กลิ่นอายของชาดำราคาแพงและมวนซิการ์เกรดพรีเมียมลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูใจกลางมหานคร มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้ผ่อนคลาย หากแต่เป็นกลิ่นอายของอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตให้แหลกคามือ ลินินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย แผ่นหลังตั้งตรงดั่งเสาเข็ม พยายามสะกดกลั้นลมหายใจที่เริ่มติดขัดเมื่อตระหนักว่าความผิดพลาดจากเอกสารสัญญาการค้าเมื่อสามชั่วโมงก่อนกำลังนำพาเธอดิ่งลงสู่ขุมนรก
"แปลผิด... หรือจงใจบิดเบือน เพื่อผลประโยชน์ของพวกมัน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าในความมืดดังขึ้นจากมุมห้อง มาร์คัสขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้ร่างสูงใหญ่ที่เร้นกายอยู่ในเงาสลัวก้าวออกมา เอเดรียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรัศมีแห่งการคุกคามที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองล่ามสาวมาดนิ่งราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นเนื้อบนเขียง
ลินินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเชิดหน้าสู้ "ดิฉันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ค่ะ เอกสารฉบับนั้นแปลตรงตามตัวอักษรที่ได้รับมอบหมาย ไม่มีคำว่าบิดเบือนเพื่อใครทั้งสิ้น"
"ความซื่อสัตย์งั้นหรือ?" เอเดรียนแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนลินินต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ "คำว่าซื่อสัตย์ใช้ไม่ได้ผลหรอก ลินิน... โดยเฉพาะเมื่อความผิดพลาดของเธอทำฉันเสียหายไปหลายสิบล้าน"
ฝ่าหนาใหญ่ยื่นออกไปทาบลงบนกระจกข้างศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและกลิ่นกายอันตราย ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุดันคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวแบบคนทั่วไป แต่มันคือความกระหายที่จะลงทัณฑ์... ลงทัณฑ์ผู้หญิงอวดดีที่กล้าต่อรองกับอำนาจที่เหนือกว่า
"คุณเอเดรียน... กรุณาให้เกียรติ..."
"เกียรติเหรอ?" เอเดรียนกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงพร่าต่ำเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า "เธอทำลายข้อตกลงก่อนเองนะ ลินิน ของขวัญต้อนรับความซุ่มซ่ามของเธอมันควรจะเป็นอะไรดีล่ะ... หืม?"
ปลายนิ้วแข็งกระด้างไล้จากกรอบหน้าเรียวลงมายังคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่จาบจ้วงและไร้ซึ่งความปรานี ลินินพยายามเบือนหน้าหนี แต่เรียวแขนแกร่งกลับรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด แรงปะทะระหว่างร่างกายทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี บดขยี้กลีบปากนุ่มของเธอด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีลาดไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืนเท่าไหร่ วงแขนที่พันธนาการเธอก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อ รสจูบที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนดึงเอาสติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอย ความโกรธแค้นในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี
มือหนาเลื่อนลงมาตรึงสะโพกมนให้แนบชิดยิ่งขึ้น บดเบียดอารมณ์เสน่หาที่เร่าร้อนถึงขีดสุดจนลินินแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายของเธออ่อนยวบราศขี้ผึ้งลนไฟ ความชาดิกแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังเมื่อสัมผัสวาบหวามจากปลายนิ้วของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อสูททำงานตัวสวย ความตั้งใจที่จะรักษาศักดิ์ศรีและมาดนิ่งพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดที่ประสานกันในความเงียบ
เอเดรียนผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจรดแผงอกเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ดวงตาพราวระยับเต็มไปด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นภาพความพ่ายแพ้บนใบหน้าของล่ามสาวผู้หยิ่งยศ
"นี่คือบทลงโทษเบื้องต้นสำหรับการทำหน้าที่บกพร่อง..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนเธอสะดุ้งเฮือก "แต่ถ้าเธอยังกล้าเล่นตลกกับฉันอีกครั้ง... ฉันจะไม่ได้หยุดแค่การจูบแน่ ลินิน"
ก่อนที่ลินินจะทันได้ตั้งสติหรือเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ตามด้วยการปรากฏตัวของมาร์คัสที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"นายครับ... ฝ่ายนั้นเคลื่อนไหวแล้ว ข้อมูลที่เราต้องการถูกส่งมาถึงมือสายสืบของเราที่ท่าเรือแล้วครับ"
เอเดรียนละสายตาจากใบหน้าอันตื่นตระหนกของลินินชั่วขณะ เขากวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะหันกลับมามองล่ามสาวที่ยังคงยืนพิงกระจกด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
"ดี..." เอเดรียนแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะหันไปสั่งการมือขวา "จับตาดูเธอไว้ อย่าให้คลาดสายตา... ส่วนเธอ ลินิน" เขาก้มตัวลงกระซิบประโยคสุดท้ายข้างริมฝีปากเธอแผ่วเบา "คืนนี้... เธอยังต้องไปกับฉันที่ท่าเรือ เพื่อทำหน้าที่ล่าม 'ส่วนตัว' ให้กับข้อตกลงสำคัญ"
จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของมาร์คัสก็สั่นครืดคราด เจ้าตัวหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือกทันที
"นายครับ... แผนที่ท่าเรือถูกเปลี่ยน และคนที่รอเราอยู่ที่นั่น... ไม่ใช่สายของเรา แต่เป็น 'มัน'..."
จูบแรกยามสายัณห์
ล่ามสาวมาดนิ่งกับมาเฟียร้ายที่ไร้พรมแดน•ตอนที่ 2
ในเงาของสัตว์ร้าย
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล่ามสาวมาดนิ่งกับมาเฟียร้ายที่ไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
