เสียงโลหะขัดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดสะท้านโสตประสาท กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและประจุไฟฟ้าสถิตคละคลุ้งจนแสบจมูก ในพื้นที่กักกันเขตสามของเซิร์ฟเวอร์สำรอง แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่เป็นจังหวะราวกับชีพจรของสัตว์ประหลาดที่กำลังโกรธเกรี้ยว
"โครงสร้างโค้ดส่วนหน้ากำลังถูกเขียนทับอย่างสมบูรณ์... อีกสามร้อยวินาที ประตูนิรภัยชั้นที่สองจะเปิดระบบล็อกอัตโนมัติ และถ้าถึงตอนนั้น ต่อให้เรามีไอเทมระดับตำนานสิบชิ้น ก็ไม่มีทางเดินออกไปจากที่นี่ทั้งเป็นแน่ค่ะ"
เอลาร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นระริก ปลายนิ้วเรียวยาวของหัวหน้ากิลด์สาวกำลังรัวพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนหน้าต่างอินเทอร์เฟซโฮโลแกรมตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย แต่แววตาของเธอยังคงฉายความเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้
ข้างกายเธอนั้น เรย์ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อน ท่าทีของโปรแกรมเมอร์หนุ่มดูขัดแย้งกับสถานการณ์ความเป็นความตายตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง ดวงตาสองชั้นภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนภาพเส้นสายข้อมูลดิจิทัลที่กำลังไหลวนเป็นเกลียวคลื่น เขากำลังวิเคราะห์สถาปัตยกรรมระบบด้วยตรรกะอันแม่นยำ ไม่ใช่ด้วยความตื่นตระหนก
"เอลาร่า... หยุดมือที่อินเทอร์เฟซหลักเถอะค่ะ" เรย์เอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่มั่นคงจนอีกฝ่ายต้องชะงัก
"นายจะบ้าหรือไง! ถ้าไม่แฮกเกตเวย์นี้ เราจะออกไปทางไหน ระบบป้องกันภัยรอบตัวกำลังกวาดล้างทุกสิ่งที่มีชีวิตรอดนะ!" เอลาร่าหันมาโต้แย้ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ
เรย์ไม่ตอบคำถามในทันที เขายื่นมือขวาออกไปสัมผัสกับผนังโลหะเย็นเฉียบที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ปลายนิ้วแตะเบาๆ ลงบนจุดเชื่อมต่อสายเคเบิลที่เสียหาย ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าจางๆ ก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขาคนเดียว
[ตรวจพบความผิดปกติของสถาปัตยกรรมชั้นที่ 4]
[คำเตือน: นี่ไม่ใช่พื้นที่กักกันของระบบเกมหลัก แต่เป็น "รอยแยกตรรกะ" ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ดูแลระบบนิรนาม]
"นี่ไม่ใช่ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติธรรมดาค่ะ" เรย์หันกลับมาสบตาเอลาร่า แววตาของเขาฉายประกายความเข้าใจบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น "มันคือกับดัก... พวกเขาไม่ได้ต้องการขังเราไว้เพื่อกำจัด แต่กำลังใช้เราเป็นตัวทดสอบระบบการประมวลผลโค้ดชุดใหม่ต่างหาก ถ้าเราฝืนแฮกประตูหลักตามตำรา ยิ่งเราพยายามเจาะทะลวงมากเท่าไหร่ ระบบจะยิ่งมองว่าเราเป็นไวรัส และจะทำการรีเซ็ตตัวละครของเราจนกลับไปเลเวลศูนย์ทันที"
คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจของเอลาร่าสะดุดกึก ความตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง หากเรย์พูดความจริง การกระทำของเธอเมื่อครู่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่ปากเหวที่ขุดไว้รออยู่แล้ว
"แล้ว... นายมีแผนอะไร?" เอลาร่าลดมือลงจากแป้นพิมพ์โฮโลแกรม น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย เจือความเชื่อมั่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในยามวิกฤต
"เราจะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของลอจิกเกต" เรย์ขยับแว่นตาเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่เอลาร่าคุ้นเคยดีว่าเป็นสัญญาณว่าเขากำลังสนุกกับการไขปริศนา "ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยข้อจำกัดทางคณิตศาสตร์ที่เข้มงวดเกินไป ความสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นแหละคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมัน"
โปรแกรมเมอร์หนุ่มดึงไอเทมชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าช่องเก็บของ มันคือ *เข็มทิศดาราจักรไร้กาลเวลา* ไอเทมระดับตำนานที่พวกเขาเพิ่งได้
รับมาจากดันเจี้ยนก่อนหน้า เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดไม่ได้หมุนไปตามเวลาปกติ แต่กลับสั่นไหวตามคลื่นความถี่ของข้อมูลรอบตัว
"เอลาร่าค่ะ ฉันต้องการให้คุณใช้สกิล 'พรางตาเงาอัสนี' ดึงความสนใจของระบบเซนเซอร์หลักไปที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเวลาสิบห่าวินาทีถัดจากนี้..." เรย์เริ่มออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับผู้บัญชาการทหารในสนามรบ
"สิบห่าวินาที? มันสั้นเกินไป ระบบเซนเซอร์กวาดล้ำลึกถึงระดับโมเลกุลนะเรย์!"
"เชื่อฉันค่ะ"
เพียงแค่สบตากับดวงตาที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวคู่นั้น เอลาร่าก็พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป ร่างกายของหัวหน้ากิลด์สาวสะท้อนแสงวาบสีม่วงเข้ม ก่อนจะแยกเงาออกเป็นสามร่างพุ่งทะยานไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือทันที เสียงคำรามกึกก้องของระบบรักษาความปลอดภัยดังขึ้นพร้อมกับลำแสงสีแดงที่หันเหความสนใจไปตามเป้าหมายปลอม
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เรย์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดุจภูตพราย ปลายนิ้วเรียวยาวจิ้มลงบนหน้าต่างคำสั่งด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็นภาพติดตา เขาไม่ได้พยายามเจาะระบบ แต่เขากำลัง "เขียนทับค่าตัวแปร" โดยใช้เข็มทิศดาราจักรเป็นตัวสะท้อนสัญญาณ
[กำลังดำเนินการแปลงค่าตรรกะ...]
[คำสั่ง: สลับสถานะของเป้าหมายจาก "สิ่งแปลกปลอม" เป็น "ส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน"]
[ดำเนินการสำเร็จ 99.8%]
เสียงแจ้งเตือนของระบบเปลี่ยนจากโทนสีแดงเดือดดาลเป็นสีเขียวมรกตอันสงบเงียบ แสงไฟกะพริบดับลง ความมืดมิดเข้ามาแทนที่ชั่วขณะ ก่อนที่ประตูนิรภัยบานยักษ์จะเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง ราวกับมันกำลังต้อนรับเจ้าของตัวจริงกลับสู่บ้าน
เอลาร่าพุ่งกลับมาหยุดยืนอยู่ข้างเรย์ หอบหายใจเล็กน้อยแต่ดวงตากลับเปล่งประกายด้วยความทึ่ง "นาย... ทำได้ยังไงกัน? นั่นมันระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์หลักเลยนะ!"
"ระบบคอมพิวเตอร์ก็เหมือนจิตใจคนค่ะ ไม่มีอะไรที่ไร้ช่องโหว่... ตราบใดที่เรามองเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งนั้น" เรย์เก็บเข็มทิศกลับเข้าที่เดิม ก่อนจะก้าวเดินนำผ่านประตูบานใหญ่ที่เปิดออกสู่เบื้องหน้า
เบื้องหลังประตูบานนั้นไม่ใช่ทางออกสู่โลกภายนอกอย่างที่พวกเขาคาดคิด แต่เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยหลุมศพข้อมูลดิจิทัลนับหมื่น ส่องแสงเรืองรองระยิบระยับราวกับดาราจักรในยามค่ำคืน ตรงใจกลางห้องโถงนั้น มีร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์กำลังนั่งหันหลังให้ เธอกำลังบรรเลงบทเพลงด้วยเปียโนที่สร้างขึ้นจากกลุ่มแสงข้อมูล
เสียงดนตรีอันโศกเศร้าและไพเราะกังวานไปทั่วบริเวณ หญิงสาวค่อยๆ หมุนตัวกลับมาสบตากับพวกเขา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าเรียบเนียนราวกับตุ๊กตาพอร์ซเลน แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเรย์และเอลาร่าต้องหยุดชะงัก คือใบหน้านั้น... มันถอดแบบมาจากเอลาร่าทุกกระเบียดนิ้ว!
"ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นของจุดจบค่ะ... ผู้บุกรุกทั้งสอง" เสียงหวานใสดังก้องกังวาน ราวกับกาลเวลาทั้งหมดในโลกเสมือนแห่งนี้ถูกแช่แข็งเอาไว้ในชั่วพริบตานั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตรรกะและไขปริศนากลุ่มโค้ดแห่งโชคชะตามาด้วยกันนะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจ กับนายไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 11
หลบหนีออกจากพื้นที่กักกัน
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ กับนายไอเทมระดับตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!