หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวฉายตัวเลขชุดหนึ่งกะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นเร็วกว่าปกติในอกของมนุษย์
ศิลากวาดสายตาผ่านแถวลำดับของข้อมูลดิบที่ไหลทะลักผ่านพอร์ตเชื่อมต่อเนบิวลาเจเนอเรชันที่เจ็ด นิ้วเรียวยาวขยับเคาะโต๊ะทำงานเสียงดังทึบเป็นจังหวะสามสี่ครั้งเพื่อเรียกสติ แว่นตาอัจฉริยะกรอบบางสะท้อนแสงโค้ดบล็อกที่วิ่งผ่านนัยน์ตาคู่คมอย่างรวดเร็ว ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลระดับหัวกะทิของสถาบันวิจัยมิติที่สี่ เขายึดถือความแม่นยำเป็นศาสนา และความน่าจะเป็นคือพระเจ้า แต่วันธรรมดาที่ควรจะเงียบสงบในห้องแล็บใต้ดินแห่งนี้ กลับมีบางสิ่งผิดเพี้ยนไปจากสมการที่เขาเคยคำนวณไว้
"ค่าความเบี่ยงเบนพุ่งทะยานถึงศูนย์จุดแปดเก้าภายในเวลาไม่ถึงสามนาที..." ศิลาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยเมื่อพบว่าตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเซ็นเซอร์
"มันไม่ใช่ความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์หรอกนะศิลา"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องแล็บ ดร.เอลิน่าก้าวเท้าออกจากเงาสลัวของเสาควอนตัม เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดของเธอพลิ้วไหวตามแรงลมจากระบบหมุนเวียนอากาศ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองมาที่หน้าจอโฮโลแกรมด้วยประกายที่อ่านไม่ออก
ศิลาหันกลับไปมองอาจารย์สาวผู้ปราดเปรื่อง เธอคือผู้สร้างระบบ Time Loop ที่เขาใช้เวลาหลายปีศึกษาโครงสร้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ดร.เอลิน่ากำลังซ่อนความลับบางอย่างไว้เบื้องหลังแว่นตากลมโตกรอบทองคู่นั้น
"อาจารย์ครับ ความน่าจะเป็นที่จักรวาลคู่ขนานจะเกิดการซ้อนทับในพื้นที่ปิดอย่างไร้สาเหตุ มีค่าต่ำกว่าหนึ่งในล้าน แต่นี่... ระบบแจ้งเตือนระดับสีแดงกำลังทำงานในเขตย่อยที่สาม ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีการทดลองใดๆ ดำเนินอยู่" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาสุภาพแต่จริงจัง ดวงตาจ้องตรงไปยังหญิงสาวเพื่อรอคำอธิบาย
ดร.เอลิน่าหยุดยืนอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงาน เธอวางปลายนิ้วลงบนกระจกโฮโลแกรม แสงสีฟ้าสะท้อนบนผิวแก้มเนียนละเอียด "บางครั้ง... คณิตศาสตร์ก็ซื่อสัตย์เกินไปจนลืมมอง3สิ่งที่เราหลงลืมไป ศิลา นายจำเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนได้ไหม วันที่เส้นเวลาของพวกเราเกิดรอยร้าวครั้งใหญ่ที่สุด"
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางอก ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพความทรงจำสีเทาหม่น ความผิดพลาดที่เขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขาประมวลผลย้อนกลับไปถึงความสูญเสียครั้งนั้นโดยอัตโนมัติ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาจมดิ่งกับอดีต ความเป็นจริงตรงหน้ากำลังกรีดร้องเสียงเตือนภัย
"ผมจำได้แม่นยำครับอาจารย์ แต่ผมไม่คิดว่าความผิดพลาดในอดีตจะสร้างค่าความผันผวนระดับนี้ได้ในปัจจุบัน ระบบกำลังคำนวณเส้นทางถอยร่น แต่ไม่มีพิกัดไหนปลอดภัยเลย... ทุกจุดบนเส้นขนานกำลังบรรจบกัน" ศิลาขยับมือพิมพ์คำสั่งอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างเกราะป้องกันพลังงาน แต่หน้าจอหลักกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมเสียงสัญญาณเตือนที่ดังสนั่นก้องห้องแล็บ
ดร.เอลิน่าไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกลับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้ศิลาใจหายวาบ
"ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงนะศิลา... เพราะสิ่งที่นายกำลังเห็น ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือ 'การนับถอยหลัง' จากตัวตนอีกคนหนึ่งของนายเอง"
ฉับพลัน หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด ก่อนที่ตัวอักษรสีทองอร่ามจะปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของศิลาโดยตรง
[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจากมิติคู่ขนานที่ 00-Omega]
[เป้าหมาย: ยืนยันรอดชีวิตก่อนที่พิกัดสุดท้ายจะถูกรีเซ็ตในอีก 60 วินาที]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกของ "พิกัดสุดท้ายที่ปลายเส้นขนาน" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
พิกัดสุดท้ายที่ปลายเส้นขนาน•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิกัดสุดท้ายที่ปลายเส้นขนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
