“รสชาติเหมือนเอาถุงเท้าเก่าไปต้มในน้ำซุปกระดูกวัวที่บูดมาแล้วสามวันเลยค่ะ ถามจริง... นี่คือร้านอาหารหรือห้องทดลองเคมีที่ล้มเหลวกันแน่คะเชฟ?”
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจของ ‘ฟ้าใส’ อินฟลูเอนเซอร์สายรีวิวชื่อดัง ดังขึ้นกลางร้าน *L’Amore* ร้านอาหารอิตาลีบรรยากาศอบอุ่นที่วันนี้กลับดูอึมครึมลงถนัดตาเพราะแขกวีไอพีเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่กลางร้าน
‘รินรดา’ เชฟสาวเจ้าของร้านในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมไม่สะทกสะท้าน เธอยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทางสบายๆ มือเรียวสวยหมุนช้อนเงินเล่นไปมา สายตาคมกริบภายใต้แว่นตากรอบบางจ้องมองนักวิจารณ์สาวที่กำลังทำหน้าเหมือนกินยาขมแทนพาสต้าเส้นสดของเธอ
“ถุงเท้าเก่าเหรอคะ?” รินรดาทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน แต่แววตากลับพราวระยับอย่างคนสนุก “แหม... รสนิยมคุณฟ้าใสนี่ล้ำลึกจริงๆ นะคะ ไปชิมถุงเท้าที่ไหนมาถึงได้แม่นขนาดนั้น เชฟขอนับถือในความทุ่มเทจริงๆ ค่ะ”
“อย่ามาทำเป็นกวนประสาทนะคะ!” ฟ้าใสตบโต๊ะเบาๆ คิ้วสวยขมวดมุ่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ “ฉันมาที่นี่ในฐานะนักรีวิว ความจริงคือความจริงค่ะ อาหารจานนี้มันขาดจิตวิญญาณ เส้นก็เละ ซอสก็เค็มจนไตแทบพัง นี่คือมาตรฐานของเชฟที่เขาว่ากันว่าดังนักดังหนางั้นเหรอคะ?”
บรรยากาศในร้านเงียบกริบ พนักงานคนอื่นต่างหลบฉากไปทำหน้าที่ของตัวเองทิ้งให้สองสาวปะทะคารมกันตามลำพัง
รินรดาก้าวเท้าเดินช้าๆ ออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันมะกอกและดอกลาเวนเดอร์ที่ติดตัวเธอมาทำให้ฟ้าใสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเห็นว่าเธอแอบใจสั่นเพียงใด
เชฟสาวหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของนักวิจารณ์สาว เธอโน้มตัวลงมาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดารดลงบนใบหูของฟ้าใสจนอีกฝ่ายขนลุกซู่
“งั้นลองคำนี้ดูไหมคะ?” รินรดาหยิบส้อมคันเล็กขึ้นมา จิ้มพาสต้าเส้นสดที่เหลือเพียงคำเดียวในจานขึ้นมาจ่อที่ปากของฟ้าใส “เชฟทำเองกับมือ... คำนี้รับรองว่ารสชาติไม่เหมือนถุงเท้าแน่นอนค่ะ ถ้าคุณกล้าชิม แล้วยังบอกว่าไม่อร่อย เชฟจะยอมปิดร้านแล้วไปสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟให้คุณที่บ้านเลย เอาไหมคะ?”
ฟ้าใสมองส้อมตรงหน้าสลับกับใบหน้ายิ้มกริ่มของคนตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวเหมือนกลองชุดเสียอย่างนั้น ทั้งที่ในใจอยากจะโต้กลับให้หน้าหงาย แต่ริมฝีปากกลับทรยศอ้าออกรับเส้นพาสต้านั้นเข้าไปอย่างว่าง่าย
รสสัมผัสที่แตกซ่านในปากมันต่างจากคำแรกอย่างสิ้นเชิง เส้นที่หนึบหนับกำลังดีผสานกับความกลมกล่อมของซอสทรัฟเฟิลที่ค่อยๆ ละลายในปาก ฟ้าใสเบิกตากว้าง เธอเกลียดตัวเองที่ต้องยอมรับว่า... มันอร่อยจนแทบจะลืมโกรธ
“อร่อยใช่ไหมคะ?” รินรดากระซิบถาม ดวงตาแพรวพราว “คนปากร้ายเนี่ย... เวลาเคี้ยวตุ้ยๆ แบบนี้ ก็น่ารักดีเหมือนกันนะคะ”
“ใครน่ารัก! ฉันแค่... ฉันแค่ประเมินรสชาติอยู่ต่างหาก!” ฟ้าใสรีบกลืนและเอ็ดกลับ ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนจนลามไปถึงใบหู เธอคว้ามือถือขึ้นมาตั้งใจจะกดถ่ายรูปเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่จังหวะที่นิ้วแตะหน้าจอเพื่อจะไลฟ์สดแก้เกี้ยว สายตากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างบนจอที่ทำให้ต้องหยุดกึก
ไม่ใช่แจ้งเตือนจากโซเชียล... แต่เป็นข้อความจาก 'คุณแม่' ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของรินรดาที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างๆ ซึ่งรินรดาเพิ่งจะหยิบมันขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่ฟ้าใสเผลอมอง
*‘ริน... แม่นัดดูตัวกับคุณหนูฟ้าใสให้ลูกแล้วนะเย็นนี้ อย่าไปแกล้งเขาแรงล่ะ’*
บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยการเชือดเฉือนกลายเป็นความเงียบกริบที่น่าอึดอัดขึ้นมาทันที ฟ้าใสที่กำลังทำหน้าเหวี่ยงค้างไว้ถึงกับชะงักค้างไป รินรดาเองที่เห็นข้อความบนหน้าจอมือถือตัวเองก็เบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองนักวิจารณ์สาวที่กำลังหน้าแดงจัดสลับกับซีดเผือด
รินรดายกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูอันตรายและเจ้าเล่ห์กว่าครั้งไหนๆ ที่ฟ้าใสเคยเห็น
“อ้อ... เรื่องแบบนี้นี่เองสินะคะ” เชฟสาวหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือเรียวประสานกันไว้ใต้คาง “ที่ยอมลงทุนมาวิจารณ์ถึงร้าน... จริงๆ แล้วเป็นเพราะ ‘ภารกิจดูตัว’ ที่แม่เราจัดให้สินะคะ คุณนักรีวิว... ว่าที่คู่หมั้นของเชฟ?”
ฟ้าใสที่กำลังจะอ้าปากเถียงกลับถึงกับพูดไม่ออก ในหัวหมุนวนราวกับพายุเข้า นี่มันหายนะชัดๆ! เธอตั้งใจจะมาดิสเครดิตร้านเพื่อแก้แค้นที่โดนบังคับมาดูตัว แต่กลายเป็นว่าเธอกลับมาส่งตัวเองเข้าปากเสือด้วยมือตัวเองแท้ๆ
รินรดาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะกดส่งอะไรบางอย่างแล้ววางลงบนโต๊ะ เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของฟ้าใสดังขึ้นทันที
*‘ไม่ต้องรีวิวแล้วค่ะ เดี๋ยวจะรีวิวให้ทั้งตัวเลยว่าคุณน่ะ... แพ้ทางฉันแค่ไหน’*
ฟ้าใสมองแชทนั้นด้วยความรู้สึกที่อยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นๆ ร่างกายมันแข็งทื่อไปหมด และก่อนที่เธอจะได้หาข้ออ้างหลบเลี่ยง ประตูร้านก็ถูกผลักออกพร้อมกับเสียงคุ้นหูของกลุ่มเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกันราวกับนัดไว้
“อ้าว! ไงคะคุณว่าที่คู่หมั้น เห็นนั่งจ้องตากันหวานเชียว!” เพื่อนสนิทของรินรดาตะโกนทักเสียงดัง ทำให้ลูกค้าคนอื่นๆ หันมามองเป็นตาเดียว
ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัว เธอตัดสินใจคว้ากระเป๋าเตรียมจะเผ่นหนี ทว่ามือเรียวของรินรดากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงดึงเบาๆ ทำให้ร่างของเธอเซกลับมานั่งลงที่เดิม รินรดาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนจมูกเกือบชิดกัน
“จะรีบไปไหนล่ะคะ... อาหารจานหลักยังไม่ได้เริ่มเสิร์ฟเลยนะ”
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและฟ้าใสในก้าวแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวสัญญาว่าจะพาไปลุ้นกันต่อค่ะ!
คุณเชฟสายหวานกับยัยนักชิมจอมโหด•ตอนที่ 1
วิจารณ์ให้ยับ รับประกันความแซ่บ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเชฟสายหวานกับยัยนักชิมจอมโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
