กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัย ย่านใจกลางเมืองไม่ได้ทำให้ลลินรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ทนายความสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกลับรู้สึกว่า อากาศรอบตัวกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย เพียงเพราะผู้ชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตลินินสีครامพับแขนขึ้นถึงข้อศอก คนที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังสีขาวอยู่ตรงหน้า
"คุณลากฉันมาที่นี่ เพื่อจะให้ดูภาพปื้นสีแดงพวกนี้น่ะเหรอคะ คุณคินน์"
ลลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบกวาดมองผืนผ้าใบขนาดใหญ่ตรงหน้า ซึ่งละลานตาไปด้วยรอยปาดสีเลือดหมูและสีดำที่ทับถมกันอย่างไร้ทิศทาง มันช่างดูยุ่งเหยิงและก้าวร้าว ราวกับจิตใจที่กำลังปั่นป่วนของศิลปินผู้สร้างสรรค์
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความเย้าแหย่ที่เธอคุ้นเคย เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเฟรชเลมอนและกลิ่นอายสีจางๆ ลอยแตะจมูก "เขาเรียกว่าศิลปะนามธรรมครับ ทนายลลิน... คนที่มองโลกด้วยตรรกะและตัวบทกฎหมายอย่างคุณ คงยากจะเข้าใจว่าความงามที่ซ่อนอยู่ใต้ความพังพินาศมันหน้าตาเป็นยังไง"
"ถ้าความหมายของความงามที่คุณว่า คือการละเลงสีอย่างไร้ระเบียบแบบนี้ ฉันขอใช้ชีวิตอยู่กับตัวบทกฎหมายที่ตายตัวและเข้าใจง่ายดีกว่าค่ะ" ลลินเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมถอยหลังหนีแม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอจะเหลือเพียงคืบเดียว "และที่สำคัญ ฉันมีเวลาว่างไม่มากพอที่จะมานั่งตีความความดาร์กในจิตใจของคุณหรอกนะคะ งานเอกสารคดีมรดกของคุณรวิศรอฉันเคลียร์อยู่อีกกองโต"
คินน์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบสีนิลมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ประกายในแววตานั้นไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกกลบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์
"รวิศอีกแล้วเหรอ... ผมชักจะเริ่มอิจฉากองเอกสารพวกนั้นแล้วสิ ที่ได้อยู่ในสายตาและปลายนิ้วเรียบร้อยคู่นั้นทั้งวัน" คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจทำเอาหัวใจของทนายสาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ลลินเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อคินน์ขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอแทบจะแนบติดกับผนังห้องจัดแสดง
"คุณ... พูดจาเหลวไหลอะไรอีกแล้วนะคะ" ลลินเสียงสะดุดไปนิด แต่วลีที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งกลับสั่นน้อยๆ จนจับพิรุธได้
"ผมไม่ได้เหลวไหล" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ห่างกันแค่เพียงลมหายใจกั้น สายตาที่ทอดมองเธอนั้นไม่มีความขี้เล่นเจืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและประกายความคลั่งไคล้ที่พยายามอดกลั้นไว้ "ผมกำลังพูดความจริง... ว่าสายตาที่คุณใช้มองงานศิลปะชิ้นนี้ มันยังไม่ลึกซึ้งเท่ากับสายตาที่คุณใช้มองผมเวลาหงุดหงิดเลยสักนิด"
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจของเธอเกินไปแล้ว!
ลลินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ กำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคเผ็ดร้อนตามสไตล์ทนายความมือหนึ่ง แต่ทว่า...
*กริ๊ง!*
เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านแกลเลอรีดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง และน้ำเสียงคุ้นหูที่เอמהทักขึ้นกลางความเงียบ
"อ้าว... บังเอิญจริ๊งๆ ผมนึกว่าคุณคินน์จะหมกมุ่นอยู่แต่กับแปลงสีฟอกเงิน เอ้ย! แปลงสีวาดรูปซะอีก ไม่คิดว่าจะพาคนพิเศษมาเดินชมงานศิลปะด้วย"
รวิศยืนยิ้มเย็นชาอยู่ตรงประตู ดวงตาคมกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันชิดผนังด้วยแววตาสمเพชและเยาะเย้ยในที บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับเคมีที่ปะทุขึ้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากเหมยฮวาแรกแย้มค่ะ
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณทนาย!•ตอนที่ 6
ศิลปะที่มองไม่ออก
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ คุณทนาย! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!