เซียนคิวท์บอยกับไอดอลสาวหน้าตาย•ตอนที่ 2

ระยะห่างที่อันตราย

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
"ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้... คิรากร" เสียงของกรณ์ไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเต็มไปด้วยรังสีแห่งความอาฆาตที่พุ่งตรงมาจากกรอบประตู บรรยากาศภายในห้องซ้อมเปียโนส่วนตัวของค่ายเพลงระดับประเทศกดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก ผมเลิกคิ้วมองผู้จัดการหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ผมไม่แม้แต่จะหันไปมองสบตาเขา มือหนาของผมยังคงโอบรัดเอวคอดบางของรินรดาเอาไว้แน่น ลมหายใจของเธอที่หอบถี่สั่นไหวอยู่ใต้ฝ่ามือผมคือเครื่องยืนยันว่า 'ตุ๊กตาน้ำแข็ง' คนนี้กำลังละลายด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกกระตุ้นด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง "นายมีหน้าที่จัดการตารางงาน ไม่ใช่มีหน้าที่มาสั่งว่าฉันควรจะแตะต้อง 'สินค้า' ของฉันยังไง" ผมเอ่ยเสียงเรียบ นิ่งเย็น แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังต้องชะงัก "เธอไม่ใช่สินค้า! เธอเป็นคน และเธออยู่ในความดูแลของผม!" กรณ์ก้าวเข้ามาในห้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเขาสั่นสะเทือนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมัน ผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหมุนตัวรินรดาให้หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเปียโนแกรนด์เปียโนสีดำขลับตัวใหญ่ ผมต้อนร่างบางเข้าไปจนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับคีย์เปียโน เสียงโน้ตตัวหนึ่งดังหวีดแหลมขึ้นมาเมื่อสะโพกของเธอไปกระแทกกับลิ่มนิ้วเหล่านั้น "กรี๊ด!" รินรดาอุทานแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างสบตาผมอย่างตัดพ้อ ผมใช้มือข้างหนึ่งกดข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้กับขอบเปียโนเหนือศีรษะ เธอพยายามขัดขืนด้วยแรงที่มีน้อยนิด แต่สำหรับผม... มันเป็นเพียงการยั่วยุที่น่าหลงใหล กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ บนผิวกายเธอผสมกับกลิ่นกายสาวที่เริ่มอบอวลไปด้วยความประหม่าทำเอาผมคอแห้งผาก "อย่าเพิ่งไปสนใจเขาสิ ริน" ผมกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินไปตามลาดไหล่เนียนจนเธอสะท้านเฮือก "เรายังคุยกันไม่จบเลยว่า... จังหวะเพลงที่เธอเล่นเมื่อครู่ มันขาด 'อารมณ์' ไปมากแค่ไหน" "คุณ... คุณมันบ้า คิรากร ปล่อยนะ!" เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนกลายเป็นสีเชอร์รี่ที่น่าจูบซ้ำๆ ผมก้มลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ดังพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน "อยากให้ปล่อยงั้นเหรอ? แต่ร่างกายเธอกลับไม่ได้พูดแบบนั้นนะ... ดูสิ หัวใจเธอเต้นแรงจนฉันสัมผัสได้ถึงผิวหนังเลย" ผมแกล้งกดฝ่ามือลงบนหน้าท้องแบนราบของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวอย่างฉับพลันด้วยความตื่นเต้นที่ปะปนกับความหวาดหวั่น ผมรับรู้ได้ถึงสายตาของกรณ์ที่จ้องมองมาเหมือนจะฉีกร่างผมออกเป็นชิ้นๆ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ความต้องการในใจผมพุ่งทะยาน "คุณกร... ออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้!" ผมออกคำสั่งโดยไม่หันไปมองน้ำเสียงเฉียบขาดจนบรรยากาศในห้องเงียบกริบ "ริน... ออกมา! อย่าให้มันทำอะไรเธอ!" กรณ์ตะโกนลั่น ความเป็นมืออาชีพที่เขาสั่งสมมาพังทลายลงเพราะอารมณ์หึงหวงที่พุ่งพล่าน ผมเบนสายตากลับไปมองผู้จัดการหนุ่มด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ "ถ้าไม่อยากให้ชีวิตการทำงานในวงการนี้ของนายต้องจบลงตั้งแต่วินาทีนี้ ก็ถอยไป แล้วปิดประตูให้สนิท... เพราะหลังจากนี้ 'การสอน' ของฉัน มันต้องการสมาธิสูงมาก" รินรดาตัวสั่นเทาในอ้อมแขนผม เธอหลับตาแน่น ปฏิเสธที่จะรับรู้ความขัดแย้งตรงหน้า แต่ผมรู้ดีว่าลึกๆ แล้วเธอไม่ได้เกลียดสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เธอแค่กลัว... กลัวความรู้สึกที่ผมกำลังจุดชนวนมันขึ้นมา "คิรากร... ถ้าเธอเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่" กรณ์ข่มขู่เสียงลอดไรฟัน ก่อนจะกระทืบเท้าเดินออกไปและกระแทกประตูห้องปิดสนิท ความเงียบที่ตามมานั้นน่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล ผมค่อยๆ ผ่อนแรงที่ข้อมือเธอลง แต่ยังคงกักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่ง ผมเชยคางเธอขึ้นมาให้สบตากับผมอีกครั้ง รินรดาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่ "ร้องไห้เหรอ?" ผมถามน้ำเสียงอ่อนโยนลงอย่างผิดวิสัย พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาตามแก้มเนียน "กลัวผม... หรือว่ากลัวความต้องการของตัวเองกันแน่?" "คุณมันปีศาจ... คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร" "เพื่อแสดงให้เธอเห็นว่า... บนเวทีเธอก็แค่ตุ๊กตาที่เต้นตามคำสั่งของพวกมัน แต่ในห้องนี้... ในอ้อมกอดของผม..." ผมเลื่อนใบหน้าลงไปชิดริมฝีปากนุ่มที่เผยอออกอย่างล่อตาล่อใจ "เธอจะเป็นแค่ผู้หญิงของผมคนเดียวเท่านั้น" ผมกดจูบลงไปอย่างหนักหน่วง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายที่ไม่เคยได้รับความเติมเต็ม ริมฝีปากเราบดเบียดเข้าหากันเหมือนต้องการจะกลืนกินลมหายใจของกันและกัน รินรดาสะดุ้งเฮือก แต่ไม่นานเธอก็ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ร้อนแรงนี้ มือที่เคยขัดขืนกลับเปลี่ยนมาโอบรอบต้นคอผมอย่างลืมตัว ในขณะที่โลกภายนอกอาจจะมองว่าเราเป็นแค่โปรดิวเซอร์กับไอดอล แต่ในวินาทีนี้... รอยจูบที่ลึกซึ้งและกลิ่นอายแห่งความตึงเครียดกลับบอกเล่าเรื่องราวที่มากกว่านั้น ทว่า ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่กำลังแตกซ่าน เสียงโทรศัพท์ของรินรดาที่วางอยู่บนเปียโนก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ... 'ประธานค่าย' ผมชะงักและผละออกมาเล็กน้อย มองดูหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด รินรดาสะดุ้งตื่นจากภวังค์เผลอมองตามหน้าจอนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความเคลิบเคลิ้มกลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีด "มันโทรมาทำไม..." ผมพึมพำอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา "คีย์... อย่ารับนะ!" เธอร้องห้ามเสียงหลง มือที่เคยเกาะกุมคอผมบีบแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ ผมมองหน้าเธอ แล้วมองหน้าจอโทรศัพท์สลับไปมา ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายด้วยแววตาสั่นระริก เพราะเสียงที่ตอบกลับมาจากปลายสาย... ไม่ใช่เสียงของประธานค่าย แต่เป็นเสียงหัวเราะเยือกเย็นของคนที่เราไม่ควรจะได้รับรู้การมีอยู่ของเขาในตอนนี้ "หวังว่าฉันคงไม่มาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญ... เกินกว่าเรื่องที่ฉันกำลังจะบอกพวกเธอหรอกนะ" รินรดาสีหน้าถอดสีทันที เธอปล่อยมือจากผมแล้วทรุดลงนั่งกับพื้นห้องอย่างหมดแรง ราวกับความลับที่เธอซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าผมในวินาทีนี้! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันร้อนแรงและเต็มไปด้วยความอันตรายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ หากอยากทราบว่าความลับนั้นคืออะไรและรินรดาจะทำอย่างไรต่อไป ต้องติดตามตอนหน้ากันนะครับ! **วริศร์วิสกี้**
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคิวท์บอยกับไอดอลสาวหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%