าจะเป็นสมอเรือให้ท่านเอง”
ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด หลินเฟิงรู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเข้ามา พลังที่แตกต่างจากที่เขาเคยครอบครอง มันไม่ใช่ปราณเซียนที่สูงส่งหรือปราณปีศาจที่ชั่วร้าย แต่มันคือพลังแห่ง “ห้วงว่าง” ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งเข้าหาตัว
ทว่า ทันใดนั้นเอง!
เสียงกัมปนาทจากภายนอกถ้ำดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังถล่มลงมา ศิลาปิดตายที่เขาลงอาคมไว้ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของบุรุษชุดดำนับสิบคนที่มีไอสังหารเข้มข้นยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่เขาเคยพบเจอพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือชั้น
“หาจนพบแล้ว... อดีตมหาเซียนที่น่าเวทนา” ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มก้าวออกมา เงาของมันทอดยาวทาบทับร่างของหลินเฟิงที่ยังคงอยู่ในสภาวะฝึกฝน “ราชสำนักมืดไม่ได้ต้องการให้เจ้าได้ฝึกฝนวิชานี้หรอกนะ... เพราะนั่นหมายถึงจุดจบของพวกเราทุกคน”
หลินเฟิงยังคงหลับตาแน่น ปราณสีดำรอบกายเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาอยู่ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้ายของการบรรลุขั้นแรก แต่ศัตรูกลับบุกมาถึงหน้าประตูในเวลาที่เขายังไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิ้วเดียว!
ไป๋หลานชักกระบี่หิมะออกมาขวางหน้า แต่คมกระบี่ของนางกลับถูกปลายนิ้วของหัวหน้าศัตรูดีดจนร้าวระแหงเพียงการปะทะครั้งเดียว
ท่ามกลางมรณาที่คืบคลานเข้ามา หลินเฟิงลืมตาขึ้น—นัยน์ตาของเขาไม่ได้เป็นสีดำหรือสีขาวอีกต่อไป แต่มันว่างเปล่าจนมองไม่เห็นก้นบึ้งของจิตวิญญาณ เขาค่อยๆ หยัดกายขึ้นช้าๆ ราวกับเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งานมานานนับร้อยปี ในมือของเขาไม่ได้ถือกระบี่ แต่ทว่า... อากาศรอบตัวกลับค่อยๆ รวมตัวกันจนกลายเป็นคมดาบที่มองไม่เห็น!
“พวกเจ้า... กล้าดียังไง?” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดนั้นกดทับบรรยากาศให้หนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกถล่มลงมา “เข้ามารบกวนวิถีของข้า...”
คมกระบี่อากาศสั่นไหวกลางอากาศดุจหยดน้ำที่กระทบผิวน้ำที่นิ่งสงบ และก่อนที่หัวหน้าศัตรูจะได้เอ่ยปาก สิ่งที่มองไม่เห็นนั้นก็ตวัดผ่านลำคอของศัตรูไปอย่างแผ่วเบา... เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาดุจน้ำพุสีชาด ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในวิถีแห่งการนองเลือดครั้งนี้ครับ
พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สยบมรรคาเทวะ•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชากระบี่หวนคืน
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สยบมรรคาเทวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
